ในวันที่ 29 เมษายน 2554 เวลา 9.00 น ศาลจังหวัดยะลานัดให้มีการไกล่เกลี่ยคดีผู้บริโภค คดีหมายเลขดำที่ ผบ.39/2554 ระหว่างครอบครัวผู้สูญหายกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา โดยนางซูมาอีเด๊าะ มะรานอ และบุตรชายทั้งสองของนายมะยาเต็ง มะรานอ ได้ยื่นฟ้องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลาต่อศาลจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554 คู่ความทั้งสองฝ่ายพร้อมทนายความจะได้มาตกลงกันก่อนในเบื้องต้น แต่หากตกลงกันไม่ได้ก็อาจจะนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งหรือศาลจะพิจารณาเพื่อกำหนดนัดสืบพยานต่อไป
มูลเหตุของการฟ้องคดีผู้บริโภคในครั้งนี้เพื่อเรียกร้องเงินจากกองทุนสงเคราะห์สมาชิกผู้เสียชีวิตและทุพพลภาพ ในกรณีที่นายมะยาเต็งเป็นผู้สาบสูญให้ได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์เฉกเช่นผู้เสียชีวิต
เนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2552 ศาลจังหวัดยะลาได้มีคำสั่งให้นายมะยะเต็งเป็นบุคคลสาบสูญ และนายมะยาเต็งเป็นสมาชิกของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลาแต่กลับไม่ได้รับเงินจากกองทุนสงเคราะห์สมาชิกดังกล่าว เพราะคณะกรรมการของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลาได้มีมติให้นายมะยาเต็งพ้นจากการเป็นสมาชิกก่อนจะครบเงื่อนเวลาที่ศาลจะสามารถมีคำสั่งให้นายมะยะเต็งเป็นบุคคลสาบสูญได้
ทั้งนี้ระเบียบของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลาได้ให้สิทธิในการรับผลประโยชน์กรณีผู้สาบสูญเช่นเดียวกับผู้เสียชีวิต หากได้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวมาทางครอบครัวมะรานอก็จะสามารถชำระหนี้ที่มีอยู่กับสหกรณ์ได้หมด ตามวัตถุประสงค์เพื่อประกันการชำระหนี้ของบรรดาสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลา แต่ปัจจุบันกลับต้องรับภาระใช้หนี้ที่กู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยะลาจำนวนหลายแสนบาท
โดยเพื่อนครูที่ช่วยค้ำประกันต้องมารับภาระดังกล่าวเนื่องจากครอบครัวของนายมะยาเต็งยากจนจึงไม่มีเงินที่จะชำระหนี้ได้ ยังความเสียหาย และความกังวลต่อครอบครัวผู้ค้ำประกันและครอบครัวผู้สาบสูญเป็นอย่างมากมาเป็นเวลาหลายปีนับแต่สหกรณ์ฯ บังคับชำระหนี้เอากับผู้ค้ำทั้ง 4 คน
คดีนี้นับว่าเป็นคดีแรกที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นครอบครัวของผู้สาบสูญในจังหวัดชายแดนใต้ ต้องพึ่งอำนาจศาลเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากกฎระเบียบและดุลพินิจของหน่วยงานที่อาจเกี่ยวข้องกับกรณีคนหายหรือบุคคลสาบสูญแสดงให้เห็นว่ายังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบังคับให้บุคคลสูญหายซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่สุด
ไม่เพียงแต่ประเทศไทยยังไม่กฎหมายที่รับรองว่าการบังคับให้บุคคลหายไปเป็นอาชญกรรมที่ผิดกฎหมาย สังคมไทยยังไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อครอบครัวไม่ว่าจะเป็นในด้านจิตใจ ด้านการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน การจัดสรรมรดก หนี้สิ้น ก็สร้างความยุ่งยากและซับซ้อนให้กับครอบครัวบุคคลสูญหายเป็นอย่างมาก
ข้อมูลเพิ่มเติม มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เบอร์ติดต่อ 02-693-4939

![[PR]อัยการสั่งยุติการสอบสวนคดีอุ้ม-ฆ่า “ดีแข ยศยิ่งยืนยง” อ้างพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แม้ตำรวจมอบเงิน 500,000 บาท ให้แก่ญาติ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/10-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]CrCF – เครือข่าย ร่วมแลกเปลี่ยนและยื่นข้อเสนอแนะต่อกรมคุ้มครองสิทธิฯ กรณีปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ. ทรมานฯ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/9-4-69-2.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คณะกรรมการต่อต้านการบังคับสูญหายแห่งสหประชาชาติ ส่งหนังสือปฏิบัติการด่วน ถึงรัฐบาลไทยและกัมพูชา กรณีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/9-4-69-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]CrCF ส่งหนังสือถึงสถานทูตอินโดนีเซีย แสดงความกังวลกรณี “อันดรี ยูนุส” นักปกป้องสิทธิชาวอินโดนีเซียถูกสาดน้ำกรด](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/03/31-3-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)