ผสานวัฒนธรรมแจ้งเหตุการณ์ทรมานฯ ม.29 ถึงศูนย์ป้องกันการทรมานฯ ตลิ่งชันและ สนง.อัยการปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา

วันที่ 4 สิงหาคม 2568 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้แจ้งเหตุการณ์ทรมานฯ ตามมาตรา 29 พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ถึงศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ส่วนกลาง ตลิ่งชัน และสำนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา เนื่องจากมูลนิธิได้ติดตามสถานการณ์และได้รับข้อมูลว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2568 เฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ มีจำนวนผู้ที่ถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกและการควบคุมตัวตามประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 อย่างน้อย 111 ราย โดยจำแนกพื้นที่เป็นจังหวัดปัตตานี 33 ราย จังหวัดยะลา 44 ราย จังหวัดนราธิวาส 30 ราย และจังหวัดสงขลา 4 ราย 

และเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 มีเรื่องร้องเรียนในลักษณะว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงนำกำลังหลายสิบคันรถกระบะเข้าปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดปัตตานี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายนรินทร์           (สงวนนามสกุล) โดยในขณะที่ควบคุมตัวอยู่นั้น  เจ้าหน้าที่หลายคนได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายและซ้อมทรมานนายนรินทร์ จนมีอาการดังนี้ ตาขวามีเลือดคั่ง ปวดบริเวณศีรษะ หัวเข่าซ้ายเคล็ดและมีรอยถลอกที่หัวเข่าทั้ง 2 ข้าง มีรอยฟกช้ำด้านหลัง นิ้วมือทั้งสองข้างมีรอยขีดข่วน ข้อมือขวาเคล็ด นิ้วก้อยเท้าฉีกขาด ต้องเย็บรักษาแผลจำนวน 5 เข็ม แต่ปรากฏว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้น ทางพนักงานอัยการจังหวัดปัตตานีที่รับการแจ้งเหตุตามมาตรา 22 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ไม่ได้รับภาพและเสียงบันทึกต่อเนื่องจากเจ้าหน้าที่ในชั้นจับกุม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารปิดล้อมตรวจค้นจับกุมบุคคลตามอำนาจกฎอัยการศึก

นอกจากนี้ มูลนิธิยังได้รับข้อมูลเป็นการร้องเรียนว่าอาจมีการกระทำผิดตามมาตรา 5 และมาตรา 6 แห่ง พระราชบัญญัติดังกล่าว ในการปิดล้อมและควบคุมตัวในลักษณะคล้ายกันอีกหลายกรณี เช่น 

กรณีที่ 1  นายเอ (ปกปิดชื่อ)  อายุ 26 ปี ชาวอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 04.00 น. ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 (ฉก.ทพ. 43) ภายใต้การควบคุมของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) จังหวัดยะลา ปัจจุบันถูกฝากขังที่เรือนจำปัตตานี โดยขณะซักถามตามอำนาจทหารในค่ายอิงคยุทธบริหาร เจ้าหน้าที่ทหารได้วางขาเก้าอี้พลาสติกบนเท้าทั้งสองข้างของนายเอ จากนั้นเจ้าหน้าที่ขึ้นยืนบนเก้าอี้จนทำให้นายเอเจ็บปวดเท้าทั้งสองข้างอย่างมาก และกระทำลักษณะนี้หลายครั้ง ไม่สามารถระบุครั้งหรือระยะเวลาได้ จนกระทั่งขาทั้งสองข้างเป็นรอย ระหว่างควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ให้ยืนตรงแล้วชกหน้าท้องหลายครั้ง พร้อมให้นั่งบนเก้าอี้พลาสติก แล้วถีบหน้าท้องด้วยรองเท้าคอมแบตจนทำให้นายเอล้มลงบนพื้นหลายครั้ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังล็อกคอด้วยแขน ชกที่ลำคอ หักคอจนสำลัก หายใจไม่ออก โดยอยู่ในห้องน้ำ ภายในห้องมืดสนิท ไม่สามารถมองเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่กี่คน และไม่ทราบหน่วยหรือสังกัด 

