เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ทนายความของนางนาปอย ป่าแส มารดาของนายชัยภูมิ ป่าแส ได้รับหนังสือคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เรื่อง อุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของสถานีตำรวจภูธรนาหวาย เกี่ยวกับสำนวนการสอบสวนคดีอาญา โดยมีความเห็นให้เปิดเผยสำนวนสอบสวนคดีอาญาคดีชัยภูมิ ป่าแส และคำสั่งไม่ฟ้องเจ้าหน้าที่ทหารที่ฆาตกรรมชัยภูมิ ป่าแสของสำนักงานอัยการสูงสุด

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2567 ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอคัดถ่ายสำนวนคดีของ สภ. นาหวาย โดยผู้กำกับฯ สภ. นาหวาย เดิมมีคำสั่งไม่ให้คัดถ่าย เนื่องจากเห็นว่าหากเปิดเผยสำนวนคดีอาญานี้แล้วจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใด และเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร ตามหนังสือจาก สภ. นาหวาย ฉบับลงวันที่ 1 เมษายน 2567
เนื้อหาในคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยบางส่วนระบุว่า สำนวนการสอบสวนคดีอาญา และคำสั่งไม่ฟ้องของสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการพิจารณาคดีอาญา ซึ่งได้พิจารณาจนเสร็จสิ้นกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมายแล้ว โดยมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาแล้ว ประกอบกับผู้อุทธรณ์เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารนี้โดยตรงในฐานะเป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนางนาปอย ป่าแส มารดาของผู้เสียชีวิตในคดีดังกล่าว จึงควรได้รับทราบข้อมูลเพื่อปกป้องสิทธิของตนตามกฎหมาย อีกทั้งการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารย่อมแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดี จึงเห็นสมควรเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวให้แก่ผู้อุทธรณ์ทราบได้ ยกเว้นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลและข้อมูลข่าวสารให้ขอบเขตสิทธิส่วนบุคคล
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 ชัยภูมิ ป่าแส ซึ่งเป็นนักกิจกรรมเยาวชนที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของคนชาติพันธุ์และคนไร้สัญชาติ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารประจำด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตรวจค้นรถยนต์ชัยภูมิ ที่ขับมาพร้อมเพื่อนอีกหนึ่งคน เจ้าหน้าที่ฯ อ้างว่าชัยภูมิพยายามขัดขืนและทำร้ายเจ้าหน้าที่ฯ ด้วยอาวุธมีดและระเบิดขว้าง จึงใช้อาวุธปืนยิงนายชัยภูมิจนเสียชีวิต โดยอ้างว่ากระทำไปเพื่อป้องกันตนเอง
ต่อมามารดาของนายชัยภูมิ ป่าแส ได้ขอความช่วยเหลือทางกฎหมายกับมูลนิธิผสานวัฒนธรรม สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และProtection International (PI) ดำเนินคดีแพ่ง ฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อกองทัพบก ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ 2539 ปัจจุบันศาลฎีกาตัดสินให้กองทัพบกจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งให้กับมารดาของชัยภูมิ เป็นจำนวนเงิน 2,072,400 บาท คดีถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในส่วนคดีอาญาไม่มีความคืบหน้ามาหลายปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 ทนายความนางนาปอยได้รับหนังสือแจ้งผลคดีจาก สภ. นาหวาย ใจความว่าหลังพนักงานสอบสวนส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดพิจารณา อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีฆาตกรรมซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิงชัยภูมิ โดยมีคำสั่งมาตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2564 แต่กลับแจ้งผลครอบครัวชัยภูมิสามปีให้หลัง
ขณะที่คดีแพ่งมีการต่อสู้ถึงศาลฎีกาและได้รับเงินชดใช้เยียวยาในที่สุด แต่ทหารที่ยิงชัยภูมิยังไม่ได้รับโทษไม่ผิดคดีฆาตกรรม คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการสูงสุดและการแจ้งผลที่ล่าช้าของ สภ. นาหวาย ทำให้สังคมในวงกว้างรวมถึงสื่อมวลชนหลายสำนักตั้งคำถามและจับตาอย่างใกล้ชิด มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมติดตามคดีอาญาต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าครอบครัวชัยภูมิจะได้รับความเป็นธรรม และจะต้องมีการนำเจ้าหน้าที่่รัฐที่กระทำการละเมิดอย่างร้ายแรงในกรณีนี้มารับโทษในที่สุด เพื่อยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดและให้มั่นใจว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นกับใครหรือพี่น้องชาติพันธุ์คนใดอีก

![[PR]CrCF ร้องหลายหน่วยงานตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานฯ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านถูกกำนันทำร้ายร่างกาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/28-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลปราจีนบุรีนัดไต่สวนพยาน 15 ปาก คดีพลทหารเพรชรัตน์ เสียชีวิตในเรือนจำทหาร 22 พ.ค. 69 นี้](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/21-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)

![[PR]อัยการสั่งยุติการสอบสวนคดีอุ้ม-ฆ่า “ดีแข ยศยิ่งยืนยง” อ้างพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แม้ตำรวจมอบเงิน 500,000 บาท ให้แก่ญาติ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/10-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]CrCF – เครือข่าย ร่วมแลกเปลี่ยนและยื่นข้อเสนอแนะต่อกรมคุ้มครองสิทธิฯ กรณีปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ. ทรมานฯ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/9-4-69-2.png?resize=218%2C150&ssl=1)