“พี่บิลลี่เขาจะไม่ชอบอาหารที่มันหวานๆ เขาชอบกินเผ็ดเปรี้ยวเป็นส่วนใหญ่ ทั่วไปไม่ใช่คนกินยาก ไม่เลือกกิน แต่เขาจะกินอะไรที่เขาชอบ ถ้าเป็นพวกต้มจืด หรือหวานๆนี่เขาจะไม่กิน ชอบกินแบบแกงส้ม ยำ ต้มยำ เผ็ดๆ”
ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น ลมพัดเย็นสบาย ของบ่ายวันหนึ่ง มึนอ-พิณนภา พฤกษาพรรณ แม่ของลูกอีก 5 คนของบิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและที่ทำกินให้กลุ่มชาติพันธุ์บางกลอย ให้สัมภาษณ์กับทีมงานหลังจากที่เธอเพิ่งเข้ารับฟังการสืบพยานที่ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤมิชอบ แม้ว่าวันนั้นบรรยากาศของการสืบพยานจะเคร่งเครียดและเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์มากเพียงไหน แต่มึนอก็ยังคงเต็มใจบอกเล่าเรื่องราวของอาหารบ้านรักจงเจริญให้เราฟังด้วยน้ำเสียงที่สดใสสีหน้าและแววตาเปล่งประกายเมื่อย้อนถึงอดีตให้พวกเราฟัง
แกงส้มใต้ เป็นคำแรกที่ออกจากปากมึนอหลังจากที่เราถามถึงอาหารจานโปรดของ บิลลี่ ซึ่งผิดจากสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้ไกลพอสมควร จากที่เดากันว่าน่าจะเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวปากญอที่หากินได้ยาก แต่ถึงอย่างนั้นแล้วความพิเศษสำหรับเมนูนี้คือรสชาติจากฝีมือของบิลลี่ ที่ไม่ว่าจะอร่อยแค่ไหนก็คงไม่มีใครได้สัมผัสอีกแล้ว
นักกิจกรรม ผู้นำในการต่อสู้เพื่อสิทธิ และพ่อครัวหัวป่าก์ของบ้าน
“ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปเรียนทำมาจากไหน เห็นเขาไปประชุมไปอบรมเขาก็กลับมาทำของเขา แกงส้มใต้นี่จะทำกินบ่อยเวลาอยู่บ้าน ส่วนเวลาเด็กๆอยู่ด้วย เขาก็จะซื้อเนื้อไก่เนื้อหมูมาทอดให้เด็กๆกินคู่กับแกง แล้วก็จะทำน้ำจิ้มเอง เด็กๆก็ชอบกินแกงส้มใต้ที่เขาทำนะ เป็นเมนูชูโรงของเขาเลย เด็กๆบอกโคตรอร่อย”
โดยทั่วไป สังคมมักจดจำภาพของบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญในความเป็นผู้นำ เป็นนักกิจกรรม และนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แต่บิลลี่ของมึนอเป็นพ่อของลูกๆ เป็นพ่อครัวรสมือเยี่ยม แกงส้มของบิลลี่ไม่เหมือนที่ไหน เพราะใช้พริกแกงที่ตำเอง มีรสชาติเผ็ดจัดจ้าน แต่กลมกล่อมแบบที่ลูกๆ ก็กินได้อร่อย มึนอพยายามร่ายสูตรแกงส้มนี้ให้เราฟัง
“ปกติพี่บิลลี่เขาจะไม่ได้สอนเรา แต่จะทำให้ดู เห็นเขาตำพริกแกงก็จะใส่ข่า ตะไคร้ กระเทียม ใบมะกรูด ขมิ้น มีหลายอย่าง ผักที่ใส่ส่วนมากเขาจะใส่หน่อไม้ ดองก็ได้ไม่ดองก็ได้ ย่างหมูแยกแล้วก็มาใส่แกง จะได้มีกลิ่นหอมหมูย่างสุก”