นายเอถูกกระทำดังกล่าวอย่างละ 3 ครั้ง  ช่วงระยะเวลาในการสอบสวนหรือซักถามอยู่ในช่วง 22.00 – 01.00 น. และบางวันถูกสอบสวนหรือซักถามระหว่างช่วงเวลา 22.00 – 03.00 น. นายเอยังถูกบังคับให้สารภาพและลงลายมือชื่อรับรองในเอกสารที่จัดทำโดยเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีทนายความและไม่ได้รับแจ้งข้อหา 

กรณีที่ 2 นายบี (ปกปิดชื่อ) อายุ 24 ปี อาศัยอยู่ที่อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร รวมระยะเวลาเป็นเวลา 7 วัน และที่ศูนย์พิทักษ์สันติ โรงเรียนตำรวจ จังหวัดยะลา ขณะญาติเยี่ยมและสลามมือนายบีพบว่ามือของเขาเย็นมาก นายบีแจ้งว่าอยู่ในห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาและมีอาการเครียดมาก พร้อมร้องไห้อย่างหนัก อีกทั้งยังแจ้งญาติว่าเหนื่อยจากการสอบสวน ซึ่งเกิดขึ้นแต่ละครั้งในช่วงระหว่างเวลา 09.00 – 14.00 น., 15.00 – 18.30 น.และ 20.00 – 02.00 น. ทำให้นายบีมีอาการเครียดและร้องไห้ ตลอดเวลารวมถึงช่วงเวลาที่ญาติเยี่ยมได้ 10 นาที เจ้าหน้าที่ยังสอบสวนหลังมัฆริบ ซึ่งอยู่ในช่วงเวลา 18.20 – 02.00 น. และเวลา 09.00 – 14.30 น. ทำให้นายบีไม่ได้พักผ่อนและอ่อนเพลียมาก

กรณีที่ 3 นายซี (ปกปิดชื่อ) อายุ 22 ปี อาศัยอยู่ที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2568 ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร โดยถูกควบคุมตัวทั้งหมด 27 วัน และได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568  ขณะถูกควบคุมตัวนายซีถูกข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายและคลุมถุงดำ ช่วงหลังของการสอบสวน นายซีถูกสอบข้อเท็จจริงด้วยคำหยาบ โดนถีบ โดนตบ และต้องยืนคุยกับเจ้าหน้าที่เป็นเวลานาน อีกทั้งนายซียังถูกขู่ว่าจะถูกจำคุก และขู่ว่าจะพาไปขึ้นเรือ หลังนายซีถูกปล่อยตัวจึงมีความหวาดระแวง รู้สึกหลอนกับเหตุการณ์ปิดล้อมครั้งนั้น หากมีรถผ่าน หรือจอดใกล้บ้านนายซีจะแอบดูตลอดเพราะเกรงว่าอาจจะถูกจับตัวอีกรอบ ถูกยิง หรือจำคุก เพราะค่ายทหารตั้งอยู่ในหมู่บ้านและมีทหารมาเยี่ยมตลอด นายซียังหวาดระแวงว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาเยี่ยมหรือเชิญตัวตอนกลางคืนอีกด้วย

มูลนิธิเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่เข้าข่ายเป็นการละเมิด พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ที่มีผลบังคับใช้แล้วทั่วประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 มูลนิธิจึงขอร้องเรียนต่อศูนย์ป้องกันการทรมานฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ใจว่าการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมบุคคลจำนวน  111 คน ได้ดำเนินการตามมาตรา 22 ของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ อย่างเคร่งครัด และมีการละเมิดสิทธิและละเมิด พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ เพื่อตอบสนองต่อมาตรการป้องกันการกระทำผิดทางอาญาที่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมายดังกล่าว

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม มีความพยายามที่จะทำให้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง และการปฏิบัติต่อประชาชนในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก มูลนิธิ จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนร่วมกันติดตามการทำงานของศูนย์ป้องกันการทรมานฯ สำนักงานอัยการปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่เกิดขึ้นว่าเป็นการละเมิดพ.ร.บ.ปปทรมานฯ และหากพบว่าเจ้าหน้าที่คนใดกระทำผิดพ.ร.บ.ปปทรมานฯ  กฎหมาย หรือระเบียบปฏิบัติใด ให้ดำเนินคดีหรือให้มีการดำเนินคดีและวินัยต่อเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิด เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมและกระบวนการสันติภาพต่อไป

Author