ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกทหาร 10 ปี 8 เดือน กรณียิงชาวบ้านตาย 3 ราย ที่เขาตะเว จ. นราธิวาส นับเป็นคดีแรกที่ทหารถูกสั่งจำคุกเกิน 10 ปี โดยศาลพลเรือน
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาสได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีเขาตะเว ซึ่งเป็นคดีอาญาของศาลจังหวัดนราธิวาส หมายเลขดำที่ อ71/2566 หมายเลขแดงที่ อ157/2567 โดยศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารยศสิบโท ให้จำคุก 10 ปี 8 เดือน ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นอาสาสมัครทหารพราน พิพากษายกฟ้อง ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นการยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9
ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองนาย ในความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ประกอบมาตรา 62 วรรคสอง จำคุก 6 ปี แต่ลดโทษหนึ่งในสาม เหลือเป็นจำคุกคนละ 4 ปี เนื่องจากทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ส่วนศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำคุก 16 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุก 10 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ยกฟ้อง
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ชาวบ้าน 3 คน ได้แก่ นายบูดีมัน มะลี, นายมะนาเซ สะมะแอ และนายฮาฟิซี มะดาโอะ ได้เดินทางขึ้นไปตัดไม้บนเทือกเขาตะเว ในเขตพื้นที่ ต. บองอ อ. ระแงะ จ. นราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงสวนยางพาราและหมู่บ้าน เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ทำมาหากินและหาของป่า เช่น น้ำผึ้ง มาเป็นอาหาร และตัดไม้มาสร้างที่อยู่อาศัย ทว่าชาวบ้านทั้งสามคนกลับถูกชุดลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 45 ยิงจนเสียชีวิต
เหตุการณ์ชาวบ้านถูกยิงที่เขาตะเวนี้ได้มีการไต่สวนการตายเสร็จสิ้นที่ศาลจังหวัดนราธิวาส ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 เมื่อปี 2564 ซึ่งญาติของผู้ตายทั้งสามได้แต่งตั้งทนายความเข้าไปในคดีไต่สวนการตายเพื่อพิสูจน์ความจริงของเหตุการณ์ โดยมีทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) และมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาสได้ฟ้องคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ทหารสองคนดังกล่าว และญาติผู้ตายทั้งสามได้แต่งตั้งทนายความชุดเดิม โดยญาติเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญา คดีจึงเริ่มที่ศาลจังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2566 และคดีถึงที่สุดในวันที่ 17 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลาในการดำเนินคดีในชั้นศาลทั้งสิ้น 6 ปี 6 เดือน
คดีนี้ถือเป็นคดีแรกที่มีการสั่งฟ้องเจ้าหน้าที่ทหารที่ศาลพลเรือนและมีการสั่งลงโทษจำคุกถึง10 ปี ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ทหาร ส่งผลให้มีคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่ายิงประชาชนเพื่อป้องกันเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทว่าไม่สามารถนำคดีขึ้นสู่ศาล สั่งฟ้อง และดำเนินการตรวจสอบในชั้นศาลได้ คดีนี้จึงเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญในการลงโทษเจ้าหน้าที่ทหารที่ลุแก่อำนาจ และเป็นแนวทางให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และอยู่บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน
หลังจากคดีอาญาถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกา ญาติผู้ตายซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการที่เจ้าหน้าที่ทหารได้กระทำละเมิดต่อชีวิตของผู้ตาย ยังมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ โดยฟ้องหน่วยงานต้นสังกัดของฝ่ายทหาร คือกองทัพบก ตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

![[PR]คืบหน้าคดีอุ้มหาย-ปฏิบัติโหดร้าย “ลุงเปี๊ยก” อัยการนัดสั่งฟ้องผู้ต้องหา 22 ก.ค. 69 ณ ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 2](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/06/16-6-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ครอบครัวพลทหารพฤษภา เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อ กมธ. การทหารกรณีพลทหารพฤษภาเสียชีวิตหลังเข้ารับการเกณฑ์ทหาร](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/06/5-6-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คืบหน้าไต่สวนการตายคดีพลทหารเพรชรัตน์ สืบพยานผู้ต้องขังร่วมห้อง-อดีต ผบ.-แพทย์นิติเวช](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/05/25-5-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]22 พ.ค. 69 ศาลปราจีนบุรี นัดไต่สวนคดีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง หลังเสียชีวิตภายในเรือนจำ มทบ. 12](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/05/20-5-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]กรณีอุ้ม-ฆ่า ดีแข ยศยิ่งยืนยง: ครอบครัวร้องกองปราบปรามการทุจริตฯ หลังพบพิรุธ ตำรวจมอบเงิน 500,000 บาท ให้แก่ญาติ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/05/12-5-69-2-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)