ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 2 นัดตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันนัดสืบพยาน กรณี “ลุงเปี๊ยก” ถูก จนท. ตำรวจปฏิบัติโหดร้าย-อุ้มหาย

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 นัดตรวจพยานหลักฐาน ในกรณีปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งบังคับสูญหายนายปัญญา คงแสนคำ หรือ “ลุงเปี๊ยก” ที่ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายนางบัวผัน ตันสุ หรือ “ป้ากบ” จนเสียชีวิตเมื่อปี 2567 โดยคดีนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เป็นจำเลย 7 นาย เมื่อตรวจพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นแล้ว ศาลจะกำหนดวันนัดสืบพยานในวันเดียวกันนี้

คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 ที่มีผู้พบศพนางบัวผัน ตันสุ หรือ “ป้ากบ”  ถูกทิ้งไว้ที่บริเวณโรงเรียนศรีอรัญโญทัย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ จึงได้จับกุมนายปัญญา หรือ “ลุงเปี๊ยก” แต่อ้างว่าเป็นการ “เชิญตัว” ไปยังโรงพักเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่เจ้าหน้าที่กลับควบคุมตัวนายปัญญาไว้ตลอดทั้งคืน มีการใส่กุญแจมือ และกระทำละเมิดต่อนายปัญญา ในลักษณะที่เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม เช่น มีการใช้ถุงดำครอบศีรษะ และเมื่อมีการจับกุมควบคุมตัวไว้ แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงถือว่ามีความผิดในข้อหาบังคับสูญหาย รวมทั้งยังมีการนำตัวนายปัญญาไปฝากขังที่ศาลและควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำเป็นเวลาถึง 2 วัน อย่างไรก็ตาม ภายหลังปรากฏหลักฐานว่าผู้ก่อเหตุตัวจริงที่ทำร้ายนางบัวผันจนถึงแก่ชีวิตเป็นกลุ่มเยาวชน จำนวน 5 คน นายปัญญาจึงตกเป็นแพะในคดีนี้ รวมทั้งเป็นผู้เสียหายจากการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และการบังคับสูญหาย

ในสังคมไทย กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าเชิญตัวประชาชนไปซักถามข้อมูลและอ้างว่าไม่ได้มีการจับกุมควบคุมตัวไป นั้น มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในคดีที่เรียกว่า “จับแพะ”  การกระทำเหล่านี้นำมาสู่การกระทำละเมิดต่อชีวิต ร่างกาย และการอุ้มหายประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นกับผู้ใดก็ได้ หลายกรณีไม่มีการบันทึกภาพและเสียง ไม่มีการแจ้งให้กรมการปกครองหรือสำนักงานอัยการให้ทราบว่ามีการจับกุมควบคุมตัวไป ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่ถูกควบคุมตัวมักจะถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานหลายประการ เช่น สิทธิในการพบทนาย ที่ปรึกษา หรือบุคคลที่ไว้วางใจ อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงตามมา ดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นในอดีต อย่างกรณีของฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ที่ตำรวจอ้างว่า เชิญตัวไปซักถามที่สถานีตำรวจ แต่กระบวนการซักถามกลับมีการทรมานให้รับสารภาพในคดีที่ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง จนกระทั่งได้รับผลกระทบรุนแรงทางจิตใจที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันในที่สุด

CrCF ขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปติดตามความคืบหน้ากรณีของนายปัญญา หรือ “ลุงเปี๊ยก” อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กระทำผิดจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม สามารถคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัว รวมถึงเป็นบทเรียนให้กับสังคมในการป้องกันการจับแพะได้ในที่สุด

Author