คดีพลทหารเพรชรัตน์: ญาติตั้งทนาย CrCF ในคดีไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ พร้อมเข้าให้ข้อเท็จจริง กมธ. พัฒนาการเมือง หวังมทบ. 12 ส่งมอบพยานหลักฐานให้ตำรวจ-อัยการ
วันที่ 4 มีนาคม 2569 ทีมทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ได้ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อพูดคุยข้อเท็จจริงกับครอบครัวพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง ถึงเหตุการณ์การเสียชีวิตของพลทหารเพรชรัตน์ ขณะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยทางครอบครัวได้มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการทางกฎหมาย รวมถึงการเป็นทนายความในคดีไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ คดีหมายเลขดำที่ ช.1/2569 ณ ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งศาลจะนัดไต่สวนการตายในวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ครอบครัวพลทหารเพรชรัตน์พร้อมด้วยนิชนันท์ วังคะฮาต อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน และทีมทนายความ CrCF เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ถึงกรณีการเสียชีวิตของพลทหารเพรชรัตน์ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1, รองผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 12, แพทย์โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร, แพทย์เจ้าของเคส โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์, ผู้ช่วยเลขาธิการแพทย์สภา โดยทาง กมธ. ได้สอบถามข้อเท็จจริง แนวทางการดำเนินการของหน่วยงาน มาตรการกำกับดูแลภายในที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งและความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มเติม
ทางค่ายได้ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเกิดเหตุให้ กมธ. และญาติได้ทราบ พร้อมแจ้งว่าหลังจากเกิดเหตุได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม และยืนยันว่า หน่วยงานพร้อมอำนวยความสะดวกและให้พยานหลักฐานต่างๆ แก่ครอบครัว เพื่อนำไปดำเนินคดีทางกฎหมาย นอกจากนี้ ยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนจากส่วนกลางเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และย้ายผู้บัญชาการเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 ไปช่วยราชการ บก. มทบ. 12 ชั่วคราวในระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการใช้อำนาจแทรกแซงการสอบสวนข้อเท็จจริง
ในระหว่างการสอบถามข้อเท็จจริง พรพิมล มุกขุนทด ทนายความ CrCF ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นทนายความในคดีไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ เรียกร้องให้มณฑลทหารบกที่ 12 แสดงความโปร่งใส และยุติความคลางแคลงใจจากญาติผู้เสียหายและสังคม โดยขอให้มณฑลทหารบกที่ 12 นำส่งพยานหลักฐานทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กล้องวงจรปิด, พยานบุคคล, รายชื่อผู้ต้องขังและผู้บังคับบัญชาที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพนักงานอัยการ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่อยู่ภายใต้สังกัดของทหาร ร่วมตรวจสอบคดีนี้ นอกจากนี้พรพิมลยังได้ตั้งคำถามถึงการถอดบทเรียนของกองทัพเกี่ยวกับกรณีการเสียชีวิตของพลทหารในระหว่างการเกณฑ์ทหาร เนื่องจากปัจจุบัน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายมีการบังคับใช้มาเป็นปีที่ 3 แล้ว แต่เหตุการณ์การเสียชีวิตของพลทหารกลับยังคงเกิดขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในช่วงผลัด 1 เดือนพฤษภาคม และผลัด 2 เดือนพฤศจิกายน รวมทั้งเรียกร้องให้มีการลงโทษผู้บังคับบัญชาในขณะนั้น เพื่อป้องกันหรือรับรองว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับสามัญชนคนใดอีกต่อไป
กรณีนี้ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงว่า กองทัพให้ความรู้ อบรมเจ้าพนักงานอย่างถึงที่สุด พร้อมนำเหตุการณ์เหล่านี้ไปปรับปรุง ให้ความรู้ ตระหนักรู้วินัย กฎหมาย สิทธิมนุษยชน และกองทัพพร้อมดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเต็มที่
ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข รักษาการผู้อำนวยการ CrCF กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของพลทหารเพรชรัตน์ว่า ทาง CrCF ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนและแจ้งเหตุไปยังศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ จังหวัดปราจีนบุรี และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ กระทรวงยุติธรรม หวังว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่
จากการสำรวจในสื่อออนไลน์โดย CrCF พบว่า ในระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2560 – 2569) มีกรณีการเสียชีวิตของทหารเกณฑ์ในค่ายทหารเกิดขึ้นถึง 25 กรณี โดยมีสาเหตุหลักมาจากการถูกทำร้ายขณะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ อาการเจ็บป่วยทางกายซึ่งไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และการซ้อมทรมานโดยครูฝึกหรือรุ่นพี่ และช่วงอายุที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดอยู่ที่ 22 ปี อย่างไรก็ตาม ในจำนวน 25 กรณีนี้ มีเพียง 2 กรณี ที่มีการลงโทษผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนกรณีอื่นๆ นั้นมีทั้งการที่ญาติไม่ดำเนินการตามกฎหมายต่อ หรือไม่ปรากฏความคืบหน้าในสื่อ ลักษณะเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการสูญเสียบุคลากรที่มีกำลังในการทำงานพัฒนาประเทศ รวมทั้งอุปสรรคในการเข้าถึงความยุติธรรม เมื่อผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
ด้วยเหตุนี้ CrCF จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมติดตามนัดคดีไต่สวนคดีชันสูตรพลิกศพ กรณีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง รวมทั้งความคืบหน้าของกรณีอื่นๆ อย่างใกล้ชิด ให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการค้นหาความจริงและคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัวอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และโปร่งใส และหากกรณีดังกล่าวเป็นความผิดภายใต้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อนำผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้กรณีเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างของสถาบันที่เกี่ยวข้องในที่สุด

![[PR]ศาลปราจีนบุรีนัดไต่สวนพยาน 15 ปาก คดีพลทหารเพรชรัตน์ เสียชีวิตในเรือนจำทหาร 22 พ.ค. 69 นี้](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/21-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)

![[PR]อัยการสั่งยุติการสอบสวนคดีอุ้ม-ฆ่า “ดีแข ยศยิ่งยืนยง” อ้างพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แม้ตำรวจมอบเงิน 500,000 บาท ให้แก่ญาติ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/10-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]CrCF – เครือข่าย ร่วมแลกเปลี่ยนและยื่นข้อเสนอแนะต่อกรมคุ้มครองสิทธิฯ กรณีปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ. ทรมานฯ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/9-4-69-2.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คณะกรรมการต่อต้านการบังคับสูญหายแห่งสหประชาชาติ ส่งหนังสือปฏิบัติการด่วน ถึงรัฐบาลไทยและกัมพูชา กรณีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/9-4-69-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)