พอละจี รักจงเจริญ

ศาลคดีอาญาทุจริตฯ นัดตรวจพยานหลักฐาน ในคดีชัยวัฒน์ กับพวกรวม 4 คน จำเลย กรณีอุ้มฆ่าบิลลี่ หรือพอละจี รักจงเจริญ 26 ธ.ค. 2565

ศาลคดีอาญาทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง นัดตรวจพยานหลักฐานโดยศาล นัดหน้า 26 ธ.ค. 2565 ในคดีชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวกรวม 4 คน จำเลย กรณีอุ้มฆ่าบิลลี่ หรือ พอละจี รักจงเจริญ

ตามที่เมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 เวลา 13.30 น. ศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานโดยเจ้าพนักงานคดี คดีหมายเลขดำที่ อท.166/2565 กรณี นาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกรวม 4 คน เป็นจำเลยในข้อหาต่างๆ รวมทั้งข้อหาร่วมกันฆาตกรรมนายบิลลี่ หรือ พอละจี รักจงเจริญ

โดยในวันดังกล่าวเจ้าพนักงานได้สรุปจำนวนพยานหลักฐานของพนักงานอัยการ (โจทก์) ที่ได้ยื่นเข้ามาพิจารณา จำนวน 356 อันดับ พยานหลักฐานของโจทก์ร่วมทั้งสาม จำนวน 13 อันดับ ส่วนพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสี่ จำนวน 110 อันดับแล้วนั้น ศาลจึงได้กำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานโดยศาลอีกครั้งวันที่ 26 ธันวาคม 2565 เวลา 9.30 น.

อนึ่งก่อนหน้านี้คือ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2565 ศาลได้นัดสอบคำให้การของจำเลย โดยจำเลยทั้งสี่ได้ทราบฟ้องแล้ว และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ในวันเดียวกันศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้นางสาว พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายบิลลี่ ในฐานะมารดาโดยชอบธรรมของบุตรสองคนของนายบิลลี่ เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการด้วย โดยศาลได้เปิดโอกาสให้จำเลยได้ต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่โดยให้ยื่นพยานหลักบานเพิ่มเติมได้ ภายในวันที่ 20 ธ.ค 2565 นี้

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2557 ที่นายบิลลี่ หรือ พอละจี รักจงเจริญ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง “บางกลอย-ใจแผ่นดิน” ผู้ซึ่งเป็นหลานชายของนาย โคอิ มีมิ หรือ ปู่คออี้ ผู้นำจิตวิญญาณ และนักต่อสู้เพื่อสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ได้ถูกจับกุม และเอาตัวไปโดยนาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีในขณะนั้น และเจ้าหน้าที่อุทธยาน

หลังจากนั้นไม่มีผู้ใดได้ทราบชะตากรรรมของเขาอีกเลย จนกระทั่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และอัยการได้ร่วมกันติดตามสอบสวนจนได้พยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่ที่จับกุมนายบิลลี่ไปนั้น ได้ร่วมกันฆาตกรรมนายบิลลี่ และปกปิดอำพรางคดี จึงได้แจ้งข้อหา และฟ้องนายชัยวัฒน์ และพวกรวมสี่คน ต่อศาลอาญาทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และองค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคมและองค์การสิทธิมนุษยชน จึงได้ติดตามคดีนี้ การต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวกะเหรี่ยง บางกลอย-ใจแผ่นดิน และคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดมา

จึงขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจจับตาดูคดีนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม แสดงความเป็นอิสระและมืออาชีพ ทำหน้าที่อย่างสุจริต เพื่อนำตัวเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวของนายบิลลี่ และชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย-ใจแผ่นดิน และยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดได้อย่างเป็นจริง

TAG

บทความที่เกี่ยวข้อง