แถลงการณ์แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

กรณีการก่อความไม่สงบในพื้นที่อย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชาชน

จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นพร้อมกันถึง 51 จุด ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ตามด้วยเหตุรุนแรงที่เกิดอีกหลายครั้งภายในระยะเวลาไม่กี่วัน ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต อีกทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน รวมถึงส่งผลกระทบต่อจิตใจของประชาชนในพื้นที่อย่างรุนแรง นับเป็นอีกครั้งจากหลายๆ ครั้ง ในระยะเวลากว่า 20 ปี ที่วิถีชีวิตของประชาชนต้องตกอยู่ภายใต้เงาของความรุนแรงและความไม่มั่นคงอย่างต่อเนื่อง

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) และภาคีเครือข่าย ขอชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนอกจากจะเป็นการละเมิดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law) โดยเฉพาะหลักการคุ้มครองพลเรือนและการห้ามโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือนแล้ว ยังสะท้อนถึงวิกฤตความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาและการบริหารงบประมาณด้านความมั่นคงของรัฐบาลไทย ซึ่งในตลอดระยะเวลา 23 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2547 – 2569) ได้มีการทุ่มเทงบประมาณลงไปในพื้นที่เป็นจำนวนเงินสูงกว่า 300,000 ล้านบาท ทว่านอกจากจะไม่สามารถลดเหตุการณ์ความรุนแรงหรือนำตัวผู้กระทำความผิดที่แท้จริงมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้แล้ว เหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนกลับยังคงเกิดขึ้นรายวันในพื้นที่

นอกจากนี้ ประชาชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ยังต้องเผชิญกับ “ความรุนแรงเชิงโครงสร้างและวาทกรรม” ผ่านการตีตราจากคนบางกลุ่ม ตลอดจนการถูกปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ของรัฐ  ด้อยค่า บิดเบือน และสร้างภาพจำให้เป็นแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสข่าวและการแถลงของหน่วยงานความมั่นคงในขณะนี้ สิ่งที่ยังขาดหายไปคือ “ความจริงอย่างรอบด้าน” เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ตัวตนของผู้ก่อเหตุ และรากเหง้าของปัญหา ซึ่งส่งผลให้การแก้ไขปัญหาดำเนินไปอย่างผิดทิศทาง ขณะที่ประชาชนต้องกลายเป็นผู้แบกรับผลกระทบเรื่อยมา

ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) และภาคีเครือข่าย จึงขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว รวมทั้งมีข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะต่อทุกฝ่าย ดังต่อไปนี้

  1. การคุ้มครองพลเรือนต้องเป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่าย ขอให้ทุกฝ่ายใช้เหตุการณ์นี้เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรการลดความรุนแรงและการคุ้มครองพลเรือนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การกำหนดร่วมกันให้มีพื้นที่ปลอดภัย และขยายพื้นที่ปลอดภัยให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
  2. รัฐและหน่วยงานความมั่นคงต้องยอมรับความผิดพลาดเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ และทบทวนนโยบายดังกล่าว โดยรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง
  3. สำหรับกรณีการก่อความไม่สงบใน 51 จุด ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 และเหตุการณ์ความไม่สงบอื่นๆ ที่ตามมา รัฐต้องเร่งดำเนินการแสวงหาและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีต่อผู้ก่อเหตุตัวจริงและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย
  4. รัฐและหน่วยงานความมั่นคงต้องทบทวนปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) และเปิดพื้นที่ทางการเมืองที่ปลอดภัย เพื่อสร้างพื้นที่ทางการเมืองที่คนในพื้นที่และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่ถูกตีตรา ไล่ล่า หรือทำลายความน่าเชื่อถือเพียงเพราะมีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา หรือมีความเห็นที่แตกต่างจากรัฐ
  5. สื่อมวลชนจะต้องยึดมั่นในจริยธรรมและรายงานข่าวอย่างเป็นธรรม รวมถึงมีบทบาทในการนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นอิสระ รอบด้าน และการนำเสนอข่าวจะต้องนำไปสู่แนวทางในการแก้ไขปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน 
  6. สังคมไทยต้องเปิดใจรับฟังด้วยความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ และตระหนักว่าปัญหาชายแดนใต้มีความซับซ้อนเชิงประวัติศาสตร์ การเมือง และวัฒนธรรม เร่งลดการตีตรา และร่วมกันสร้างความเข้าใจต่อเพื่อนมนุษย์ เพื่อเป็นพลังร่วมในการผลักดันกระบวนการสร้างสันติภาพที่แท้จริง

ด้วยความเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สันติภาพและประชาธิปไตย

ลงชื่อ

1. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)

2. สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)

3. องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP)

4. มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF)

5. มูลนิธิวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาแห่งเอเซีย (ACFOD)

6. เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD)

7. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR)

8. กรกนก วัฒนภูมิ – นักกฎหมาย

9. ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล – อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

10. สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

11. รัษฎา มนูรัษฎา – ทนายความ

12. สุรชัย ตรงงาม – ทนายความ

25 สิงหาคม 2569

Author