ศาลนราธิวาสนัดสืบพยาน 8 – 10 ต.ค. 68 คดีที่อัญชนา นายกสมาคมด้วยใจ ถูกฟ้องปิดปาก หลังทวงค่าน้ำประปาที่ค่ายทหารหนึ่งค้างจ่าย
วันนี้ที่ศาลจังหวัดนราธิวาส เวลา 13:30 น. มีนัดนัดคุ้มครองสิทธิ สอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยาน จำเลยให้การปฏิเสธเพื่อต่อสู้คดีจนถึงที่สุด ในนัดนี้ศาลได้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยเป็นวันที่ 8-9-10 ตุลาคม 2568 โดยโจทก์มีพยานนำสืบด้วยกัน 5 ปาก เป็นผู้กล่าวหา ผู้รับมอบอำนาจ พยานชาวบ้านสองคน และพนักงานสอบสวน จำเลยขอนำสืบพยาน 7 ปาก โดยที่ระบุชื่อแน่นอนแล้ว 4 ปาก ได้แก่อัญชนา หีมมิหน๊ะ นายกสมาคมด้วยใจและนักกิจกรรมด้านสันติภาพและสิทธิมนุษยชน (จำเลย) จาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพยานชาวบ้านสองปาก ส่วนอีก 3 ปากจะระบุเพิ่มเติมในภายหลัง
ระหว่างการนัดตรวจพยานหลักฐาน ผู้พิพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่ในนัดคุ้มครองสิทธินี้ได้อ่านคำฟ้องให้จำเลยรับฟังอีกครั้ง และสอบถามว่าจะสารภาพหรือปฏิเสธ อัญชนา หีมมิหน๊ะ ให้การว่า ขอปฏิเสธ โดยทนายจำเลยได้แถลงประเด็นต่อสู้คดีว่าขาดเจตนาตามฟ้องและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะอีกทั้งไม่ได้ต้องการให้หน่วยงานใดเสียหายจำเลยจึงปฏิเสธ และได้ขอความเห็นของพนักงานอัยการว่าสามารถพิจารณาถอนฟ้องได้หรือไม่หากเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งทนายจำเลยเห็นว่าพนักงานอัยการมีอำนาจดำเนินการเช่นนั้นได้โดยอาศัยอำนาจอัยการสูงสุดตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการฯ ตนเคยทำคดีลักษณะเช่นนี้ในศาลอื่น อัยการได้เสนอถอนฟ้องแม้กระทั่งสืบพยานเสร็จสิ้นไปแล้วก็ตาม เป็นไปตามอำนาจและกฎหมาย แต่ด้านอัยการได้ชี้แจงว่าไม่สามารถถอนฟ้องได้
จำเลยได้กล่าวเพิ่มเติมต่อศาลว่าตนรู้สึกว่าเป็นคดีกลั่นแกล้งหรือดำเนินคดีปิดปาก เพราะมีการติดตามบทบาทและการทำงานของตนมาโดยตลอดตั้งแต่ทำงานกับกลุ่มด้วยใจปี 2554 รวมทั้งเคยมีทหารติดตามไปที่บ้านและให้ลบโพสต์ก่อนหน้านี้และเคยถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาทโดยเจ้าหน้าที่ทหารมาแล้วเมื่อปี 2559 อันมีเหตุเกี่ยวเนื่องจากการเปิดเผยรายงานการทรมานในปัตตานี ตนทราบว่ามีการตั้งงบประมาณเผยแพร่ข้อมูลโจมตีตนผ่านเว็บไซต์มีหลักฐานนำเสนอต่อศาลอื่นและในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร การฟ้องคดีอาญาต่อตนคดีนี้เหมือนมีลักษณะเป็นการเจตนาฟ้องปิดปาก ตนขอให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเพื่อแสดงเจตนาอันสุจริตของตนว่าได้โพสต์สื่อสารไปเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ ปัจจุบันมัสยิดดังกล่าวก็ได้รับค่าน้ำประปาตรงตามรอบเวลาทุกนัดจึงเป็นสิ่งที่สนับสนุนว่าการดำเนินการเรียกร้องสิทธิของประชาชนช่วยภาระความเดือดร้อนให้ประชาชนและเป็นการช่วยให้ประชาชนในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ร่วมกันได้ด้วยดียิ่งขึ้น ได้ไม่ได้มีผลเสียหายต่อหน่วยงานรัฐแต่อย่างใด
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมให้กำลังใจอัญชนาที่ต้องเผชิญกับข้อหา พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ จากการใช้สิทธิในการแสดงออกอย่างสุจริตและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพื่อให้มั่นใจว่านักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ทำงานในจังหวัดชายแดนใต้จะสามารถทำงานเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยต่อไปโดยไม่ต้องหวาดกลัวจากการข่มขู่คุกคามด้วยรูปแบบใดๆ

![[PR]กรณีอุ้ม-ฆ่า ดีแข ยศยิ่งยืนยง: ครอบครัวร้องกองปราบปรามการทุจริตฯ หลังพบพิรุธ ตำรวจมอบเงิน 500,000 บาท ให้แก่ญาติ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/05/12-5-69-2-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]CrCF ร้องหลายหน่วยงานตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานฯ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านถูกกำนันทำร้ายร่างกาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/28-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลปราจีนบุรีนัดไต่สวนพยาน 15 ปาก คดีพลทหารเพรชรัตน์ เสียชีวิตในเรือนจำทหาร 22 พ.ค. 69 นี้](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/21-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)

![[PR]อัยการสั่งยุติการสอบสวนคดีอุ้ม-ฆ่า “ดีแข ยศยิ่งยืนยง” อ้างพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แม้ตำรวจมอบเงิน 500,000 บาท ให้แก่ญาติ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/10-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)