แถลงการณ์ “สิทธิมนุษยชนของพลทหารไม่ใช่เรื่องตลก แต่เป็นสิ่งที่ต้องปกป้องคุ้มครองอย่างจริงจัง”
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ประเด็นหนึ่งที่สร้างความตื่นเต้นและสนุกสนานให้กับสังคมออนไลน์ คือการปรับรูปแบบการประชาสัมพันธ์เชิญชวนชายไทยให้เข้ารับการคัดเลือกทหารกองเกิน ประจำปี 2569 โดยการจัดทำโพสต์ในโซเชียลมีเดียที่มีเนื้อหาเชิงตลกขบขัน เป็นความ “ป็อป” ที่หาได้ยากในหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ ท่าทีที่สนุกสนานและเชิญชวนนี้ดึงดูดให้ผู้คนเข้าไปแสดงความเห็นชื่นชม รวมทั้งเผยแพร่ต่อเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับสื่อมวลชนที่ขานรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยการหยิบเนื้อหาเหล่านี้ไปเผยแพร่ต่อด้วยน้ำเสียงชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถชนะใจประชาชนได้

กระแสไวรัลจากโพสต์ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้เข้ารับการเกณฑ์ทหารอาจไม่ใช่เพียง “สีสัน” เดียวที่เกิดขึ้นในฤดูกาลเกณฑ์ทหาร เพราะในช่วงเวลาของการจับใบดำใบแดง เราอาจได้เห็นปฏิกิริยาของชายไทยหลังจับใบดำใบแดง ทั้งกระโดดโลดเต้นดีใจที่จับได้ใบดำและไม่ต้องเข้ารับราชการทหาร และชายอกสามศอกที่เป็นลมล้มพับเพราะจับได้ใบแดง ภาพเหล่านี้เป็น “คอนเทนต์” ชั้นดีที่สื่อมวลชนมักหยิบไปนำเสนอ เรียกกระแสกดไลก์กดแชร์ได้อย่างมากมาย
จากภาพชายหนุ่มที่ดีใจเมื่อไม่ต้องเข้ารับราชการทหาร กับชายอีกคนที่มีท่าทีผิดหวังเมื่อต้องจากครอบครัวและทิ้งหน้าที่การงานไปเข้ารับราชการทหาร สิ่งที่ไม่เคยถูกตั้งคำถามคือ เหตุใดชายไทยที่ถูกกำหนดให้มีหน้าที่เข้ารับราชการทหารจึงแสดงความเสียใจที่ต้องไปทำหน้าที่รับใช้ชาติ? เหตุผลหนึ่งที่ทุกคนอาจรู้ดี เพียงแต่ไม่ได้พูดออกมา คือความกังวลเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพลทหารขณะที่อยู่ในค่าย เพราะหลังจากการเข้ารับการฝึกระยะหนึ่ง มักจะมีข่าวคราวการบาดเจ็บและเสียชีวิตของพลทหารออกมาอยู่แทบทุกปี ซึ่งสาเหตุหลักมาจากอาการเจ็บป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และการทรมานโดยเจ้าหน้าที่ที่เป็นครูฝึก หรือถูกกลั่นแกล้งจากทหารรุ่นพี่เป็นต้น
สีสันที่ถูกนำเสนอในช่วงก่อนการเกณฑ์ทหารจึงกลายเป็นเรื่องที่ “ขำไม่ออก” ของสังคม เป็นทุกข์อย่างแสนสาหัสของครอบครัวพลทหารที่เสียชีวิต และสะท้อนให้เห็นว่ากรณีการเสียชีวิตของพลทหารจำนวนมากแทบทุกปีนั้นเป็นบทเรียนที่ทั้งค่ายและกองทัพยังไม่สามารถแก้ปัญหาและป้องกันการเกิดซ้ำได้ แม้จะมีการออกระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการลงโทษและความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชา แต่ก็มีไม่กี่กรณีเท่านั้นที่คดีได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และมีการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่กระทำการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย จนนำไปสู่การเสียชีวิตและบาดเจ็บของพลทหาร
เพราะการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายต่อพลทหารเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบใหญ่หลวงการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อประชาสัมพันธ์เป็นหนึ่งในความเปลี่่ยนแปลงปรับตัวของหน่วยงานที่สังเกตเห็นได้ แต่หากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนทหารเกณฑ์ยังคงไม่ถูกแก้ไขและได้รับความสนใจ รูปแบบการฝึก การลงโทษ ปัญหาวัฒนธรรมองค์กร รวมทั้งทัศนคติของเจ้าหน้าที่ในองค์กรที่จะยังไม่ปรับเปลี่ยนและยังคงอยู่
เพื่อให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารเกณฑ์ได้รับการเคารพ คุ้มครองและปกป้องได้จริง CrCF จึงมีข้อเสนอแนะต่อกองทัพ ดังนี้
- กองทัพต้องให้คำมั่นสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรต่อสาธารณชน โดยมีมาตการรับรอง ลงรายละเอียดการปกป้อง คุ้มครอง และเคารพสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ของพลทหาร และรับประกันว่าจะตรวจสอบความจริงอย่างโปร่งใส และเป็นธรรมเมื่อมีการละเมิดเกิดขึ้น
- กองทัพต้องเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานอิสระอื่นๆ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ พนักงานอัยการ หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน และภาคประชาสังคมสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ทันที
- กองทัพต้องมีกลไกการรับเรื่องร้องเรียนภายใน โดยผู้รับเรื่องร้องเรียนจะต้องมีอิสระในการตรวจสอบ ปราศจากการกำกับดูแลจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งมีกลไกคุ้มครองพยานในกองทัพ
