พรุ่งนี้ (วันที่ 30 สิงหาคม 2567) เวลา 13.00 น. ณ ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา (ถนนรัชดาภิเษก) นัดไต่สวนพยานผู้ถูกร้องต่อ โดยนายอี ควิน เบดั๊บ (Mr. Y Quynh Bdap) จะขึ้นเบิกความต่อในนัดนี้ ในคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนนายอี ควิน เบดั๊บ ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามและนักเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนา ก่อนหน้านี้ ศาลได้ไต่สวนพยานผู้ร้อง (พนักงานอัยการ) เมื่อวันที่ 1-2 และ 19 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมาจนไต่สวนพยานผู้ร้องเสร็จสิ้น ก่อนจะนัดไต่สวนพยานผู้ถูกร้องในนัดวันที่ 30 สิงหาคม 2567 นี้ และให้นัดไต่สวนพยานผู้ถูกร้องไว้อีกหนึ่งนัด ในวันที่ 2 กันยายน 2567 เวลา 9.00 – 16.30 น. 

คดีนี้สืบเนื่องจาก นายอี ควิน เบดั๊บ เป็นผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามและนักเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนาในกลุ่มชาติพันธุ์ อีกทั้งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มชาติพันธุ์มองตานญาดเพื่อความยุติธรรม  (Montagnards Stand for Justice – MSFJ) เพื่อฝึกอบรมกลุ่มชาติพันธุ์มองตานญาดในเวียดนามเกี่ยวกับกฎหมายเวียดนามและกฎหมายระหว่างประเทศ กลไกภาคประชาสังคม และวิธีการรวบรวมและรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการประหัตประหารและการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยสาเหตุทางศาสนาต่อสหประชาชาติและนานาชาติ 

นายเบดั๊บลี้ภัยมายังประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561 และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจาก UNHCR ต่อมา เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 นายเบดั๊บถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับกุม โดยอ้างว่ามีคำขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนและศาลในประเทศเวียดนามมีคำพิพากษาลงโทษนายเบดั๊บฐานก่อการร้ายจากเหตุจลาจลเมื่อปี 2566 ในจังหวัดดั๊กลัก ซึ่งนายเบดั๊บให้การปฏิเสธว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าว และอ้างว่าการเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนของตนตลอดมาโดยเฉพาะเพื่อเสรีภาพในการนับถือศาสนาของชาวมองตานญาด เป็นการกระทำโดยสงบและไม่ใช้ความรุนแรงแต่อย่างใดมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ขอเชิญชวนสื่อมวลชน ประชาชน และองค์กรภาคประชาชนที่สนใจ ร่วมติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หรือสามารถเข้าร่วมสังเกตการณ์การไต่สวนในวันที่ 30 สิงหาคม 2567 เวลา 13.00 ณ ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา รัชดา เพื่อให้มั่นใจว่านายเบดั๊บ จะไม่ถูกทางรัฐบาลไทยผลักดันกลับไปเผชิญภัยอันตรายใดๆ และเพื่อให้มั่นใจว่าความร่วมมือระหว่างประเทศในคดีอาญาจะมีการดำเนินการอย่างโปร่งใส และสามารถตรวจสอบการใช้อำนาจได้ เพื่อป้องกันไม่เกิดกรณีการกดปราบข้ามชาติ ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐอย่างเป็นระบบและกว้างขวาง

Author