คณะกรรมการต่อต้านการบังคับสูญหายแห่งสหประชาชาติ ส่งหนังสือปฏิบัติการด่วน ถึงรัฐบาลไทยและกัมพูชา กรณีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ร่วมกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะผู้ร้องเรียนกรณีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมและผู้ลี้ภัยทางการเมืองไทยซึ่งถูกบังคับสูญหายที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 ได้รับหนังสือปฏิบัติการด่วน (Urgent Action) จากคณะกรรมการต่อต้านการบังคับสูญหายแห่งสหประชาชาติ (CED Committee) ซึ่งส่งถึงรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา หลังจากที่ CrCF ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีวันเฉลิมให้กับคณะกรรมการฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568

จากการส่งข้อมูลดังกล่าว คณะกรรมการฯ จึงมีมติให้ลงทะเบียนกรณีของวันเฉลิมในระบบของทั้งสองประเทศ โดยในหนังสือถึงรัฐบาลกัมพูชา คณะกรรมการฯ ระบุว่า ได้มีการส่งหนังสือโต้ตอบไปฉบับล่าสุด ซึ่งกัมพูชามีกำหนดตอบกลับคณะกรรมการฯ ภายในวันที่ 7 สิงหาคม 2566 แต่ไม่มีการตอบกลับหนังสือดังกล่าว แม้ว่าจะมีการแจ้งเตือนไปแล้วหลายครั้ง คณะกรรมการฯ จึงขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า รัฐภาคีในอนุสัญญาอุ้มหาย (ICPPED) จะต้อง “ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการฯ เกี่ยวกับสถานะของผู้สูญหาย และมาตรการที่ใช้เพื่อค้นหาพวกเขา ภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดโดยคณะกรรมการฯ”

คณะกรรมการฯ มีความกังวลอย่างยิ่งว่า รัฐบาลกัมพูชาจะไม่ได้ให้ข้อมูลหรือดำเนินการใดๆ เพื่อค้นหาวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือสืบสวนสอบสวนข้อกล่าวหาการบังคับสูญหายดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวชะตากรรมหรือสถานที่ที่วันเฉลิมถูกพาตัวไป

ขณะเดียวกันคณะกรรมการได้พิจารณาและเห็นว่า มีความจำเป็นต้องลงทะเบียนกรณีวันเฉลิมในระบบของประเทศไทยด้วย เนื่องจากเป็นประเทศต้นสัญชาติของผู้สูญหาย การลงทะเบียนคู่ขนานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้กลไกความร่วมมือทางกฎหมายระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จะช่วยในการสืบทราบชะตากรรมของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงรับประกันว่าจะมีการประสานงานกับครอบครัวของวันเฉลิม

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการฯ จึงได้มีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลไทยและกัมพูชาให้ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ให้มีการค้นหาวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ และดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการบังคับสูญหายดังกล่าว หากมีการยุติ ให้เปิดการสืบสวนสอบสวนขึ้นใหม่โดยทันที และจะต้องดำเนินการต่อไปจนกว่าจะทราบชะตากรรม สถานที่ ระบุผู้กระทำความผิดและนำตัวเข้าสู่กระะบวนการยุติธรรม รัฐทั้งสองจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและเก็บรักษาอย่างเหมาะสม โดยกระบวนการทั้งหมดจะต้องแจ้งให้ครอบครัวของวันเฉลิมทราบอย่างต่อเนื่องไปจนถึงมีส่วนร่วมในกระบวนการสืบสวนสอบสวนด้วย 

“พวกเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่คณะกรรมการอุ้มหายลงทะเบียนเคสคุณวันเฉลิมคู่ขนานทั้งสองรัฐ ถือเป็นกลไกที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์การอุ้มหายในบริบทข้ามพรมแดน หวังว่ารัฐบาลไทยและกัมพูชาจะดำเนินการตามหนังสือปฏิบัติการด่วนของคณะกรรมการฯ ในครั้งนี้อย่างจริงจัง ตั้งใจ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของคุณวันเฉลิมที่ยังคงรอคอยความคืบหน้ามากว่าหกปีแล้ว”

“รัฐบาลใหม่จะต้องเร่งทำผลงานด้านสิทธิมนุษยชน เพราะฉะนั้น เราคาดหวังว่ารัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรีอนุทินจะมีคำตอบให้กับครอบครัวคุณวันเฉลิมและคณะกรรมการฯ ด้วย” ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข ผู้อำนวยการ CrCF กล่าว

หลังจากที่ได้รับหนังสือปฏิบัติการด่วนดังกล่าวจากคณะกรรมการต่อต้านการบังคับสูญหายแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทยมีกำหนดการตอบกลับคณะกรรมการในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ขณะที่กัมพูชามีกำหนดในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ซึ่งการส่งหนังสือปฏิบัติการด่วนนับว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวในการเรียกร้องให้รัฐไทยและกัมพูชาดำเนินการสืบสวนสอบสวนและเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมกันเรียกร้องให้รัฐไทยดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าในกรณีของวันเฉลิม เพื่อให้นำไปสู่การทราบชะตากรรมและนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษในที่สุด

Author