การส่งต่อความทรงจำจากรุ่นสู่รุ่นของบ้านรักจงเจริญไม่ได้มาจากการสอน หากแต่เป็นการทำให้ดู มึนอเองก็มีวิธีการเลี้ยงดูสั่งสอนลูกๆในวิธีการเดียวกัน เธอมักให้ลูกๆทำกับข้าวกินเองบ้าง นอกจากจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแล้ว ช่วงเวลาดังกล่าวยังหมายถึงการได้พักผ่อนกับเธออีกด้วย ทีมงานแอบถามลูกชายที่เดินทางมาร่วมฟังการสืบพยานด้วยกันว่าเมนูไหนที่ครอบครัวมักจะรับทานร่วมกันบ่อยๆ เขาใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึงและตอบเรากลับด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมกับยิ้มมุมปาก “หลายอย่างครับ แกง ผัด ทอดทำได้หมดครับ” คือคำตอบของ บิ๊ก ลูกชายคนโตของบิลลี่ในวัย 15 ปี ที่ความทรงของผู้เป็นพ่อสำหรับเขายังคงชัดเจน
(กิน)อาหาร(ที่)พื้นบ้านอร่อยที่สุด และอร่อยยิ่งกว่าเมื่อได้กินกับครอบครัว
มึนอหัวเราะและเล่าแกมหยอกว่า “เวลากินข้าวเราก็จะนั่งพื้น เป็นวงกลม ล้อมวงกัน จะไม่นั่งบนโต๊ะ กินบนโต๊ะแล้วจะกินข้าวไม่อร่อย” พร้อมทั้งบรรยายลักษณะของบ้านให้เราฟังว่าห้องครัวจะอยู่ติดๆ บ้าน แล้วก็มีที่รับแขกอีกที่ มีความเป็นส่วนตัวระดับหนึ่ง ลักษณะของบ้านสะท้อนถึงวิถีชีวิตหรือชีวิตประจำวันของบิลลี่ที่คงจะมีแขกมีเพื่อนวนเวียนมาเยี่ยมหาบ่อยครั้ง นอกจากนี้อาจด้วยความที่ในช่วงก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ บิลลี่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานคดีชาวบ้านบางกลอยพลัดถิ่นอีกด้วย “เวลากินข้าวเสร็จพี่บิลลี่เขาก็จะกินหมาก เขาชอบกินหมาก แต่ไม่สูบบุหรี่ คนแก่ๆส่วนมากเขาชอบกินหมาก อย่างบ้านเราก็กินหมาก ถ้ามีช่วงโอกาสพิเศษก็จะมีช่วงที่เพื่อนๆมาหา กินเบียร์กินเหล้าด้วย วงใหญ่หน่อย เวลาฉลอง เช่น งานวันเกิดเด็กๆ จะมีขนมเค้ก น้ำหวาน น้ำส้ม แป๊บซี่ สนุกเฮฮาปาร์ตี้กันในครอบครัว”
มึนอเล่าถึงช่วงเวลาเหล่านี้ด้วยรอยยิ้ม แม้จะไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักแต่เราจินตนาการไปพร้อมกับเธอได้อย่างชัดเจน ก่อนหน้าที่เราจะเริ่มสัมภาษณ์ อันที่จริงมึนอบอกเราว่าหัวข้อนี้น่าจะพูดแล้วเศร้านะ และในช่วงท้ายของการพูดคุยครั้งนี้ มึนอบอกเราว่าพูดเรื่องนี้แล้วหิวเลย แต่คงน่าเสียดายสำหรับเราทุกคนที่คงไม่มีวันได้ลิ้มรสชาติเผ็ดแสบสันของแกงส้มใต้หมูย่างฝีมือพี่บิลลี่อีกแล้ว
