จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 ได้เกิดเหตุการณ์ซุ่มยิงที่ บ้านแลลูรัส ตำบล ริโก๋ อำเภอ สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส

ส่งผลให้ ประชาชน 2 ราย ได้แก่ นายสิทธิพล ฮกฮิ้น อายุ 42 ปี และ นายแพน ทองรมย์ 40 ปี ซึ่งเป็นอดีตอาสาสมัครทหารพราน เสียชีวิตขณะกำลังหาหมูป่าในสวนยางพารา

ล่าสุดในวันนี้ (15 สิงหาคม 2565) เวลา 06.30 น. ได้เกิดเหตุระเบิดในสวนยางพารา บริเวณปากทางเข้าวัดโคกโก ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้นางประทุม นักทอง อายุ 55 ปีได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขาดทั้งสองข้าง ขณะชาวบ้านสตรีรายนี้เข้าไปกรีดยาง

ต่อมาในเวลาประมาณ 07.40 ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการปิดเส้นทางที่จะเข้าไปที่จุดเกิดเหตุ เกิดระเบิดขึ้นอีกครั้งส่งผลให้ จ่าสิบเอก สมชาย แดงเงิน เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 ราย และมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 4 ราย (ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำยืนยันว่าระเบิดที่ใช้ก่อเหตุเป็นรูปแบบใด)

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียหายทุกรายทั้งประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ และขอเน้นย้ำว่าการสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นอาชญากรรมทั้งตามกฎหมายในประเทศ และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำของฝ่ายใดในสถานการณ์ใดหรือโดยเหตุผลใดก็ตาม

ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สืบสวน สอบสวน เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และดำเนินการตามหลักด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย

การจะยุติวงจรความรุนแรง และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืนได้นั้นจะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย และการมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาสันติภาพโดยเฉพาะบรรยากาศที่ประชาชนมีความปลอดภัย

แม้ว่าทั้งสองฝ่ายเห็นว่าการเจรจาประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง จากการเจรจาสันติภาพครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคม 2565 ระหว่างคณะพูดคุยรัฐบาลไทยกับตัวแทนจากกลุ่ม BRN แต่อย่างไรก็ตามประชาชน และผู้สนใจติดตามกลับไม่ได้รับคำยืนยันจากทั้งสองฝ่ายว่าจะมีการยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบอย่างไรในระหว่างการเจรจา รวมทั้งการหยุดยิง และการไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ทุกฝ่าย รวมทั้งในกระบวนการนี้ก็ยังขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่ม และคู่ขัดแย้งอื่น ๆ ในการเจรจาสันติภาพที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2556

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงเสนอให้ทั้งสองฝ่ายในการเจรจามีข้อตกลงที่เป็นทางการ และเผยแพร่ให้สาธารณะรับรู้อย่างทั่วถึงและกว้างขวาง ในสารัตถะสามเรื่อง อันได้แก่ ลดความรุนแรง การปรึกษาหารือประชาชนในพื้นที่ และการแสวงหาทางออกทางการเมือง อย่างจริงจัง

ทั้งนี้ขอให้ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการเจรจาสันติภาพ ติดตามและ ตรวจสอบเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องเผชิญหน้ากับโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมที่ขาดหายไป ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมกันดำเนินการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีโดยเร็ว เพื่อร่วมสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนต่อไป