นายตาน ซิน อู หรือ ปุต้ะแรงงานสัญชาติเมียนมา เสียชีวิตระหว่างควบคุมตัว ที่ สภ. ปากน้ำระนอง จังหวัดระนอง ญาติ และมูลนิธิทั้งสองร้องหน่วยงานรัฐให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุการเสียชีวิตจะเกิดจากการทรมานหรือไม่

โครงการต่อต้านการค้ามนุษย์ด้านแรงงานดำเนินงานภายใต้ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชน และการพัฒนา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติ ทั้งให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การประสานงานทางคดี รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่เป็นทนายความให้แก่ผู้เสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในชั้นศาล เพื่อสนับสนุนให้บุคคลดังกล่าวรวมถึงทายาทผู้เสียหาย สามารถเรียกร้องสิทธิอันพึงมีพึงได้ของตนตามกฎหมายผ่านการดำเนินกระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน

อนึ่ง มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชน และการพัฒนา ร่วมกับ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้รับแจ้งเรื่องถึงกรณีแรงงานประมงสัญชาติเมียนมา 1 คน ชื่อ นายตาน ซิน อู (Mr. Thant Zin Oo) หรือ ปุต้ะ เสียชีวิตขณะระหว่างการถูกควบคุมตัวของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปากน้ำระนอง โดยถูกจับกุม และกล่าวหาว่ามีสารเสพติดหลังการตรวจปัสสาวะ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมที่บ้านพักนายปุต้ะเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา

นายปุต้ะ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งในวันเดียวกัน และต่อมาเสียชีวิตในวันที่ 16 ตุลาคม 2565 ก่อนหน้าที่ผู้ตายเสียชีวิตมีพยาน ได้แก่ มารดาผู้ตาย ภรรยาผู้ตาย และนายจ้างของมารดาผู้ตาย เห็นนายตาน ซิน อู มีอาการปวดหัวขั้นรุนแรง จนถึงขั้นหมดสติลง ขณะที่ถูกควบคุมตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนั้นภรรยาของผู้ตายให้การว่า ได้ยินเสียงเหมือนคนทุบตีในอาคารที่นายปุต้ะถูกควบคุมตัวด้วย

จากกรณีดังกล่าวร่วมถึงพยานบุคคล และผลชันสูตรศพ ครอบครัวร้องเรียนว่าผู้ตายอาจถูกทำร้ายระหว่างถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในเวลาสี่วันหลังถูกจับ และส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดระนอง

คดีอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีภูธรเมืองระนอง เพื่อส่งสำนวนชันสูตรศพให้อัยการไต่สวนการตาย และได้มีการจัดส่งร่างของผู้ตายให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ผ่าศพหาสาเหตุการเสียชีวิตแล้ว

ทางทนายความกำลังเร่งดำเนินการทำหนังสือขอผลชันสูตรในฐานะทนายความมารดาของผู้เสียชีวิต แต่ ณ ขณะนี้ยังคงพบปัญหาที่ญาติยังไม่สามารถนำศพออกมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สถาบันฯ กระทรวงยุติธรรมอ้างว่าต้องมีหนังสือรับรอบขอให้สถานทูตพม่ามาดำเนินการเสียก่อน

ซึ่งทางมูลนิธิฯ เห็นว่า ณ ขณะนี้การประสานงานกับทางสถานทูตจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เนื่องจากสถานการณ์ไม่สงบภายในประเทศ เป็นอุปสรรคในการติดต่อประสานงานสำหรับเรื่องเร่งด่วน และในคดีนี้เป็นการส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลระนอง กับทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โดยตรง จึงควรมีการส่งกลับไปยังโรงพยาบาลต้นทางเพื่อให้ญาติผู้เสียหายรับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

มูลนิธิฯ ทั้งสองขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง และนำความจริงให้ปรากฏต่อญาติและสาธารณะว่าการเสียชีวิตของนายปุต้ะ เกิดจากการกระทำการทรมานจนเสียชีวิตหรือไม่ และมีเจ้าหน้าที่หน่วยใดฝ่ายใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่อย่างไรต่อแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมารายนี้

อนึ่งในวันที่ 24 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมานี้ พระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยพระราชบัญญัติฯ จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมเป็นเลขานุการของคณะกรรมการที่จะจัดตั้งขึ้นในการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสำคัญฉบับนี้ต่อไป