ความคืบหน้ากรณีพลทหารเสียชีวิตในค่าย จ.พิษณุโลก ผลชันสูตรเบื้องต้นไม่พบความผิดปกติ ผสานวัฒนธรรมเสนอ 5 ข้อ ป้องกันความรุนแรงในค่าย

12 พฤศจิกายน 2568 ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้รับมอบอำนาจจากครอบครัวของพลทหารราเชน ยวามื่อ ทหารเกณฑ์ที่เสียชีวิตในค่าย จ. พิษณุโลก ให้เข้าร่วมสังเกตการณ์การชันสูตรพลิกศพพลทหารราเชน โดยแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลพุทธชินราช จ. พิษณุโลก พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสืบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าหน้าที่ทหารเข้าร่วมสังเกตการณ์ โดยหลังจากการผ่าชันสูตรเสร็จสิ้น ทีมแพทย์ชี้แจงข้อสังเกตและมีความเห็นเบื้องต้นว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการแขวนคอ สำหรับรายงานผลการชันสูตรเบื้องต้นแพทย์จะส่งให้พนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน และพนักงานสอบสวนจะรวบรวมทำสำนวนให้กับอัยการต่อไปเนื่องจากเป็นการเสียชีวิตในการควบคุมตัว

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับแจ้งเหตุจากเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ภาคเหนือ กรณีพลทหารราเชน ยวามื่อ ทหารกองประจำการผลัดที่ 2/2568 สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หน่วยฝึกกรมรบพิเศษที่ 4 กรมรบพิเศษที่ 4 จังหวัดพิษณุโลก เสียชีวิตภายในค่ายทหาร หลังจากเข้ารับการฝึกไม่ถึง 10 วัน จากนั้นทางมูลนิธิจึงเตรียมร้องเรียนต่อศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมพูดคุยกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทราบว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และต้องการทราบความจริงที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนการเสียชีวิต

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าพบแม่ของพลทหารราเชน เพื่อชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเสนอความช่วยเหลือในการจัดงานศพ

อย่างไรก็ตาม วันนี้ (12 พฤศจิกายน 2568) มีรายงานว่า โฆษกกองทัพบกได้แถลงข่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของพลทหารราเชนว่า ผู้เสียชีวิตมีประวัติการรักษาอาการทางจิตเวช โดยภายหลังการเข้าประจำการ หน่วยได้ดำเนินการส่งต่อประวัติการรักษามายังโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อให้แพทย์ดูแลและติดตามอาการอย่างต่อเนื่องตามระบบ และมีประวัติการใช้สารเสพติดมาก่อนเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ 

นอกจากนี้ โฆษกกองทัพบกยังกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 พลทหารราเชนเคยหลบหนีออกจากโรงพยาบาลขณะรอพบแพทย์ โดยขโมยรถจักรยานยนต์ของประชาชนในบริเวณใกล้เคียงขับออกไป ทว่าภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวไว้ได้ในลักษณะอาการมึนเมา และได้นำตัวกลับมายังต้นสังกัด ก่อนจะพบว่าพลทหารราเชนผูกคอเสียชีวิตในห้องน้ำของห้องขัง ในช่วงเช้าวันที่ 11 พฤศจิกายน

การเสียชีวิตของพลทหารราเชนเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงการเกณฑ์ทหาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรากของปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ดังนั้น มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงมีข้อเสนอแนะเพื่อให้ประเด็นการเสียชีวิตของพลทหารเกณฑ์ได้รับการแก้ไขในเชิงระบบ ดังนี้

  1. เร่งทำการสืบสวนสอบสวนอย่างโปร่งใสและอิสระ ทั้งจากหน่วยงานต้นสังกัดและจากหน่วยงานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ และเผยแพร่ผลการสืบสวนต่อญาติและสาธารณะ เพื่อสร้างมาตรการป้องกันการสูญเสียพลทหารขณะฝึก
  2. ทบทวนและตรวจสอบการควบคุมตัวพลทหารที่กระทำผิดวินัยที่เป็นไปเพื่อการลงโทษ โดยจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพร่างกายและจิตใจอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงทุกรูปแบบ รวมทั้งการฆ่าตัวตายในห้องขังของทางทหาร  รวมทั้งการป้องกันการฆ่าตัวตายในห้องขัง เช่น ไม่ควรมีอุปกรณ์ที่สามารถใช้ในการทำร้ายตนเองได้ เป็นต้น
  3. ทำให้แน่ใจว่าทางกองทัพและหน่วยฝึกจะมีการตรวจสอบสภาพจิตใจและประวัติพลทหารอย่างละเอียด เป็นมืออาชีพ ทั้งเรื่องการเป็นผู้ใช้ยาหรือผู้ป่วยด้านจิตเวช ต้องดำเนินการโดยแพทย์ จิตแพทย์หรือ นักจิตวิทยาอย่างถูกต้องตามขั้นตอนเพื่อคัดแยกพลทหารให้ได้รับการปฏิบัติในค่ายระหว่างการฝึกอย่างเหมาะสมและป้องกันการสูญเสีย
  4. ทบทวนการลงโทษในข้อหาการหนีทหารและการผิดวินัยอื่นๆ เนื่องจากพบว่าบ่อยครั้งการลงโทษในข้อหาเหล่านี้กลายเป็นสาเหตุในการละเมิด พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ สมควรให้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของครูฝึกหรือผู้ฝึก ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามหลักการที่เคารพสิทธิมนุษยชนและสามารถตอบคำถามกับญาติและสังคมได้ว่า กองทัพและหน่วยฝึกมีมาตรการอย่างไรที่จะป้องกันการสูญเสียที่เกิดขึ้น ไม่ว่าพลทหารที่สมัครหรือที่ถูกบังคับเกณฑ์ หากพบว่ามีการกระทำความผิดหรือการสั่งลงโทษที่ไม่เหมาะสมควรมีบทลงโทษเพื่อป้องปรามการกระทำซ้ำ
  5. เร่งให้มีการเยียวยาความสูญเสียของพลทหารตามหลักการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสม การเสียชีวิตในการควบคุมตัวเป็นการละเมิดสิทธิในชีวิต รัฐหมายรวมถึงกองทัพมีหน้าที่ปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของผู้ถูกควบคุมตัวที่ถูกลงโทษทางวินัย 

มาตรา 28 ของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ระบุว่า ในกรณีที่ผู้ถูกควบคุมตัวถึงแก่ความตาย ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบแจ้งคณะกรรมการทราบเพื่อให้มีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทรมาน ในระหว่างควบคุมตัวโดยพลัน มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องร่วมติดตาม ตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว รวมทั้งขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปร่วมกันติดตามความคืบหน้าของกรณีดังกล่าวนี้ เพื่อให้การสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นนี้ยุติลงได้อย่างแท้จริง

Author