22 พ.ค. 69 ศาลปราจีนบุรี นัดไต่สวนคดีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง หลังเสียชีวิตภายในเรือนจำ มทบ. 12

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นี้ เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดปราจีนบุรี นัดไต่สวนชันสูตรพลิกศพ คดีหมายเลขดำ ช.1/2569 กรณีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง เสียชีวิตภายในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายพรหมโยธี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 โดยในวันดังกล่าว พนักงานอัยการในฐานะผู้ร้อง ได้นำพยานจำนวน 9 ปาก ได้แก่ พลทหารที่อยู่ในห้องขังกับผู้ตาย 2 นาย พนักงานสอบสวน สภ. ท้องที่เกิดเหตุ  แพทย์ที่ทำการผ่าชันสูตรศพ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และอดีตผู้บัญชาการ เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 และทนายความของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ซึ่งเป็นผู้ร้องซักถามในฐานะทนายความของครอบครัวผู้เสียชีวิต นำพยานจำนวน 8 ปาก ได้แก่ พลทหารที่อยู่ในห้องขังกับผู้ตาย 3 นาย ครอบครัวผู้ตาย และพยานที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ตายในการต่อสู้คดี มาเบิกความต่อศาลในวันเดียวกัน  รวมพยานที่เบิกความต่อศาลทั้งสิ้น 17 ปาก 

นอกจากนี้ ทนายความผู้ร้องซักถามได้ขอศาลปราจีนบุรีออกหมายเรียกบันทึกวิดีโอกล้องวงจรปิดภายในห้องควบคุมตัวและบริเวณเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 ซึ่งเป็นหลักฐานที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการแสวงหาความจริงที่เกิดขึ้นกับพลทหารเพรชรัตน์ในขณะที่อยู่ในความควบคุมตัวกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังได้ขอศาลปราจีนบุรีออกหมายเรียกพยานบุคคลที่อยู่ในห้องขัง ที่อาจรับรู้ รับทราบความจริงที่เกิดขึ้นกับผู้ตายในวันเกิดเหตุมาให้การกับศาลจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อให้ญาติและครอบครัวผู้ตายได้ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายในห้องควบคุมให้ได้มากที่สุด และหากพบว่ามีการกระทำละเมิดต่อผู้ตายเกิดขึ้น ครอบครัวของผู้ตายจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

คดีนี้สืบเนื่องจากกรณีพลทหารเพรชรัตน์  กำลังยิ่ง ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 จังหวัดปราจีนบุรี และเสียชีวิตในระหว่างถูกควบคุมตัวภายในเรือนจำ โดยญาติและครอบครัวยังคงติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากแพทย์ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตมาจากกล้ามเนื้อหัวใจหนากว่าปกติ และได้มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการทางกฎหมาย รวมถึงการเป็นทนายความในคดีไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ คดีหมายเลขดำที่ ช.1/2569 โดยเป็นทนายความผู้ร้องซักถามร่วมกับพนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรีในการค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นกับผู้เสียชีวิตการไต่สวนคดีชันสูตรพลิกศพเป็นกระบวนการสำคัญในการแสวงหาข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การเปิดเผยถึงสาเหตุการเสียชีวิต รวมทั้งอาจชี้ให้เห็นเบาะแสเกี่ยวกับผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะในกรณีการเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งที่ผ่านมา ในกรณีการเสียชีวิตของพลทหารขณะเข้ารับการฝึกอยู่ในค่าย ส่วนใหญ่มักจบลงที่การเจรจาไกล่เกลี่ย และจ่ายเงินชดเชยเยียวยา ทว่าไม่สามารถนำตัวผู้ที่กระทำให้เกิดการเสียชีวิต รวมทั้งผู้บังคับบัญชามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้

ด้วยเหตุนี้ CrCF จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมติดตามการไต่สวนคดีชันสูตรพลิกศพ กรณีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง รวมทั้งความคืบหน้าของคดีตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างใกล้ชิด ให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการค้นหาความจริงและคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัวอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และโปร่งใสต่อไป

Author