แม่  “สยาม ธีรวุฒิ” ยื่นหนังสือถึงประธาน กมธ. การกฎหมายฯ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ค้นหาพยานหลักฐาน และเยียวยาผู้เสียหายจากการปราบปรามในรัฐบาล คสช.

วันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น.  กัญญา ธีรวุฒิ มารดาของสยาม ธีรวุฒิ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศเวียดนาม ที่หายตัวไปเมื่อปี 2562 จะยื่นหนังสือต่อรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและค้นหาพยานหลักฐาน กรณีนายสยาม ธีรวุฒิ หายตัวไปขณะลี้ภัยในประเทศเวียดนาม และขอเรียกร้องให้มีการเยียวยาผู้เสียหายทุกรายที่เกี่ยวข้องจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงรัฐบาล คสช.

สยาม ธีรวุฒิ เป็นนักกิจกรรมทางการเมืองและเป็นหนึ่งในนักแสดงละคร “เจ้าสาวหมาป่า” ที่หายตัวไปขณะลี้ภัยในประเทศเวียดนามเมื่อปี 2562 ภายหลังจากการรัฐประหารโดย คสช. โดยปัจจุบันเป็นเวลากว่า  7 ปีแล้ว ที่ไม่มีผู้ใดพบตัวหรือทราบชะตากรรมของสยาม ขณะที่กัญญา ธีรวุฒิ แม่ของสยาม ยังคงติดตามค้นหาตัวลูกชายอย่างต่อเนื่องในทุกช่องทาง รวมถึงการร้องทุกข์ต่อพนักงานอัยการศูนย์ป้องกันการทรมานและบังคับบุคคลให้สูญหาย กรุงเทพฯ แต่ต่อมาได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจาก ผู้อำนวยการ ศป.ทส.กทม. มีคำสั่งให้ยุติเรื่องและไม่รับทำการสอบสวน โดยให้เหตุผลว่า ยังไม่มีความแน่ชัดว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับการทำให้สยามหายตัวไป จึงไม่เข้าเงื่อนไขให้พนักงานอัยการต้องดำเนินการสืบสวนต่อไป ซึ่งภายหลังกัญญาได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว

นอกจากนี้ กัญญายังได้ยื่นคำร้องขอให้สยามเป็นบุคคลสาบสูญ เนื่องการนายสยามได้สูญหายไปครบกำหนด 5 ปีแล้ว จึงมีความประสงค์ขอสถานะทางกฎหมาย เพื่อนำไปดำเนินการจัดการเรื่องทรัพย์สินที่มีอยู่ ทว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยกคำร้อง และเมื่อต้องขออนุญาตฎีกา ศาลฎีกากลับไม่อนุญาตให้ดำเนินการต่อ ซึ่งนำไปสู่คำถามเกี่ยวกับมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมในกรณีเช่นนี้ เนื่องจากในกรณีของชูชีพ ชีวะสุทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่สูญหายในช่วงเวลาเดียวกัน ศาลได้สั่งให้ชูชีพเป็นบุคคลสาบสูญ และมีหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดแล้ว

ด้วยเหตุนี้ กัญญาจึงเดินทางเข้าพบและยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กมธ. การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ กมธ. เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขอให้ตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ของทางการไทยและเวียดนามมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกในการข่มขู่ คุกคาม หรือการลักพาตัวผู้ลี้ภัยในครั้งนี้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังขอให้มีการติดตามทวงถามการเยียวยาความเสียหายให้กับครอบครัวของธีรวุฒิ และผู้ลี้ภัยอีก 9  รายด้วย

กรณีการสูญหายของสยาม ธีรวุฒิ ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงการปราบปรามข้ามชาติ อันเป็นผลมาจากความพยายามในการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นถึงผลกระทบรุนแรงที่มีต่อครอบครัวของผู้สูญหาย ที่นอกจากจะถูกคุกคามและเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและทางจิตใจแล้ว กระบวนการยุติธรรมยังไม่สามารถปกป้องคุ้มครองสิทธิของครอบครัวผู้สูญหายได้ และยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ให้กับครอบครัวผู้สูญหายมากขึ้นกว่าเดิม

ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) จึงขอเชิญสื่อมวลชนร่วมเผยแพร่ข่าวการยื่นหนังสือถึง กมธ. ในครั้งนี้ รวมทั้งขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนร่วมจับตาการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน ค้นหาความจริง และเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของสยาม อันจะเป็นการปกป้องคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงความจริงของครอบครัวธีรวุฒิและสังคม รวมถึงนำตัวผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ในที่สุด

Author