6 พ.ย. 68 นัดฟังคำพิพากษาศาลนราธิวาส กรณีอัญชนา นายกสมาคมด้วยใจ ถูกฟ้องปิดปากตาม พ.ร.บ.คอมฯ หลังโพสต์ทวงค่าน้ำประปาให้มัสยิด
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. ศาลจังหวัดนราธิวาส นัดฟังคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 786/2568 กรณีอัญชนา หีมมิหน๊ะ นายกสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ถูกกองทัพเรือดำเนินคดีในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จากการที่อัญชนาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตั้งคำถามเรื่องการค้างจ่ายค่าน้ำประปาของหน่วยทหารในพื้นที่ ซึ่งใช้น้ำประปาของมัสยิด

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 อัญชนาได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตั้งคำถามเรื่องการค้างจ่ายค่าน้ำประปาของหน่วยงานรัฐ โดยเดิมอัญชนาระบุพื้นที่มัสยิดเป็นอำเภอบาเจาะ ต่อมาเมื่อทราบว่าระบุพื้นที่ผิด จึงแก้ไขข้อความให้ถูกต้อง เป็นมัสยิดในตำบลบือเระ อำเภอสายบุรี และต่อมา กรมทหารพรานที่ 44 หน่วยงานในอำเภอสายบุรี ที่เกี่ยวข้องในประเด็นค่าน้ำประปา ได้โพสต์ชี้แจงต่อสาธารณะถึงสาเหตุที่มีการค้างชำระค่าน้ำประปาให้กับมัสยิด ในตำบลบือเระ
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา กองทัพเรือได้ส่งผู้รับมอบอำนาจมาแจ้งความร้องทุกข์ต่ออัญชนาจากโพสต์เรื่องการทวงถามค่าน้ำประปาดังกล่าว โดยอ้างว่าโพสต์ของอัญชนาทำให้หน่วยทหารของกองทัพเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่ “อำเภอบาเจาะ” ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้พนักงานสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้ตั้งข้อหากล่าวอัญชนา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มาตรา 328 ประมวลกฎหมายอาญา แต่ต่อมาอัยการจังหวัดนราธิวาสได้มีความเห็นสั่งฟ้องอัญชนาในฐานความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ที่เกี่ยวกับเรื่องการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
กรณีของอัญชนาแสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐไทยในการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือสร้างภาระทางคดีกับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของตน อย่างสิทธิในการแสดงออกและแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยเรียกร้องทวงถามความรับผิดชอบของภาครัฐ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำการใดๆ แล้วเกิดผลกระทบต่อประชาชน หรือเรียกอีกอย่างว่า “การฟ้องปิดปาก” (SLAPPs) นอกจากนี้ คดีดังกล่าวยังเป็นที่จับตาของนานาชาติ โดยมีการแสดงความกังวลต่อรัฐบาลไทยในการฟ้องปิดปากนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
ด้วยเหตุนี้ ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00-16.00 น. สมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและภาคีเครือข่าย จะจัดงานแถลงการณ์คดี SLAPPs ในจังหวัดชายแดนใต้ ณ โรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาส เพื่อเรียกร้องการเปิดพื้นที่สาธารณะให้กับพลเมือง และยุติการใช้กฎหมายปิดปากนักกิจกรรม สื่อมวลชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมกันติดตามคำพิพากษาคดีที่อัญชนาได้ใช้สิทธิในการแสดงออกอย่างสุจริตและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเข้าร่วมในเวทีแถลงการณ์คดี SLAPPs ในจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อให้มั่นใจว่านักกิจกรรม สื่อมวลชน และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ที่ทำงานในจังหวัดชายแดนใต้ จะสามารถทำงานเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้คนในพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องหวาดกลัวการข่มขู่หรือการคุกคามจากหน่วยงานใดๆ ด้วยวิธีการรูปแบบใดๆ และให้มั่นใจว่าประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างที่ควรจะเป็น

![[PR]CrCF ร้องหลายหน่วยงานตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานฯ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านถูกกำนันทำร้ายร่างกาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/28-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลปราจีนบุรีนัดไต่สวนพยาน 15 ปาก คดีพลทหารเพรชรัตน์ เสียชีวิตในเรือนจำทหาร 22 พ.ค. 69 นี้](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/21-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)

![[PR]อัยการสั่งยุติการสอบสวนคดีอุ้ม-ฆ่า “ดีแข ยศยิ่งยืนยง” อ้างพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แม้ตำรวจมอบเงิน 500,000 บาท ให้แก่ญาติ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/10-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]CrCF – เครือข่าย ร่วมแลกเปลี่ยนและยื่นข้อเสนอแนะต่อกรมคุ้มครองสิทธิฯ กรณีปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ. ทรมานฯ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/9-4-69-2.png?resize=218%2C150&ssl=1)