ใบแจ้งข่าว ผู้ถูกควบคุมตัว 5 คนจังหวัดสงขลายื่นคำร้องคัดค้านการควบคุมตัวไม่ชอบ เจ้าหน้าที่ใช้ พรก. ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่สี่อำเภอจ.สงขลา ประชาชนสับสนและขาดความเชื่อมั่นในการใช้กฎหมายพิเศษ

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2554 ที่ศาลจังหวัดปัตตานี โดยทนายความของผู้ถูกควบคุมตัวจำนวน 5 คน นายมะนาเซ สะมะแอ นายสุริยา แวนาแว นายอับริก สหมานกูด นายรอหีม หลำโสะ และนายดอเลาะ เดนอายัด ราษฎรจากอำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ถูกจับตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

ปัจจุบันถูกควบคุมตัวตามอำนาจ พรก. ฉุกเฉินที่ศูนย์พิทักษ์สันติ จังหวัดยะลา ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขยายระยะเวลาการควบคุมตัวตาม พรก. ฉุกเฉินฯ ที่ออกโดยศาลจังหวัดปัตตานี ซึ่งผู้ถูกควบคุมตัวทั้หมดได้ถูกจับกุมจากอำเภอเทพาและอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

เหตุที่ญาติได้ยื่นคัดค้านการควบคุมตัวโดยหมายจับ พรก. ฉุกเฉินฯ เนื่องจากในระหว่างที่มีการควบคุมตัวนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ได้ซักถามถึงเหตุการณ์ที่เป็นเหตุในการขอออกหมายจับและควบคุมตัวตาม พรก. ฉุกเฉินฯ แต่กลับซักถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งไม่ได้เป็นพื้นที่ที่มีสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ได้มีการประกาศใช้ พรก. ฉุกเฉินฯ และไม่ได้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่สี่อำเภอจังหวัดสงขลาแต่อย่างใด

นอกจากการนี้การควบคุมตัวดังกล่าวอาจเป็นไปเพื่อแสวงหาหลักฐานเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินคดีอาญากับบุคคลมีภูมิลำเนาในพื้นที่ที่ไม่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินอีกด้วย ทั้งนี้อาจจะทำให้ประชาชนในพื้นที่สี่อำเภอจังหวัดสงขลาสับสนในการบังคับใช้กฎหมาย พรก. ฉุกเฉิน และขาดความเชื่อมั่นกับการบังคับใช้ พรบ. ความมั่นคงในพื้นที่สี่อำเภอจังหวัดสงขลา

ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่ง “นัดไต่สวนวันที่ 29 เมษายน ศกนี้ ซึ่งเป็นวันครบระยะเวลาควบคุมตัว เวลา 09.00 น. หมายแจ้งนัดพร้อมสำเนาคำคัดค้านให้ผู้ร้องทราบโดยเร็ว และให้ผู้ร้องนำตัวผู้ถูกควบคุมตัวมาศาลในวันนัดด้วย” ณ ศาลจังหวัดปัตตานี ซึ่งทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งอนุญาตให้ควบคุมตัวผู้ถูกควบคุมตาม พรก. ฉุกเฉินฯ ต่อศาลจังหวัดปัตตานีอีกครั้งในวันอังคาร ที่ 26 เมษายน 2554 เพื่อให้ศาลจังหวัดปัตตานีมีคำสั่งให้นำตัวบุคคลทั้ง 5 มาไต่สวนโดยทันที

เนื่องจากศาลมีบทบาทในการถ่วงดุลการใช้อำนาจบริหารจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในสถานการณ์ความไม่สงบ ประชาชนย่อมต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิที่จะให้คดีของตนได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม ตามมาตรา 39

และการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา หน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 และตามมาตรา 32 ซึ่งได้รับรองสิทธิ และเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคล การจับ และการคุมขังบุคคล จะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ อย่างไรก็ตาม การจำกัดสิทธิและเสรีภาพตามที่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจนั้น ก็เฉพาะเท่าที่จำเป็นและจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้ (มาตรา 29 และมาตรา 32)

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ

คุณปรีดา ทองชุมนุม มูลนิธิผสานวัฒนธรรม 089-4590212

Loader Loading…
EAD Logo Taking too long?

Reload Reload document
| Open Open in new tab

Download [130.63 KB]

Author