หรรษาอาลัย: การสูญหายของพ่อและความ (ไม่) โดดเดี่ยวของคนข้างหลัง
สำหรับคนทั่วไป ช่วงเวลาปลายปีมักหมายถึงอากาศหนาวเย็นที่มาพร้อมกับบรรยากาศแห่งการหยุดงาน การท่องเที่ยว และการเฉลิมฉลองกับญาติมิตร แต่สำหรับก่อการ บุปผาวัฏฏ์ และครอบครัว เดือนธันวาคมอาจเป็นช่วงเวลาแห่งการสูญเสีย การพลัดพราก ความตาย และสารพัดความลับดำมืดที่ครอบครัวต้องเผชิญ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ฤดูหนาวเดือนธันวาคมของพวกเขาแตกต่างจากคนทั่วไปก็เพราะช่วงเวลาที่ว่านี้เป็นช่วงที่ก่อการและครอบครัวได้ทราบว่า “ชัชชาญ บุปผาวัลย์” พ่อของเขา ได้จากครอบครัวไปตลอดกาล
นอกจากบทบาทความเป็นสามีและพ่อของลูกชายสองคน ชัชชาญมีอีกบทบาท คือการเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองฝ่ายเสื้อแดง ผู้ร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในปี 2553 และเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ร่วมเหตุการณ์สลายการชุมนุมในเดือนพฤษภาคม 2553 จนกระทั่งหลังจากการรัฐประหารโดย คสช. ในปี 2557 ชัชชาญตัดสินใจลี้ภัยไปยังประเทศลาว ก่อนจะหายตัวไป และถูกพบเป็นศพในแม่น้ำโขง บริเวณจังหวัดนครพนม เมื่อเดือนธันวาคม 2561
6 ปีต่อมา ครอบครัวของชัชชาญจัดกิจกรรมระลึกถึงชัชชาญ โดยเชิญชวนมิตรสหายไปรวมตัวสังสรรค์กันที่บ้านของชัชชาญ ในจังหวัดมุกดาหาร และเป็นที่มาของภาพยนตร์ขาวดำ ความยาวเกือบ 30 นาที ชื่อ “หรรษาอาลัย” (A Laughing Lament) โดยบุรภัทร จันทร์ประทัด
ความหรรษาในวาระแห่งการอาลัยถึงผู้วายชนม์
ภาพยนตร์เปิดเรื่องด้วยเสียงรายงานข่าวการพบศพในแม่น้ำโขง พร้อมบรรยายสภาพศพและวิธีการสังหารอย่างละเอียด ก่อนจะหักมุมด้วยบทสนทนาของผู้ร่วมเดินทาง และมุกตลกร้ายแซวผู้ล่วงลับที่กลับเข้าฝั่งได้เอง แม้ถูกมัดมือมัดเท้า โดยไม่ต้องมีผู้ดูแลความปลอดภัย ตลอดการเล่าเรื่องเกือบ 30 นาที จะปรากฏการเล่นมุกตลกร้ายเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะจากตัวละครหลักอย่างก่อการและป้องภูมิ ลูกชายทั้งสองคนของชัชชาญ ซึ่งอาจเรียกว่าเป็นการแหวกขนบการสื่อสารประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่มักจะฉายภาพผู้เสียหายที่จมอยู่กับการสูญเสีย ความทุกข์ยากหลังจากที่บุคคลอันเป็นที่รักจากไป และความอยุติธรรม
ในทางกลับกัน มุกตลกเสียดสีแม้กระทั่งกับพ่อผู้วายชนม์ในหรรษาอาลัยนี้ กลับสะท้อนให้เห็นการผ่านความเจ็บปวดมาอย่างสาหัสและยาวนานเพียงพอที่จะรู้จัก คุ้นเคย และยั่วล้อกับความตายและการสูญเสีย ขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างชัชชาญกับลูกๆ ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง และความสัมพันธ์ระหว่างลูกชายและแม่ ที่ยังคงผูกพัน แน่นแฟ้น และอบอุ่น
เช่นเดียวกับการเอาเลขที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตไปตีเป็นเลขเพื่อซื้อล็อตเตอรี หรือเรื่องราวที่ผู้เสียชีวิตมาเข้าฝันแล้วให้เลข แม้เป็นประเด็นสนทนาในเชิงขำขัน แต่นี่ก็เป็นเรื่องปกติสำหรับหลายๆ ครอบครัวไม่ใช่หรือ?
