ความคืบหน้าไต่สวนการตายคดีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง เสียชีวิตภายในเรือนจำ มทบ. 12 ผู้ต้องขังร่วมห้อง- อดีต ผบ. เรือนจำ-แพทย์นิติเวช เข้าสืบพยาน

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ซึ่งเป็นผู้ร้องซักถามในฐานะทนายความของครอบครัวผู้เสียชีวิต ได้เข้าร่วมการไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ คดีหมายเลขดำ ช.1/2569 กรณีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง เสียชีวิตภายในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายพรหมโยธี จ. ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 โดยพยานที่ได้เข้าสู่การไต่สวนโดยศาลจังหวัดปราจีนบุรีในครั้งนี้ ประกอบด้วย พลทหารที่อยู่ในห้องขังกับผู้ตาย 2 นาย แพทย์ที่ทำการผ่าชันสูตรศพ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน อดีตผู้บัญชาการเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 และครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมพยานที่ได้รับการไต่สวนในครั้งนี้ 7 ปาก

ในการไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ พลทหาร 2 นาย ซึ่งเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำ มทบ. 12 ร่วมห้องกับพลทหารเพรชรัตน์ และได้รับมอบหมายจากผู้คุมเรือนจำให้เป็นหัวหน้าห้องขังและรองหัวหน้าห้องขัง ให้การอ้างว่า ขณะที่เกิดเหตุเป็นเวลาเย็น ซึ่งก่อนผู้ต้องขังจะเข้าเรือนนอนต้องมีการนับจำนวนผู้ต้องขัง และอบรมระเบียบวินัย ทว่าในวันนั้น พบว่าในการเข้าเวรยามในคืนก่อนหน้า ผู้ต้องขังที่เข้าเวรยามหลับขณะปฏิบัติหน้าที่ และมีการปรับนาฬิกาให้เร็วขึ้นกว่าปกติ 1 ชม. หัวหน้าห้องขังจึงเรียกตัวพลทหารเพรชรัตน์มาสอบถาม เนื่องจากพลทหารเพรชรัตน์เป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าเวรยาม จนกระทั่งมีปากเสียงกัน และจากนั้น พลทหารเพรชรัตน์ได้ล้มลง ชักเกร็ง และหมดสติ โดยหัวหน้าห้องขังและรองหัวหน้าได้พยายามปฐมพยาบาลโดยการถอดเสื้อเพื่อนำไปชุบน้ำมาเช็ดตัว และปั๊มหัวใจ ก่อนที่หัวหน้าห้องขังจะขอความช่วยเหลือจากผู้คุมและติดต่อผู้บัญชาการเรือนจำในขณะนั้น เพื่อนำตัวพลทหารเพรชรัตน์ส่งโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ. ปราจีนบุรี ให้การว่า หลังเกิดเหตุ ไม่พบสิ่งผิดปกติภายในเรือนนอน

ด้านแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพให้การว่า เมื่อทำการผ่าชันสูตรศพ ไม่พบความผิดปกติบริเวณสมอง ภายในช่องปากและคอ รวมทั้งบริเวณอื่นๆ นอกจากในหัวใจ ซึ่งพบว่าผนังกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะเฉียบพลัน ส่งผลให้หมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ลักษณะกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกตินั้นไม่ได้พบได้บ่อยนัก และโดยทั่วไป ผู้ที่มีหัวใจลักษณะนี้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ 

ครอบครัวของพลทหารเพรชรัตน์ได้ให้การยืนยันว่าพลทหารเพรชรัตน์นั้นมีสุขภาพแข็งแรง สามารถใช้แรงงานช่วยเหลืองานของครอบครัวมานาน อีกทั้งครอบครัวยังติดใจถึงเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเสียชีวิต รวมทั้งประเด็นเรื่องการพบช้อนสั้นหลังจากเผาศพพลทหารเพรชรัตน์

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพยานในคดีนี้มีจำนวนหลายปาก จึงไม่สามารถสืบพยานได้ครบทุกปากภายในระยะเวลาอันสั้น ศาลจึงนัดสืบพยานในคดีไต่สวนการชันสูตรพลิกศพพลทหารเพรชรัตน์อีกครั้ง ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น.

คดีนี้สืบเนื่องจากกรณีพลทหารเพรชรัตน์  กำลังยิ่ง ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12  จังหวัดปราจีนบุรี และเสียชีวิตในระหว่างถูกควบคุมตัวภายในเรือนจำ เมื่อเป็นการเสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ จึงต้องมีการไต่สวนการชันสูตรพลิกศพเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง และนำไปสู่การเปิดเผยถึงสาเหตุการเสียชีวิต รวมถึงเบาะแสเกี่ยวกับผู้กระทำความผิด รวมทั้งแสวงหาความรับผิดรับชอบของผู้บังคับบัญชาในขณะที่เกิดเหตุ 

ด้วยเหตุนี้ CrCF จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมติดตามการไต่สวนคดีชันสูตรพลิกศพ กรณีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง รวมทั้งความคืบหน้าของคดีตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการค้นหาความจริงและคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัวอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และโปร่งใสต่อไป

Author