พรุ่งนี้ (20 มีนาคม 2568) เวลา 12.15 น. ตัวแทนเครือข่ายผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียหายกรณีทรมาน การลงโทษหรือกระทำด้วยประการใดที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการบังคับบุคคลให้สูญหายกว่า 25 กรณี พร้อมกับมูลนิธิผสานวัฒนธรม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และเครือข่ายภาคประชาสังคมจะเดินทางไปยังรัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือถึงชลธิชา แจ้งเร็ว โฆษกกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องให้มีการดำเนินการเพื่อทำให้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสองปีผ่านไปเครือข่ายยังคงเห็นความท้าทายในการนำ พ.ร.บ. ป้องกันการทรมาน-อุ้มหายไปปฏิบัติ เช่น การสืบสวนสอบสวนกรณีความผิดตาม พ.ร.บ.ฯ ที่เป็นไปอย่างล่าช้าแม้ได้รับข้อร้องเรียนถึง 125 กรณีกลับมีเพียงสองกรณีที่ฟ้องเป็นคดีสู่ชั้นศาล การมีคำสั่งยุติการสอบสวนเพื่อให้ทราบชะตากรรมกรณีผู้ถูกบังคับให้สูญหายเกือบทุกกรณี การออกระเบียบเยียวยาตามกฎหมายฉบับนี้ที่แม้จะมีการดำเนินการมามากกว่าหนึ่งปีแต่ปัจจุบันยังไม่มีการเผยแพร่และได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลัง รวมถึงการขับไล่ส่งกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา 7 คน และชาวอุยกูร์ 40 คน ที่อาจมีความเสี่ยงว่าจะตกอยู่ในอันตรายตามมาตรา 13 เป็นต้น
เนื่องในโอกาสครอบรอบสองปี พ.ร.บ. ป้องกันการทรมาน-อุ้มหาย เครือข่ายผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียหายกรณีทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้ายฯ และการอุ้มหาย ได้ร่วมกันสะท้อนความคิดเห็นถึงข้อท้าทายที่เผชิญจากประสบการณ์ในการดำเนินการตามกฎหมายฉบับใหม่ในฐานะผู้เสียหาย โดยกลุ่มผู้เสียหายได้เสนอแนะถึงแนวทางการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ได้จริง และเพื่อให้มั่นใจว่าจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ต้องการนำมาซึ่งความยุติธรรมและยุติความทุกข์ทรมานของผู้เสียหายและครอบครัวในทุกมิติ
ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข รองผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า “สองปีผ่านมายังจำได้ดีวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ทุกคนหน้าชื่นตาบาน รัฐบาลได้ใช้เป็นกระเช้าของสมนาคุณไปอวดคนทั่วโลก แต่ในกล่องไม่มีผลผลิตจริงๆเลย”
ภายในงานยื่นหนังสือครั้งนี้จะมีการเผยแพร่เนื้อความในหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับความท้าทายและข้อเสนอแนะอันเป็นเสียงสะท้อนจากเครือข่ายผู้เสียหายต่อสาธารณชน มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และองค์กรเครือข่ายจึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจติดตามการยื่นหนังสือในครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าของ พ.ร.บ. ป้องกันการทรมาน-อุ้มหาย หลังมีการบังคับใช้มาแล้วสองปี ผ่านมุมมองผู้เสียหายโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถยุติการกระทำทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้ายฯ และการอุ้มหาย และปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้อย่างแท้จริงตามที่ได้ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนและต่อประชาคมโลก

![[PR]ศาลอุบลราชธานีมีคำสั่งให้วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุคคลสาบสูญ หลังถูกบังคับสูญหายที่กัมพูชา เมื่อปี 2563](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/10/22-10-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คืบหน้าคดีปฏิบัติโหดร้าย – อุ้มหาย “ลุงเปี๊ยก” ศาลนัดสืบพยาน จำเลยตำรวจ 7 คน ขึ้นเบิกความต่อศาล](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/10/16-10-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 2 นัดตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยาน กรณี “ลุงเปี๊ยก” ถูก จนท. ตำรวจ อุ้ม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/10/14-10-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ไร้วี่แวว! สตช. ยังไม่จ่ายค่าเสียหายกว่า 4 ล้าน กรณีทรมานฤทธิรงค์ ชื่นจิตร เมื่อปี 52](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/10/9-10-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลปราจีนฯ ชี้ พลทหารเพรชรัตน์ เสียชีวิตจากอาการกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ แม้พยานยันมีการทำร้ายร่างกาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/10/1-10-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)