ใบแจ้งข่าว (เพิ่มเติม) พี่สาววันเฉลิม รีบดำเนินการเรื่องวีซ่าเพื่อไปให้ปากคำที่ศาลแขวงประจำกรุงพนมเปญ คดีการควบคุมตัวหรือการกักขังโดยผิดกฎหมายต่อนายวันเฉลิม
วันนี้วันที่ 9 ตุลาคม 2563 เวลา 14:00 น. นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทีมทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนและมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้เข้าพบนายนฤชัย นินนาท ผู้อำนวยการ กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ เพื่อขอคำปรึกษาและความอนุเคราะห์เกี่ยวกับคดีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ โดยผู้อำนวยการฯ ได้ให้ข้อมูลถึงแนวปฏิบัติในการเดินทางเข้ากัมพูชาเพื่อการให้ปากคำตามหมายเรียกของศาลสอบสวนประจำศาลแขวงประจำกรุงพนมเปญ ว่านางสาวสิตานันและคณะต้องเดินทางไปทำวีซ่าที่สถานทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทยอย่างเร่งด่วน พร้อมเอกสารที่สำคัญให้ทันกับการเดินทางเข้าประเทศกัมพูชาทางอากาศ เนื่องจากเป็นวิธีการเดียวที่กัมพูชาอนุญาตให้ได้ ส่วนทางกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยฯ จะประสานงานให้สิตานันได้รับวีซ่าอัธยาศัยไมตรี (C) และจะนัดหมายให้ไปที่สถานทูตกัมพูชาภายในอาทิตย์หน้าให้ทันกับระยะเวลาที่กำหนดจะต้องให้ปากคำกับศาลสอบสวน คือ วันที่ 19 ตุลาคม 2563
ทั้งนี้ การเดินทางของนางสาวสิตานันยังติดเงื่อนไขที่กัมพูชากำหนดสำหรับชาวต่างชาติในการเดินทางเข้าประเทศ ทั้งเรื่องค่าเดินทางเครื่องบินเช่าเหมาลำที่ราคาแพง เงินมัดจำ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 60,000 บาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ COVID_19 และระยะเวลาในการกักตัวเองเพื่อเฝ้าระวังเชื้อ COVID_19 เป็นเวลา 14 วัน

ระบบการดำเนินคดีอาญาในคดีสำคัญในประเทศกัมพูชาเป็นระบบไต่สวน เมื่อมีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้นและได้รับหนังสือร้องทุกข์จากผู้เสียหาย อัยการ (Royal Prosecutor) ก็จะต้องทำการสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงเบื้องต้นพอก็จะแจ้งเรื่องนี้ต่อศาลสอบสวน (Investigation Judge) เมื่อศาลสอบสวนได้รับเรื่องจากอัยการ ก็จะทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสำนวน ทั้งที่เป็นกระทำผิดทางอาญาที่ทราบตัวหรือไม่ทราบตัวผู้กระทำความผิด
ในคดีการหายตัวไปของวันเฉลิม เมื่อศาลสอบสวนได้รับสำนวนจากอัยการแล้ว ศาลสอบสวนจึงได้ส่งหมายเรียก ฉบับลงวันที่ 2 ตุลาคม 2563 มาถึงนางสาวสิตานันผ่านทนายความ เพื่อไปให้ปากคำในการไต่สวนนี้ และถ้าพบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงตามหนังสือร้องทุกข์ที่ยื่นไปแล้วก่อนหน้านี้ตั้งแต่ 8 กรกฎาคม 2563 ศาลสอบสวนก็จะส่งสำนวนกลับไปให้อัยการดำเนินการต่อไปเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินการต่อไป
หมายเหตุ: เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563 นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้รับมอบอำนาจจากมารดาของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ ได้รับหมายเรียกจากศาลสอบสอบ (Investigative Judge) ประจำศาลแขวงประจำกรุงพนมเปญ ให้เดินทางไปพบในวันที่ 19 ตุลาคม 2563 เวลา 9 นาฬิกา ห้องชั้นสามของศาลแขวงประจำกรุงพนมเปญ เพื่อดำเนินการในทางคดีอาญา หนังสือภาษากัมพูชาฉบับลงวันที่ 2 ตุลาคมดังกล่าวระบุว่า “ให้เดินทางไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับการควบคุมตัวหรือการกักขังโดยผิดกฎหมาย การครอบครองอาวุธที่เกิดขึ้นในบริเวณอพาทเมนท์ Mekong Garden ที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำแม่โขง อำเภอ Chroy Changva ชุมชน Chroy Changva กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา”
ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม
– มนทนา ดวงประภา 0613142685 (ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน)
– พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ 0659793836 (มูลนิธิผสานวัฒนธรรม)



![[PR]CrCF ร้องหลายหน่วยงานตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานฯ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านถูกกำนันทำร้ายร่างกาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/28-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ศาลปราจีนบุรีนัดไต่สวนพยาน 15 ปาก คดีพลทหารเพรชรัตน์ เสียชีวิตในเรือนจำทหาร 22 พ.ค. 69 นี้](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/21-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)

![[PR]อัยการสั่งยุติการสอบสวนคดีอุ้ม-ฆ่า “ดีแข ยศยิ่งยืนยง” อ้างพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แม้ตำรวจมอบเงิน 500,000 บาท ให้แก่ญาติ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/10-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]CrCF – เครือข่าย ร่วมแลกเปลี่ยนและยื่นข้อเสนอแนะต่อกรมคุ้มครองสิทธิฯ กรณีปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ. ทรมานฯ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/9-4-69-2.png?resize=218%2C150&ssl=1)