CrCF ร้องศูนย์ป้องกันการทรมานฯ จ. ปราจีนบุรี กรณีทหารเสียชีวิตในค่าย และกรณีทหารถูกทำโทษให้ลงบ่อเกรอะ

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้ร้องเรียนต่อพนักงานอัยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย จังหวัดปราจีนบุรี และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย กระทรวงยุติธรรม (คณะกรรมการชาติฯ)  เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียหายโดยเร่งด่วน กรณีพลทหารเพชรัตน์ กำลังยิ่ง ถูกขังที่เรือนจำมณฑลทหารบกฯ  ค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี และเสียชีวิตในเรือนจำเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568  และกรณีพลทหารณัฐกุล ภักดี ถูกสิบเอกลงโทษ โดยการให้มุดตัวลงในถังบำบัดสิ่งปฏิกูล ภายในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรีเช่นเดียวกัน  

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่  21 กุมภาพันธ์ 2569 CrCF ได้ทราบเหตุการณ์การทรมาน ตามมาตรา 29 พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ที่ปรากฏในเฟซบุ๊ก “น้ำ-นิชนันท์ วังคะฮาต-Nitchanan Wangkahat” กรณีที่พลทหารเพชรัตน์ กำลังยิ่ง พลทหารสังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี ถูกสั่งขังในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 เป็นเวลา 15 วัน เนื่องจากลากลับบ้านเกินกำหนด ทว่าเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งนับเป็นวันที่ 10 ของการถูกคุมขัง พลทหารเพชรัตน์กลับมีอาการล้มลง ชักเกร็ง และหมดสติ เพื่อนผู้ต้องขังปฐมพยาบาล แล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งแพทย์แจ้งว่าพลทหารเพชรัตน์ไม่มีชีพจรแล้ว จากนั้นได้มีการชันสูตรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยแพทย์ระบุว่าผู้เสียชีวิตมีกล้ามเนื้อหัวใจโตผิดปกติแบบคั่งเลือด อย่างไรก็ตาม หลังจากการฌาปนกิจศพ กลับพบว่ามีช้อนสั้นอยู่ในเตาเผาศพ ซึ่งนำไปสู่คำถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพลทหารเพชรัตน์ก่อนเสียชีวิต ขณะที่กองทัพอ้างว่าช้อนดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ที่ทหารมักจะพกพาไว้สำหรับรับประทานอาหารตามปกติ

ในวันเดียวกัน สื่อออนไลน์มีการรายงานข่าวกรณีของพลทหารณัฐกุล ภักดี ถูกสิบเอกลงโทษ โดยการให้มุดตัวลงในถังบำบัดสิ่งปฏิกูล ภายในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เนื่องจากกลับเข้าค่ายช้ากว่าเวลาที่กำหนด อีกทั้งยังปรากฏภาพว่ามีการทำร้ายร่างกายโดยใช้ไม้ตีที่กลางหลังของพลทหาร อย่างไรก็ตาม ทีมโฆษกกองทัพบกได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า จากเหตุการณ์ที่ปรากฏในสื่อ มีการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งกองทัพบกโดยกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ได้นำตัวพลทหารผู้เสียหายคนดังกล่าวเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญากับกำลังพลชั้นนายสิบ กรณีที่ขู่บังคับให้กำลังพลทหารกองประจำการกระทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม พร้อมดำเนินการสอบสวนเพื่อลงโทษทางวินัย และดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

กรณีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของพลทหารเพชรัตน์ และการลงโทษอย่างไม่ได้สัดส่วนต่อพลทหารณัฐกุล เป็นอีกตัวอย่างของการละเมิดสิทธิมนุษยชนของทหารเกณฑ์ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และนำไปสู่การบาดเจ็บทางกาย บาดแผลทางใจ หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิต ทว่าที่ผ่านมากลับไม่มีการเปิดเผยสาเหตุที่แท้จริงของการบาดเจ็บและการเสียชีวิต รวมทั้งไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดและผู้บังคับบัญชามาลงโทษได้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในค่ายทหาร ที่นำไปสู่ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการลอยนวลพ้นผิด ซึ่งนอกจากจะไม่สามารถเอาผิดผู้ที่กระทำความรุนแรงได้แล้ว ยังส่งผลให้ปัญหาความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในค่ายทหารถูกละเลย และไม่ได้รับการแก้ไข

ทั้งนี้ ตามมาตรา 29 พ.ร.บ. ป้องกันและปราบการทรมานฯ เมื่อมีเหตุสงสัยว่าจะมีการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้ายหรือุ้มหายเกิดขึ้น ในฐานะผู้ทราบเรื่องสามารถร้องเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตามหน้าที่ของรัฐ นอกจากนี้ ตามมาตรา 28 ในกรณีที่ผู้ถูกควบคุมตัวเสียชีวิต เจ้าหน้าที่รัฐผู้รับผิดชอบต้องแจ้งคณะกรรมการชาติฯ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทรมานในระหว่างควบคุมตัวโดยพลัน 

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมติดตามกรณีของพลทหารเพชรัตน์และพลทหารณัฐกุล รวมทั้งกรณีอื่นๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการค้นหาความจริงและคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัวอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และโปร่งใส และหากกรณีดังกล่าวเป็นความผิดภายใต้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อนำผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้กรณีเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างของสถาบันที่เกี่ยวข้องในที่สุด

Author