วันนี้ (4 มิถุนายน 2567) เวลา 11.00 น. สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาววันเฉลิมสัตย์ศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนักกิจกรรมทางการเมืองเดินทางมายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  เพื่อยื่นหนังสือถึงเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยในวันนี้มีสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนมารับหนังสือดังกล่าว เนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี การบังคับสูญหายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ น้องชายของสิตานัน ผู้ลี้ภัยทางการเมืองไทยซึ่งถูกบังคับให้สูญหาย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563

โดยหนังสือสรุปใจความได้ว่า สิตานันเรียกร้องให้นายกเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะผู้นำรัฐบาล และแพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองที่วันเฉลิมเคยร่วมงานกับผู้นำของพรรคเพื่อไทยหลายคน ให้ดำเนินการกับกรณีอุ้มฆ่า อุ้มหายผู้ลี้ภัยทั้ง 9 คน ข้อเสนอแนะข้อแรก ขอให้หน่วยงานของรัฐสอบสวนอาชญากรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังและได้ผลเพื่อให้ได้พยานหลักฐานและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้ในที่สุด และสองให้ชดใช้เยียวยาญาติซึ่งเป็นผู้เสียหาย ทั้งในทางจิตใจ เศรษฐกิจและสังคมตามหลักสิทธิมนุษยชนโดยด่วน

นอกจากนี้สิตานัน ขอเรียกร้องให้ดำเนินการดังต่อไปนี้กับกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีอื่นๆ ที่เกิดจากการกระทำของคส. รัฐบาลที่สืบอำนาจ คสช. และพรรคพวก หนึ่งให้ตรวจสอบค้นหาความจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ว่าจะเป็นการจับกุมคุมขัง ดำเนินคดี ลงโทษ นักกิจกรรมที่ต่อต้านคัดค้านระบอบ คสช. และจัดทำรายงานเปิดเผยความจริงต่อผู้ถูกละเมิด ญาติพี่น้องและประชาชน  สองให้เยียวยาผู้รอดชีวิตและครอบครัวในทุกมิติ นอกจากนี้ยังขอเรียกร้องให้มีการ ขอโทษต่อสาธารณชน หรือ Public Apology ซึ่งเป็นวิธีการและเครื่องมือทางสังคมอย่างหนึ่งที่สามารถนมาใช้เพื่อแสดงความสำนึกผิด และประกาศเจตจำนงว่า แม้คำขอโทษเหล่านี้จะไม่สามารถหักล้างหรือเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่น่าเศร้าเสียใจในอดีตได้ แต่เป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในปัจจุบัน เพื่อยอมรับผิด ยอมรับว่ามีเหตุการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้นจริง แสถงถึงความตระหนักรู้และยืนยันว่านับจากนี้จะไม่สนับสนุนหรือส่งเสริมให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นซ้ำอีก สามให้นำตัวผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง โดยเฉพาะระดับผู้นำหรือผู้สั่งการมาลงโทษ สี่ให้ปฏิรูปกลไกและสถาบันการเมืองต่างๆ ให้เป็นประชาธิปไตยและตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชนและนิติรัฐที่เข้มแข็ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดซ้ำอีก 

นอกจากนี้ สิตานันได้กล่าวขณะยื่นหนังสือในช่วงเช้าว่าวันนี้เป็นวันครบรอบ 4 ปี การอุ้มหายวันเฉลิม อยากเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเนื่องจากประเทศไทยก็มีการบังคับใช้พ.ร.บ. ซ้อมทรมาน-อุ้มหายฯ และได้ลงนามให้สัตยาบันในอนุสัญญาอุ้มหายฯ (ICPPED) แล้วอีกด้วย สิตานันย้ำว่าชีวิตคนไทย 9 รายที่ถูกบังคับให้สูญหายและถูกอุ้มฆ่า อยากฝากเรื่องนี้ไว้ให้รัฐบาลดำเนินการ อย่าให้เป็นเพียงลมปากเท่านั้น 

พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เดินทางมายื่นหนังสือในนามมูลนิธิฯ อ่านรายชื่อผู้ถูกอุ้มหายทั้ง 9 ราย ได้แก่  วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ, อิทธิพล สุขแป้น, วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์,  ไกรเดช ลือเลิศ, ชัชชาญ บุปผาวัลย์, สยาม ธีรวุฒิ, ชูชีพ ชีวะสุทธิ์, กฤษณะ ทัพไทย และเชิญร่วมรับฟังรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการตรวจสอบและพิจารณาข้อร้องเรียนกรณีผู้ลี้ภัยไทยในประเทศเพื่อนบ้าน 9 กรณีที่ถูกอุ้มหายและอุ้มฆ่า ในวันที่ 10 มิถุนายน 2567 เวลา 13.00 น. ณ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และขอให้นายกรัฐมนตรีแสดงเจตจำนงทางการเมืองกล่าวคำขอโทษกับกลุ่มญาติในกรณีดังกล่าว แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาล คสช.  รวมทั้งร่วมกับสิตานันตั้งคำถามว่า วันเฉลิมมีบทบาทที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย การที่วันเฉลิมมีพาสปอร์ตในขณะที่ลี้ภัยอยู่ประเทศกัมพูมชา และอยู่อย่างไม่ได้ปิดบังตนแต่อย่างใด การมีพาสปอร์ตเช่นนี้แสดงถึงความสำคัญของวันเฉลิมหรือไม่ อยากให้พรรคเพื่อไทยที่วันเฉลิมเคยทำงานร่วมด้วยนั้นออกมาชี้แจงถึงบทบาทของวันเฉลิมในพรรคเพื่อไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ซึ่งได้มาร่วมยื่นหนังสือกับสิตานันในวันนี้ กล่าวว่ากรณีอุ้มหายและอุ้มฆ่า 9 ราย เกิดในยุครัฐบาลของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงถือเป็นอาชญากรรมที่เกิดกับผู้ต่อต้านรัฐในยุคนั้นโดยตรง ขอเรียกร้องรัฐบาลปัจจุบันหากยังเพิกเฉยจะถือว่ารัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวในการสืบสวนสอบสวนเช่นเดียวกับรัฐบาลประยุทธ์ สมยศย้ำว่ารัฐบาลนี้จะเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยหรือไม่อยู่ที่ว่ารัฐบาลนี้สนใจในการดำเนินการในประเด็นปัญหาดังกล่าวหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้กับใครได้อีก และขอให้สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปร่วมติดตามการแถลงข่าวเปิดเผยรายงานของกสม. ถึง 9 กรณีที่ถูกอุ้มหายและอุ้มฆ่า ในวันที่ 10 มิถุนายน 2567 โดยรายงานฉบับนี้จะเป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าเรื่องนี้เป็นอาชญากรรมของรัฐ