คนข้างหลังที่ยังคงต้องมีชีวิตต่อไป
ท่ามกลางภาพฟุตเทจที่ถ่ายไปเรื่อยๆ และอาจไม่ได้เล่าเรื่องราวอะไรมากนัก สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีน้ำหนักมากขึ้นในการถ่ายทอดชีวิตของคนที่อยู่ข้างหลัง คือบางมุมมองของก่อการที่ถ่ายทอดผ่านบทสนทนา เขาไม่เห็นด้วยกับการจมจ่อมอยู่กับความเศร้าตลอดเวลา เพราะที่สุดแล้ว คนที่ควรได้รับการดูแลมากกว่า คือคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ทำให้หลายครั้งเราจะได้เห็นลูกชายทั้งสองหยอกล้อกับแม่ กอดกัน และถ่ายรูปด้วยกัน
“แม่เป็นคนที่ควรได้รับการยกย่องพอๆ กับพ่อ ไม่ใช่แค่ยกย่องพ่อแค่เพราะพ่อตายไปก่อน… ฮีโร่ไม่ใช่แค่คนที่ตายเพื่ออุดมการณ์ แต่ฮีโร่คือคนที่ทำสิ่งที่น่าเบื่อทุกวัน ทำให้คนที่รักมีชีวิตอยู่ต่อไปได้” ก่อการพูดถึงแม่
อย่างไรก็ตาม ตัวละคร “แม่” ที่ปรากฏในเรื่องไม่ได้มีแค่เพียงแม่ของก่อการเท่านั้น เพราะอีกหนึ่งแม่ผู้ร่วมทางไปในทริปหรรษาอาลัยนี้ คือ “กัญญา ธีรวุฒิ” แม่ของสยาม ธีรวุฒิ นักกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกบังคับสูญหายไปจากอิทธิพลของการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ซึ่งหลังจากที่กัญญาได้รู้จักกับครอบครัวของก่อการในฐานะญาติผู้สูญหาย เธอก็กลายเป็น “แม่ญา” ของก่อการ และกลายเป็นแม่ของผู้ร่วมเดินทางทุกคนในภาพยนตร์ และก่อการเชื่อว่า การเดินทางมารวมตัวกันในวาระนี้ ณ บ้านของพ่อที่มุกดาหาร ก็อาจจะไม่ใช่แค่เขาที่ได้รับการเยียวยาจิตใจเท่านั้น แต่ยังช่วยดึงแม่กัญญาออกจากความทุกข์ได้บ้างเช่นกัน
ภาพชีวิตธรรมดาที่ยืนหยัดเพื่อชีวิตอื่น
นอกเหนือจากการพูดคุยกับก่อการและป้องภูมิที่สร้างน้ำหนักให้กับหรรษาอาลัย ภาพเพื่อนฝูงที่รวมตัวกันในลานบ้าน เพื่อทำอาหาร เล่นบอร์ดเกม กางเต็นท์ จับสลากของขวัญปีใหม่ ไปจนถึงเปิดร้านสักเฉพาะกิจ ซึ่งอาจจะดูไม่มีสาระจริงจัง แต่กลับสร้างชีวิตชีวาให้กับบ้านหลังเก่า ที่นานๆ จะเปิดต้อนรับผู้คนสักที ซึ่งอาจหมายความว่า มิตรสหายที่ร่วมเดินทางมาพักผ่อน พูดคุย กินดื่ม ก็ได้สร้างความชื่นใจให้กับก่อการและครอบครัวได้เช่นกัน
แม้ที่สุดแล้ว สิ่งที่ก่อการและครอบครัวต้องเผชิญในฐานะครอบครัวของผู้สูญหายจะไม่แตกต่างจากครอบครัวอื่น ทั้งการกล่าวหาว่าพ่อของเขายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและการพนัน จึงถูกฆาตกรรม รวมถึงเส้นทางในกระบวนการยุติธรรมที่จนบัดนี้ก็ยังไม่คลี่คลาย เขาและครอบครัวยังไม่เคยได้รับความคืบหน้าหรือความกระจ่างจากเจ้าหน้าที่รัฐแต่อย่างใด ซ้ำร้าย คดีของพ่อยังถูกสั่งยุติเรื่อง แต่สิ่งที่ทำให้ก่อการและครอบครัวยังสามารถยืนหยัดและเดินหน้าตามหาความยุติธรรมต่อได้ อยู่ในฉากเกือบสุดท้ายของเรื่อง ที่ผู้ร่วมเดินทางทุกคนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน และภาพถ่ายใบสุดท้ายอันประกอบด้วยก่อการ ป้องภูมิ แม่ของทั้งสอง และมนตรี ลูกชายของไกรเดช ผู้ที่ถูกสังหารและถูกพบศพพร้อมกับชัชชาญ ราวกับว่าครอบครัวใหม่ได้เกิดขึ้นท่ามกลางความสูญเสียหลายกรณีที่ผ่านมา
“หรรษาอาลัย” จึงเป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าความเป็นมนุษย์ของผู้สูญหาย ครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง และความเป็นมนุษย์ของทุกตัวละครในเรื่อง ที่ฟื้นคืนชีวิตใหม่ให้บ้านที่ถูกทิ้งร้าง และยืนเคียงข้างเพื่อสร้างชีวิตชีวาให้ครอบครัวผู้สูญเสียได้เดินหน้าต่อ ไม่ว่าระหว่างทางและปลายทางจะพบเจอกับอะไรก็ตาม
รับชมสารคดี “หรรษาอาลัย” ได้ที่นี่ หรรษาอาลัย [สารคดี]





