มูลนิธิผสานวัฒนธรรมส่งหนังสือลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 ขอให้พลโท อุดมชัย ธรรมสาโรรัตน์ ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาคสี่ ส่วนหน้า พล.ต. ท. ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตรวจสอบอย่างจริงจังโดยอิสระ โปร่งใส และเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา และผู้เสียหาย

ในข้อร้องเรียนกรณีนาย เอ (นามสมมุติ) ราษฎรจังหวัดนราธิวาสร้องเรียนว่าถูกทรมาน และการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี และขอให้จัดบุคลากรด้านการแพทย์จากภายนอกตรวจร่างกายนายเอ ที่พบว่าร่างกายมีร่องรอยการถูกทำร้าย มีรอยมัดข้อมือด้วยเชือก

นายเอระบุว่าตนถูกเจ้าหน้าที่ทหารบังคับให้นอนคว่ำหน้ากับพื้นตั้งแต่เช้า จากนั้นก็ถูกทำร้ายร่างกายเพื่อให้รับสารภาพเกี่ยวกับการปล้นปืน โดยการเตะตามร่างกาย และให้นอนหงายในลำธารบนภูเขา และถูกเจ้าหน้าที่ฯ เหยียบเพื่อให้จมน้ำ 2 ครั้ง บาดแผลบาดที่ข้อมือทั้งสองข้างเนื่องจากการถูกเชือกรัด มีบาดแผลจากรอยมีดกรีดยาวประมาณ 5 นิ้วที่ตรงกลางหน้าท้อง มีรอยฟกช้ำจากการถูกแตะที่หน้าท้องด้านขวาเป็นบริเวณกว้างประมาณ 3 นิ้ว

และบริเวณที่ก้นด้านซ้ายมีรอยช้ำกว้างประมาณ 1 นิ้ว ซึ่งโดนทุบด้วยไม้กว้างประมาณ 5 นิ้ว นายเอ ถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554 และญาติได้เยี่ยมเพียงครั้งเดียว ต่อมาถูกนำตัวไปสอบสวนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยญาติไม่สามารถติดตามตัว และทราบว่านายเอถูกนำตัวไปที่ใดไม่ได้พบกับนายเอ เป็นระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์คือระหว่างวันที่ 2-8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 ปัจจุบันนายเอ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ศปก. จชต. และปัจจุบันได้รับการเยี่ยมตามปกติ

ทางมูลนิธิฯ เห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ เป็นการกระทำทรมานเพื่อให้ได้มาซึ่งคำรับสารภาพของนายเอนั้น เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพราะขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) ซึ่งเป็นกติการระหว่างประเทศ และเป็นหลักการสากล แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะมีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายในการควบคุมผู้ต้องสงสัยเพื่อประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน หรือจับผู้ต้องหาที่ศาลอนุญาตให้ออกหมายจับแล้วก็ตาม

แต่ไม่มีกฎหมายฉบับใดให้อำนาจเจ้าหน้าที่กระทำการทรมานหรือทำร้ายร่างกายหรือบังคับด้วยวิธีการใดให้บุคคลรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักการสืบสวนสอบสวน การแสวงหาพยานหลักฐาน และการดำเนินคดีตามแนวทางที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น

นอกจากมูลนิธิฯ จะเรียกร้องให้มีการนำแพทย์จากภายนอกเข้าตรวจรักษา และบันทึกร่องรอยการถูกทำร้ายของนายเอแล้ว ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมยังเรียกร้องด้วยว่า ถ้าปรากฏว่ามีข้อเท็จจริงที่เชื่อได้ว่ามีการซ้อมทรมานเพื่อให้รับสารภาพขอให้มีการดำเนินการทั้งทางอาญา และทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่กระทำ เจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจกับการซ้อมทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยี่ศักดิ์ศรีดังกล่าว

ทั้งนี้การดำเนินการตรวจสอบดังกล่าวจะเป็นการป้องปราม และยุติการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน อันเป็นวงจรของความรุนแรงที่ไม่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้

ติดต่อ ข้อมูลเพิ่มเติม ปรีดา ทองชุมนุม ทนายความ Tel. -02-6934939

Loader Loading…
EAD Logo Taking too long?

Reload Reload document
| Open Open in new tab

Download [95.27 KB]

Author