ต่อมาในเวลา 13.30 น. สิตานันเดินทางต่อไปยังที่ทำการพรรคเพื่อไทยเพื่อยื่นหนังสืออีกหนึ่งฉบับถึงแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยมีครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส. จังหวัดสุรินทร์ รองประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล พัฒนา สัพโส ส.ส. จังหวัดสกลนคร และวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส. ขอนแก่น เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยมารับหนังสือ 

ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข รองผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และอดีตคนสนิทของวันเฉลิม กล่าวขณะยื่นหนังสือที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทยว่า ตนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยมีส่วนอย่างมากที่จะรับฟังการขอความช่วยเหลือจากพวกเรา เพราะวันเฉลิมเคยทำงานกับที่นี่ ประกายดาวกล่าวต่อไปว่า ตนเองเคยร่วมงานกับวันเฉลิมทำงานให้กับพล.ตร.อ.ดร.พงศพัศ พงษ์เจริญ ในปี 2555 นอกจากนี้ยังได้ทำงานให้กับชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม แม้คนในพรรคเพื่อไทยจะอ้างว่าไม่เคยได้ยินชื่อวันเฉลิมมาก่อน ตนเชื่อว่ามีหลายคนในพรรครู้จักชื่อวันเฉลิม และอาจเคยร่วมงานกับวันเฉลิมด้วย นอกจากนี้ในวันนี้มาเพื่อทวงถามความเป็นธรรมให้กับอีก 8 กรณีผู้ลี้ภัยที่ถูกอุ้มหายเช่นเดียวกับวันเฉลิม บุคคลเหล่านี้ล้วนหายไปหลังจากมีการรัฐประหารในปี 2557 และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นเหตุจูงใจทางการเมือง อีกทั้งในหลายกรณีเราเห็นรูปแบบการอุ้มหายที่สอดคล้องกัน ประกายดาวทิ้งท้ายว่าตนขอเสนอหากมีการพูดคุยกัน ทางญาติก็พร้อมที่จะให้ข้อมูลกับพรรคเพื่อไทย 

ในขณะที่สิตานันยื่นหนังสือกับพรรคเพื่อไทย สิตานันกล่าวว่าเนื่องจากวันเฉลิมเคยทำงานให้กับพรรคเพื่อไทยในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังนั้นในวันนี้ที่ครบรอบ 4 ปีจึงอยากมาทวงถามความคืบหน้า เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยไม่เคยแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัววันเฉลิมหรือแม้แต่แสดงออกใดๆ ทั้งนี้สิตานันย้ำว่าพรรคเพื่อไทยไม่สามารถอ้างได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล เพราะวันเฉลิมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่หายไปจากประเทศกัมพูชา วันนี้จึงมาทวงถามว่าในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล รัฐบาลเพื่อไทยจะมีคำตอบอย่างเป็นรูปธรรมให้กับครอบครัววันเฉลิมอย่างไรบ้าง

ครูมานิตย์ กล่าวว่าวันนี้ทางวิสุทธิ์ ไชบณรุณ ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ได้มอบหมายให้ตนมารับเรื่อง พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีจุดยืนในเรื่องประชาธิปไตยและต่อสู้เรื่องสิทธิมนุษยชนมาอย่างยาวนาน วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล เรื่องที่มาร้องเรียนนั้นพรรคก็ติดตามอยู่ และจะหาโอกาสในการเข้าไปดำเนินการและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ วันนี้พรรคเพื่อไทยมีการประชุมส.ส.ภายในพรรคพอดี ตนรับปากว่าอย่างน้อยวันนี้ตนจะเป็นสื่อนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมให้ที่ประชุมรับทราบ ข้อเรียกร้องที่มายื่นในวันนี้อาจไม่ได้ภายในวันนี้พรุ่งนี้ แต่อย่างน้อยก็เป็นตัวนำที่พวกเราได้มายื่นและให้ติดตามกันต่อไป

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมติดตามความคืบหน้าในกรณีอุ้มหาย อุ้มฆ่าผู้ลี้ภัยทั้ง 9 คน ในยุคของระบอบ คสช. ต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐบาลและผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงเช่นนี้ไปด้วยกัน และเพื่อสร้างสังคมไทยให้ปลอดภัย เป็นสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยไม่ทิ้งบุคคลใดให้ต้องต้องต่อสู้อย่างโดดเดียวเพียงลำพังต่อไป

Author