10 ก.ย. ศาลสมุทรสาครนัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ กรณีขอให้สยาม ธีรวุฒิ เป็นบุคคลสาบสูญ หลังถูกบังคับสูญหาย เมื่อปี 2562

พรุ่งนี้ (10 กันยายน 2568) เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดสมุทรสาคร นัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ ภาค 7 กรณีขอให้สยาม ธีรวุฒิ เป็นบุคคลสาบสูญ หลังจากที่สยามได้ลี้ภัยทางการเมือง และถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศเวียดนาม พร้อมกับนายชูชีพ ชีวะสุทธิและนายกฤษณะ ทัพไทย  ตั้งแต่ปี 2562 และไม่สามารถติดต่อหรือทราบชะตากรรมนานกว่า 6 ปี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 มารดาของสยามได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขอให้ศาลสั่งให้สยามเป็นบุคคลสาบสูญเพื่อการจัดการทางแพ่งและทรัพย์สินของนายสยาม และต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ศาลได้นัดไต่สวนกัญญา ในฐานะผู้ร้อง และศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 เนื่องจากถือว่าสยามไม่เป็นบุคคลสาบสูญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 

ศาลวินิจฉัยในทำนองว่า “ผู้ร้องทราบดีถึงการที่นายสยามจากภูมิลำเนาไป รวมถึงทราบว่านายสยามยังมีชีวิตอยู่หลังจากที่จากภูมิลำเนาไป ส่วนข้อมูลการหายตัวที่อ้างว่านายสยามถูกจับกุมตัวโดยตำรวจเวียดนามก็ยังไม่มีความชัดเจน เพราะไม่ปรากฏสถานที่จับกุมที่แน่นอน อีกทั้งผู้ที่แจ้งข่าวก็ไม่สามารถระบุได้ว่าได้รับข่าวมาจากที่ใด นอกจากนี้นายสยามยังถูกออกหมายจับในคดี มาตรา 112 หลังเดินทางออกจากประเทศไทย ทำให้ต้องใช้ชีวิตแบบหลบหนีภัยอันตรายระหว่างการลี้ภัย ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดที่ผู้ร้องนำมาแสดงแล้ว ศาลจึงเห็นว่าไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่านายสยามเป็นคนสาบสูญตามกฎหมาย จึงมีคำสั่งยกคำร้อง”

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ทนายความจึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ภาค 7 ขอให้กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยผู้ร้องยืนยันในอุทธรณ์ทำนองว่า การที่สยามได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ตลอด 5 ปี ซึ่งผู้ร้องไม่สามารถติดต่อนายสยามได้ และไม่ทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร จึงเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61  เพื่อจัดการทางแพ่งและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับนายสยาม จึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้นายสยาม เป็นบุคคลสาบสูญ ได้ 

สยาม ธีรวุฒิ เป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยทางการเมืองเนื่องจากมีหมายจับข้อหามาตรา 112 จากการแสดงละครเวที ‘เจ้าสาวหมาป่า’ เขาตัดสินใจลี้ภัยทางการเมืองไปยังประเทศลาวและประเทศเวียดนาม ในปี 2562 พร้อมกับ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง และ กฤษณะ ทัพไทย หรือสหายยังบลัด  โดยทั้งสามคนเป็นส่วนหนึ่งของ 9 ผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ลี้ภัยไปยังต่างประเทศ หลังจากการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อมาในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน มีสื่อออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลว่า บุคคลทั้งสามถูกจับกุมที่ประเทศเวียดนามและส่งตัวกลับมายังประเทศไทย ทว่าหลังจากนั้นไม่มีใครทราบชะตากรรมหรือพบตัวทั้งสามคนอีกเลย 

หลังจากที่สยามหายตัวไป กัญญา ธีรวุฒิ แม่ของสยาม ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์และร้องเรียนต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ช่วยตามหาลูกชายของตนมาตลอด จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ได้เข้าร้องที่ศูนย์ป้องกันการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ตลิ่งชัน  เพื่อขอให้มีการติดตามและค้นหาและทราบชะตากรรมของสยาม ทว่ากลับไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี

การบังคับสูญหายนับเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อตัวบุคคล ครอบครัว และสังคมโดยรวม มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมกันติดตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ รวมถึงการดำเนินการสืบสวนสอบสวนค้นหาความจริงเกี่ยวกับการบังคับสูญหายสยามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าครอบครัวสยามจะได้ทราบความจริง ได้รับความเป็นธรรม และได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสมในทุกมิติ ตลอดจนสามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ เพื่อไม่ให้เกิดกรณีการบังคับสูญหายเช่นนี้กับใครอีก

Author