วันนี้ (24 มิถุนายน 2567) เวลา 9.00 น. ณ ศาลจังหวัดนราธิวาส ในนัดไต่สวนมูลฟ้องเพื่อพิจารณาว่าคดีมีมูลฟ้องเป็นคดีอาญาหรือไม่ ทนายโจทก์มาศาล จำเลย 4 คนแต่งทนายความส่วนตัวเป็นตัวแทนมาศาล จำเลยอีก 5 คน ไม่ได้แต่งทนายความมา แม้จะขอให้พนักงานอัยการมาว่าความให้ โดยพนักงานอัยการได้แถลงต่อศาลขอให้เลื่อนนัดไต่สวนมูลฟ้อง แต่เนื่องจากไม่มีใบแต่งทนายความจึงยังไม่สามารถแต่งเข้าเป็นตัวแทนได้ และจะมาขอเลื่อนการพิจารณาคดีไม่ได้ ศาลให้สืบพยานวันนี้ไม่เลื่อนการพิจารณา

วันนี้ทนายความโจทก์ ได้เสนอพยาน 3 ปาก เพื่อให้ศาลไต่สวนมูลฟ้อง พยานปากแรกเป็นทนายความที่ได้รับมอบหมายจากสภาทนายความให้ช่วยเหลือคดีชาวบ้านตากใบตั้งแต่ปี2548 และให้ความช่วยเหลือตลอดมา การไต่สวนได้ดำเนินไปตลอดช่วงบ่ายจนเสร็จสิ้นในเวลา 17.00 น.ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งนัดไต่พยานอีก 2 ปากที่เหลือในวันต่อไป คือวันที่ 25 มิถุนายน 2567 เวลา 9.00 น. โดยพยานทั้งสองเป็นผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อปี 2547 หลังจากการไต่สวนพยานทุกปากเสร็จสิ้น จะมีคำสั่งว่าจะรับฟ้องเป็นคดีอาญาต่อไปหรือไม่
อนึ่งวันนี้อัยการจังหวัดนราธิวาส สองคนเมื่อได้รับคำร้องขอจากจำเลยที่ 4-8 ให้มาเป็นทนายแก้ต่างให้ ได้ขอศาลเลื่อนการพิจารณา อ้างเหตุผลว่าอัยการสูงสุดเพิ่งได้รับสำนวนคดีในเหตุเดียวกันจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด ทำให้ยังไม่ทราบคำสั่งจะใช้เวลานานเท่าใด ถ้าหากอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องก็ไม่อาจมาทำหน้าที่ทนายความแก้ต่างให้กับจำเลยในคดีได้ ทนายโจทก์ร่วมกันคัดค้านการเลื่อนการพิจารณาไต่สวนไปเพราะคดีล่าช้า เกือบหมดอายุความ จำเลยรับหมายโดยชอบมีโอกาสที่จะใช้สิทธิที่จะแต่งทนายความมาถามค้าน ศาลจึงวินิจฉัยให้ไต่สวนคดีไม่เลื่อนนัด
คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมหน้าสภ.ตากใบเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 ตัวแทนผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายจึงได้ร่วมกันยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนราธิวาสเป็นคดีอาญา โดยมีจำนวนโจทก์รวม 48 คน ลำดับที่ 1-34 เป็นผู้ที่เสียชีวิตจากอาวุธปืนทันทีที่หน้าโรงพักตากใบ 2 คน และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 คน รวม3 คน และที่เสียชีวิตจากการขนย้ายรวม 31 คน ลำดับที่ 35-48 เป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ
โจทก์ทั้ง 48 คน ได้ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐจำนวน 9 คน ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ และฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย จำเลยที่ 1 อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ในขณะนั้น จำเลยที่ 2 อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ในขณะนั้น จำเลยที่ 3 อดีตผู้บัญชาการพล. ร. 5 ในขณะนั้น จำเลยที่ 4 อดีตผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จำเลยที่ 5 อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จำเลยที่ 6 อดีตผู้กำกับสภอ.ตากใบในขณะนั้น จำเลยที่ 7 อดีตรองผู้กำกับสภอ.ตากใบในเวลานั้น จำเลยที่ 8 รองผอ.สสส.จชต. หรือกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้และเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น และจำเลยที่ 9 ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสในขณะเกิดเหตุ
จำเลยทั้ง 9 รายถูกชาวบ้านฟ้องในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อหา ฆ่าผู้อื่น โดยทรมานหรือโดยทารุณโหดร้าย ตามมาตรา 288 และ289 (5) ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพฯ ตามมาตรา 309 หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ตามมาตรา 310 การฟ้องร้องคดีอาญาเหตุการณ์ตากใบในครั้งนี้เกิดจากความพยายามของกลุ่มผู้เสียหาย ครอบครัวผู้เสียชีวิต กลุ่มทนายความและชาวบ้านในท้องที่ ที่ต้องการให้เกิดการค้นหาความจริงและเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเหตุการณ์ตากใบเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลอย่างมากต่อปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้ที่ยืดเยื้อต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมกับมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม และศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์จังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาทนายความ ขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมติดตามความคืบหน้าและผลของนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีตากใบต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสมโดยเฉพาะสิทธิในการรู้ความจริง (Rights to Truth) ได้รับความยุติธรรม สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป และยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในเจ้าหน้าที่รัฐที่มีมาอย่างยาวนาน รวมถึงเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเช่นนี้กับบุคคลใดได้อีก

![[PR]คืบหน้ากรณี “ลุงเปี๊ยก” ถูก จนท. ตำรวจปฏิบัติโหดร้าย-อุ้มหาย ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดตรวจพยานหลักฐาน 15 ต.ค. 69](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/08/18-8-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ครอบครัวพลทหาร “เพรชรัตน์-วรปรัชญ์” เข้าพบ กมธ. ทหาร ตัวแทนกองทัพรับเพรชรัตน์ถูกทำร้ายจริง](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/08/10-8-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]อัยการสูงสุดสั่งยุติสอบสวนคดีบังคับสูญหาย “สยาม ธีรวุฒิ” CrCF ชี้รัฐไทยล้มเหลวในการค้นหาความจริงและปกป้องประชาชน](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/07/31-7-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ตีความมีปัญหา – ยุติคดี – ละเมิดหลักการห้ามส่งกลับ ฝ่ายการเมือง นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ร่วมสะท้อนข้อจำกัด พ.ร.บ. ทรมาน-อุ้มหาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/07/22-7-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คืบหน้าคดีพลทหารเพรชรัตน์ เพื่อนร่วมห้องขัง มทบ. 12 ยืนยัน ผู้ตายถูกทำร้ายก่อนเสียชีวิต](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/07/20-7-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)