ศาลแขวงดุสิต นัดพร้อม 2 นักปกป้องสิทธิฯ วรชาติ อหันทริก และ พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ถูกฟ้องข้อหา พ.ร.บ. ความสะอาด-จราจร-เครื่องเสียง-ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน กรณีร่วมเสวนากิจกรรม ‘คืน-ยุติธรรม’ เนื่องในวาระครบ 1 ปีวันเฉลิมถูกอุ้มหาย

วันที่ 15 ส.ค 2565 เวลา 9.00 น. ณ ศาลแขวงดุสิต กรุงเทพมหานคร นัดพร้อมเพื่อคุ้มครองสิทธิฯ ในคดีที่นาย วรชาติ อหันทริก อดีตกรรมการบริหารสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย และนางสาว พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันกระทำผิด พ.ร.บ. การจราจรทางบก, พ.ร.บ. เครื่องขยายเสียง และ พ.ร.บ. ความสะอาด และขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน หลังเป็นวิทยากรรับเชิญเข้าร่วมเสวนากิจกรรม “คืน-ยุติธรรม รำลึกผู้ถูกบังคับสูญหาย” ที่จัดโดย กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ข้างทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2564

แม้คดีดังกล่าวจะเป็นคดีอาญา ที่มีโทษเพียงเล็กน้อย และสามารถเสียเงินค่าปรับ 700 บาทเพื่อยุติคดีได้ นักกิจกรรมทั้งสองเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่มีความผิด เป็นการกระทำตามสิทธิเสรีภาพตามกฎหมายรัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้ คดีไม่มีมูลความผิด จึงให้การปฏิเสธทุกข้อหา และพร้อมต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด

การต่อสู้ในคดีครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยืนหยัดเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ตนเองเท่านั้น แต่เพื่อเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมมีมาตรการป้องกันตนเอง ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร ในการนำคดีอาญามาฟ้องกลั่นแกล้งปิดปากปากประชาชนได้โดยง่ายอีกต่อไป

ก่อนหน้านี้ วรชาติ และพรเพ็ญ ได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมยื่นขอให้อัยการสูงสุดถอนฟ้อง และทำคำร้องยื่นศาลแขวงดุสิตขอไต่สวนมูลฟ้อง เพื่อขอความเป็นธรรมจากการสั่งฟ้องของอัยการ ที่ทำให้ทั้งสองตกเป็นจำเลยในคดีอาญาอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ศาลแขวงดุสิตยังได้ยกอุทธรณ์คำร้องขอไต่สวนมูลฟ้อง ของวรชาติ และพรเพ็ญอีกด้วย

การกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐต่อนักปกป้องสิทธิ และผู้มีความเห็นต่าง นอกจากจะไม่เป็นประโยชน์อันใดต่อสาธารณะแล้ว ยังไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้อย่างไร การใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิทธิที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด

การที่รัฐดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตจึงเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำอย่างยิ่ง มูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงขอให้สื่อมวลชน และสาธารณชน ร่วมกันติดตามการดำเนินคดีกับนักปกป้องสิทธิทั้งสอง ตามวัน และเวลาดังกล่าว เพื่อจับตาการต่อสู้คดีของนักกิจกรรมทั้งสองที่จะส่งผลโดยรวมต่อการรณรงค์ต่อต้านคดีการฟ้องปิดปาก (SLAPPs) ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นในไทยอย่างน่ากังวล