20 ส.ค. นัดคุ้มครองสิทธิอัญชนา นายกสมาคมด้วยใจ หลังถูกฟ้องเพียงเพราะทวงค่าน้ำประปาที่รัฐติดค้างมัสยิด

พรุ่งนี้ (20 สิงหาคม 2568) อัญชนา หีมมิหน๊ะ นายกสมาคมด้วยใจเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน พร้อมทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จะเดินทางไปยังศาลจังหวัดนราธิวาสในนัดคุ้มครองสิทธิ คดีที่อัญชนาตกเป็นจำเลยในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยมูลเหตุคดีเกิดจากการที่อัญชนาโพสต์ข้อความใน เฟซบุ๊กตั้งคำถามเรื่องการค้างจ่ายค่าน้ำประปามัสยิดของหน่วยงานรัฐ

คดีนี้ เดิมพนักงานสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้ตั้งข้อหาอัญชนา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มาตรา 328 ประมวลกฎหมายอาญา หลังผู้รับมอบอำนาจจากกองทัพเรือ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กรณีที่อัญชนาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตั้งคำถามเรื่องการค้างจ่ายค่าน้ำประปาของหน่วยงานรัฐ โดยเดิมอัญชนาระบุพื้นที่มัสยิดเป็นอำเภอบาเจาะ ต่อมาเมื่อทราบว่าได้ระบุพื้นที่ผิด จึงได้แก้ไขข้อความให้ถูกต้อง โดยแจ้งขอแก้ไขพื้นที่ร้องเรียนในโพสต์ของตนเป็นมัสยิดในตำบลบือเระ อำเภอสายบุรี

แม้ต่อมา กรมทหารพรานที่ 44 หน่วยงานในอำเภอสายบุรี ที่เกี่ยวข้องในประเด็นค่าน้ำประปา ได้โพสต์ชี้แจงต่อสาธารณะถึงสาเหตุที่มีการค้างชำระค่าน้ำประปาให้กับมัสยิด ในตำบลบือเระ โดยอัญชนายังได้โพสต์ขอบคุณหน่วยงานที่ได้ออกมาชี้แจงและคลี่คลายปัญหา แต่ ต่อมากองทัพเรือได้ส่งผู้รับมอบอำนาจมาแจ้งความร้องทุกข์ต่ออัญชนาจากโพสต์เรื่องการทวงถามค่าน้ำประปาดังกล่าว โดยอ้างว่าโพสต์ของอัญชนาทำให้หน่วยทหารของกองทัพเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่ “อำเภอบาเจาะ” ได้รับความเสียหาย

โดยเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา อัยการจังหวัดนราธิวาสนำตัวอัญชนา พร้อมสำนวนที่มีความเห็นสั่งฟ้องในฐานความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ยื่นฟ้องต่อศาล ก่อนที่ศาลจะประทับรับฟ้องและกำหนดวันนัดคุ้มครองสิทธิในนัดวันที่ 20 สิงหาคมนี้

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 แมรี่ ลอว์เลอร์  (Mary Lawlor) ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้แสดงความกังวลต่อรัฐบาลไทย ถึงกรณีของอัญชนา

“ข้าพเจ้ารู้สึกกังวลต่อรายงานเกี่ยวกับการคุกคามทางกฎหมายต่ออัญชนา หีมมิหน๊ะ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงชาวไทย ซึ่งกำลังเผชิญข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อันเนื่องมาจากการทำงานของอัญชนาในการสะท้อนข้อกังวลของชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ รัฐบาลไทยควรยุติการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออกของตน” แมรี่ ลอว์เลอร์ กล่าว

คดีของอัญชนาเป็นอีกหนึ่งกรณีที่คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ประชาชนคนหนึ่งที่ใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกเพื่อตั้งคำถามกับหน่วยงานรัฐโดยสุจริตเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ที่เดือดร้อน อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ต้องเผชิญกับการถูกดำเนินคดีทางกฎหมายโดยหน่วยงานรัฐ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชน ร่วมกันติดตามนัดคุ้มครองสิทธิกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

Author