- เพื่อยุติความคลางแคลงใจของประชาชน เมื่อมีเหตุเกิดในพื้นที่ปิดลับ เช่น ค่ายทหาร หรือเรือนจำค่าย กองทัพควรติดตั้งกล้องวงจรปิดในทุกพื้นที่ และเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ก็ควรเปิดเผยความจริงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนและโปร่งใส เพราะการปกปิดข้อเท็จจริงโดยไม่มีการแก้ไขและป้องกันปัญหาจะนำไปสู่ความหวาดกลัว ความกังวล และความไม่ไว้วางใจในกลุ่มญาติ ครอบครัว และสังคม เพราะฉะนั้น การเปิดเผยความจริงจะสร้างความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อกองทัพได้
- กองทัพต้องให้สิทธิแก่พลทหารในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอก หรือการขอพบ ทนายความ ที่ปรึกษา ผู้ที่ไว้วางใจได้ โดยปราศจากสอดส่องและกำกับโดยผู้บังคับบัญชา เพราะจากกรณีการเสียชีวิตของพลทหารในอดีต พบว่าการที่พลทหารไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีได้นำไปสู่การเสียชีวิตของพลทหารหลายนาย และกองทัพยังต้องรับภาระในการพิสูจน์ เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตขณะอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพ ดังนั้น สิทธิในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอก รวมทั้งทนายความ ที่ปรึกษา หรือบุคคลที่ไว้วางใจ จะช่วยป้องกันการสูญเสียได้
- เมื่อมีกรณีการเสียชีวิตของพลทหารเกิดขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต รวมถึงผู้บังคับบัญชา ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาในศาลพลเรือน เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ รวมทั้งกองทัพต้องสร้างวัฒนธรรมความรับผิดรับชอบของผู้บังคับบัญชา เพื่อยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด
นอกจากนี้ CrCF ยังมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้
- ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร และหันมาใช้นโยบายเปิดรับทหารที่สมัครใจเข้ารับราชการทหารอย่างมีขั้นตอน เพราะฉะนั้น แทนที่จะสร้างคอนเทนต์ตลกขบขันเพื่อเรียกความสนใจจากคนทั่วไป โจทย์ใหญ่ที่แท้จริงของกองทัพคือการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการออกมาตรการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนและบังคับใช้มาตรการเหล่านั้นอย่างจริงจัง เพื่อจูงใจให้เยาวชนที่อาสาสมัครเข้ารับราชการทหารมีจำนวนมากขึ้น และลดจำนวนเยาวชนที่ต้อง “เกณฑ์” เข้ารับราชการทหาร ให้น้อยลง รวมทั้งมุ่งเน้นการสร้างทหารอาชีพ พร้อมค่าตอบแทนและสวัสดิการคุ้มครองที่เหมาะสม
- รัฐต้องมีมาตรการที่อนุญาตให้พลเรือนสามารถตรวจสอบกองทัพได้
- ต้องมีการแก้ไขกฎหมายให้ทหารที่กระทำความผิดทางอาญาต้องขึ้นศาลพลเรือนแทนศาลทหาร ยกเว้นในภาวะสงคราม
นอกเหนือจากการรับสื่อและข้อมูลของกองทัพเพียงช่องทางเดียวและนำมาเผยแพร่ต่อ สื่อมวลชนและสังคมก็มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการตั้งคำถามและตรวจสอบกองทัพ โดยพิจารณาให้ลึกลงไปถึงวัตถุประสงค์ของการสื่อสารข้อมูลต่างๆ ของกองทัพ รวมทั้งเป็นหูเป็นตาเมื่อมีกรณีพลทหารขอความช่วยเหลือ หรือหากทราบว่ามีการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายเกิดขึ้นภายในค่ายทหาร สามารถร้องเรียนได้โดยตรงต่อสำนักงานอัยการ ซึ่งเป็นศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ทั้งรายงานด้วยตัวเอง ช่องทางออนไลน์ หรืออีเมล เพื่อนำไปสู่การตรวจสอบ หาข้อเท็จจริง และนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขและป้องกันปัญหาการเสียชีวิตของพลทหารภายในค่ายต่อไป
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
กรุงเทพมหานคร
2 เมษายน 2569

![[PR]คืบหน้าไต่สวนการตายคดีพลทหารเพรชรัตน์ สืบพยานผู้ต้องขังร่วมห้อง-อดีต ผบ.-แพทย์นิติเวช](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/05/25-5-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]22 พ.ค. 69 ศาลปราจีนบุรี นัดไต่สวนคดีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง หลังเสียชีวิตภายในเรือนจำ มทบ. 12](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/05/20-5-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]กรณีอุ้ม-ฆ่า ดีแข ยศยิ่งยืนยง: ครอบครัวร้องกองปราบปรามการทุจริตฯ หลังพบพิรุธ ตำรวจมอบเงิน 500,000 บาท ให้แก่ญาติ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/05/12-5-69-2-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]CrCF ร้องหลายหน่วยงานตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานฯ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านถูกกำนันทำร้ายร่างกาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/28-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลปราจีนบุรีนัดไต่สวนพยาน 15 ปาก คดีพลทหารเพรชรัตน์ เสียชีวิตในเรือนจำทหาร 22 พ.ค. 69 นี้](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/21-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)