เก็บตกงาน ‘จดจำ 20 ปี ตากใบ การต่อสู้กับการลอยนวลพ้นผิดและการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม’ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ บ้านพักเอกอัครราชทูเนเธอร์แลนด์  ที่มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมกับ Asia Justice and Rights จัดงานเพื่อร่วมรำลึกเหตุการณ์ตากใบครบรอบ 20 ปี และนำเสนอประเด็นสำคัญในหลักการ “ความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน” โดยมีตัวแทนผู้เสียหายจากเหตุการณ์ตากใบและทนายความในคดีอาญาตากใบ เข้าร่วมแลกเปลี่ยน 

วลัย บุปผา – พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุชายแดนใต้ 

“ความทรงจําอยู่ในสถานที่ ความทรงจําอยู่ในวัตถุ ความทรงจําอยู่ในบ้านเรือนอาคาร ความทรงจํา อยู่ในอากาศ ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้จึงสะท้อนถึงชีวิตที่ต้องเจ็บปวดดิ้นรนต่อสู้และหยัดยืน ขณะเดียวกันสะท้อนให้เห็นว่าท่ามกลางความกลัวตลอด 19 ถึง 20ปี ในที่สุดแล้วชาวบ้านหยัดยืนขึ้นมาเพื่อจะลุกขึ้นแข็งแรงและมีเกียรติของตัวเองฟ้องร้องรัฐอย่างไร”

“มีคนหนึ่งพูดว่า “หากเราต่อสู้ด้วยความยุติธรรมด้วยกฎหมายไม่ได้ เราจะต่อสู้ด้วยความทรงจํา” นั่นเป็นการที่เราตั้งใจทํางานเพื่อให้ความทรงจําเขาส่งต่อว่า วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดต้องยุติลง และความรุนแรงมันไม่ควรจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะในสามจังหวัดชายแดนใต้ ในประเทศ หรือที่ไหนก็ตาม”

อูเซ็ง ดอเลาะ – ทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ทนายความคดีอาญาตากใบ

“ในคดีนี้ ศาลยังเปิดโอกาสให้จําเลยหรือเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการที่จะติดตามตัวจําเลยเข้ามาพิสูจน์ตนเองในการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าทําอะไรลงไป ใช้อํานาจหน้าที่อะไรหรือหรือพิสูจน์ว่าตัวเองมีมีความชอบธรรมอะไรอย่างใด ให้โอกาสจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2567 จนถึงเวลา23:59 น.”

“ศาลจังหวัดนราธิวาส เข้าใจว่าท่านเป็นคนที่กล้าหาญมากที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน และรับฟังพยานหลักฐานที่เราได้นําเสนอเข้าสู่ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยเฉพาะพยานหลักฐานสําคัญคือภาพถ่ายหรือวิดีโอจากสํานักข่าวที่บันทึกภาพได้ขณะนั้น รวมทั้ง พยานที่เป็นผู้เสียหายโดยตรงและเป็นคนที่ประสบเหตุจากการขนย้าย”

มูฮำมะซาวาวี อุเซ็ง – ตัวแทนผู้เสียหายจากเหตุการณ์ตากใบ

“อยากให้รัฐบาลนําจําเลยที่ศาลออกหมายจับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์สลายการชุมนุมที่ตากใบ เพราะประชาชนญาติผู้เสียชีวิต ตลอดระยะเวลา 20 ปี รู้สึกมีคําถามมากมาย”

“หากปราศจากคนที่ต้องมารับผิดชอบในคดีดังกล่าว ยังหาผู้กระทำความผิดไม่ได้ มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไม่ได้ ก็ทำให้ญาติรู้สึกเหมือนยังหาผู้กระทำความผิดไม่ได้ ยิ่งศาลนราธิวาสรับฟ้อง และออกหมายจับแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ (จำเลย) หนี ชาวบ้านว่า ‘หนี’ ไม่ใช่รักษาตัว ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะกฎหมายก็เป็นกฎหมายของเจ้าหน้าที่เอง แต่ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทำให้ชาวบ้านยิ่งรู้สึกเจ็บปวด”

Aghniadi ผู้แทน Asia Justice and Rights (AJAR)

“The statute of limitations for the case is approaching in 4 days, even though we believe serious human rights violations or crimes under international law should have no statute of limitations.”

สมชาย หอมลออ – มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

“หากตีความ Prosecution (การดำเนินคดี) ที่กว้างขึ้น อาจไม่ใช่การลงโทษทางฎหมายเพียงเท่านั้น การลงโทษคดีตากใบ มีการเสนอว่าสามารถลงโทษเจ้าหน้าที่เหล่านี้ในทางวินัยได้หรือไม่ เช่นปัจจุบันทุกคนรับเงินบำนาญ ได้รับเหรียญตราต่างๆ สามารถจะลงโทษโดยการเพิกถอนสถานะเหล่านื้ได้หรือไม่ แม่อายุความจะหมดไปแล้ว”

“มีการเสนอว่า รัฐสภา หรือรัฐบาลควรดำเนินการค้าหาความจริงในลักษณะคณะกรรมการค้นหาความจริง (Truth commission) การจัดการไต่สวนสาธารณะ (Public Hearing) หรือไม่ ทำให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยา และที่สำคัญทำให้สังคมได้เห็นและเข้าใจถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ปัญหาทางกฎหมายที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงเกิดขึ้นอีก”

Author