“ทุกวันนี้ก็ไม่มีคนทำเมนูนั้นแล้ว ปัจจุบันอยู่กับแม่ด้วย เวลาเราทำกับข้าวใส่ขมิ้นแม่บอกไม่อร่อย ไม่ชอบกิน แต่ว่าถ้าลูกสาวคนโตกลับมาที่บ้านเวลาเขาทำแกงเผ็ดพวกนี้เขาจะชอบใส่ขมิ้น ยายจะถามว่า นี่ใส่ขมิ้นเหรอ เหม็นขมิ้นมาก จริงๆ เราก็ชอบแกงแบบนี้นะ นึกถึงเวลาพี่บิลลี่ไม่อยู่บ้านนานๆ พอเขากลับมาจะเข้าครัวทำกินเอง เพราะเราเป็นแม่ครัวที่ทำไม่อร่อย พี่บิลลี่เขาบอก”
แม้สูตรแกงส้มพี่บิลลี่จะกลายเป็นสูตรลับที่คงไม่มีใครได้ล่วงรู้อีกแล้ว แต่ความทรงจำเกี่ยวกับผู้สูญหายทุกคนจะไม่ถูกลืม #กลับมากินข้าวด้วยกันนะ เนื่องในวันผู้สูญหายสากล วันที่ 27 สิงหาคม 66 นี้ เครือข่ายญาติผู้สูญหาย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนจะจัดกิจกรรมซึ่งประกอบด้วย นิทรรศการเกี่ยวกับการกระทำให้บุคคลสูญหาย บูธอาหารที่คิดถึง เวทีเสวนา และอื่นๆ อีกมากมาย กลับมากินข้าวด้วยนะ เราทุกคนยังรออยู่
มาร่วมรับฟัง 9 เรื่องราวของผู้สูญหายผ่านอาหารจานโปรด และถ่ายทอดออกไปเพื่อไม่ให้เขาถูกลืม ไม่ให้ใครถูกลบไปจากความทรงจำ และทวงคืนยุติธรรมที่ทุกครอบครัว ต้องได้รับการชดเชย เยียวยา และสืบหาจนกว่าจะทราบชะตากรรม มาร่วมยืนเคียงข้างครอบครัวผู้เสียหาย ในนิทรรศการ “กลับสู่วันวาน: #แล้วกลับมากินข้าวด้วยกันนะ”
งานเสวนาหัวข้อ “เมื่อแตกสลาย จะกลับสู่สภาพเดิมได้หรือ” และ “นิทรรศการกลับสู่วันวาน…กลับมากินข้าวด้วยกันนะ”
วันที่ 27 สิงหาคม 2566
เวลา 13.00 – 21.00 น.
นิทรรศการจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 27 – 30 สิงหาคม 2566 เวลา 11.00 – 19.00 น.
สถานที่ KINJAI CONTEMPORARY
วิธีการเดินทาง
แกลลอรี่เป็นตึกแถว ติดถนนราชวิถี ใกล้แยกบางพลัด
MRT: สถานีสิรินธร ทางออก 1 ลงลิฟต์แล้วเดินเลี้ยวขวามาเรื่อยๆ จะเจอตึกคินใจ เป็นตึกแถวด้านหน้ามีป้ายโลโก้คินใจ อยู่ติดถนนใหญ่ระหว่างร้านแก๊สและร้านทำฟัน
BTS : นั่งบีทีเอสลงสถานีอนุสาวรีย์ชัย แล้วต่อแท๊กซี่ตรงมาทางแยกบางพลัด คินใจอยู่ติดถนนใหญ่ระหว่างร้านแก๊สและร้านทำฟัน หรือ นั่งต่อมาทาง MRT
รถยนตร์ส่วนตัว : 1.สถานที่จอดรถเอกชน ข้างธนาคารกสิกร ชม ละ 25 บาท / 2.สถานที่จอดในซอยจรัญสนิทวงศ์64 (ซอยวัดสิงห์)
รถเมล์ : นั่งรถโดยสารประจำทางหมายเลข 56, 515, 108, 125, 28, 18, 539 ลงป้ายหน้า ธนาคารกสิกร สาขาบางพลัด แล้วเดินเลียบฟุตบาทมา 100 เมตรคินใจอยู่ติดถนนใหญ่ซ้ายมือระหว่างร้านแก๊สและร้านทำฟัน
เรือด่วนเจ้าพระยา : นั่งเรือด่วนเจ้าพระยา มาลงท่าเรือสะพานกรุงธน (ซังฮี้) แล้วต่อวิน ตรงมาทางแยกบางพลัดคินใจอยู่ติดถนนใหญ่ซ้ายมือระหว่างร้านแก๊สและร้านทำฟัน
Map: https://goo.gl/maps/aHrYPVVfL8btmJVm8
#กลับมากินข้าวด้วยกันนะ #RememberMe #กลับสู่วันวาน





