ญาติพลทหารเพชรรัตน์ แจ้งความร้องทุกข์ ณ ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ อัยการปราจีนบุรี เชื่อว่าเข้าข่ายทรมานและปฏิบัติที่โหดร้ายฯ

เมื่อวันที่ 26  มีนาคม 2569 ญาติพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง พร้อมทีมทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สำนักงานอัยการ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย จ. ปราจีนบุรี เพื่อขอให้แสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษทันทีเนื่องจากญาติยังติดใจสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้รับ และเห็นว่าอาจเข้าข่ายเป็นการทรมานและปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ มาตรา 5 และ 6  

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568  ขณะที่พลทหารเพชรรัตน์  กำลังยิ่ง ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 จังหวัดปราจีนบุรี ได้มีอาการชักเกร็ง หมดสติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ญาติและครอบครัวยังคงติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตดังกล่าว และได้มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการทางกฎหมาย รวมถึงการเป็นทนายความในคดีไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ คดีหมายเลขดำที่ ช.1/2569 ณ ศาลจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งศาลจะนัดไต่สวนการชันสูตรพลิกศพในวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. 

ที่ผ่านมาตัวแทนเจ้าหน้าที่ทหาร ค่ายมณฑลทหารบกที่ 12 และตัวแทนกองทัพได้รับปากและให้คำมั่นกับครอบครัวผู้เสียหายไว้อย่างชัดเจน ว่าจะให้ความร่วมมือกับญาติอย่างเต็มที่ในการแสวงหาความจริง แต่กลับปรากฏว่า การติดตามขอคัดบันทึกกล้องวงจรปิดจากทางค่าย และขอให้มีการนำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุเข้าไปให้ข้อเท็จริง ก็ยังไม่ได้รับทราบความคืบหน้าแต่อย่างใด ซึ่งสร้างความคลางแคลงใจให้กับญาติอย่างมาก 

ต่อมาจากการรวบรวมพยานหลักฐานด้วยตนเอง ญาติได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานอัยการ ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ จ. ปราจีนบุรี ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้โดยตรง ตามมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ โดยญาติได้นำส่งข้อมูลและพยานหลักฐานที่มี พร้อมทั้งขอให้พนักงานอัยการเรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาสืบสวนสอบสวน รวมทั้งขอให้มีการรวบรวมข้อมูลจากกล้องวงจรปิดโดยรอบค่ายทหาร เพื่อนำมาแสวงหาข้อเท็จจริงให้ญาติได้ทราบถึงความจริงต่อไป 

“ฤดูกาลแห่งการเกณฑ์ทหารกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว กองทัพต้องยอมรับเสียที ว่า เมื่อมีเหตุการณ์ทหารตายในค่ายเกิดขึ้นทุกปีๆ และทุกรอบของการเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ย่อมสร้างความไม่ไว้วางใจต่อกองทัพ ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากส่งลูกไปตาย ดังนั้น เพื่อให้ความคลางแคลงใจนี้ยุติหรือทุเลาลง ขอให้กองทัพออกมารับผิดชอบ ชี้แจง เปิดเผยความจริง ใครผิดให้ว่าไปตามผิด และจะไม่ปกป้องผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิด แสดงความโปร่งใส และรับปากว่าจะดูแลลูกเขาเป็นอย่างดี ให้ความเป็นธรรมกับทุกเคส ว่าจะนำคนผิดมาลงโทษให้ได้ อาจจะสร้างความเชื่อมั่นให้กองทัพได้” ตัวแทนผู้เสียหายกล่าว 

 CrCF จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมติดตามนัดคดีไต่สวนคดีชันสูตรพลิกศพ กรณีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง ที่จะเกิดขึ้นเป็นนัดแรกในวันที่ 20 เมษายน 2569 นี้ รวมทั้งความคืบหน้าของกรณีอื่นๆ อย่างใกล้ชิด ให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการค้นหาความจริงและคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัวอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และโปร่งใส และหากกรณีดังกล่าวเป็นความผิดภายใต้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อนำผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้กรณีเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างของสถาบันที่เกี่ยวข้องต่อไป

Author