เมษา 69 นี้ เชิญชวนคนไทยจับตาดูการเกณฑ์ทหาร

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 Facebook Fanpage “กองทัพบก ทันกระแส” ซึ่งเป็นเพจที่นำเสนอข่าวสารของกองทัพบก ได้โพสต์ภาพเชิญชวนให้ชายไทยมาสมัครเข้ารับการเกณฑ์ทหารในเดือนเมษายน 2569 โดยมีใจความว่า

“ใครเบื่อเมีย 

เมษานี้มาสมัครทหาร

พักกายพักใจอยู่ค่ายทหารกับเพื่อนๆ

สมัครเสร็จเดินกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจ

จะไม่อยู่ในอำนาจเมียอีกต่อไป

เมษานี้ เชิญชวนชายไทยมาสมัครทหาร

#เกณฑ์ทหาร69”

จากข้อความนี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ซึ่งรับผิดชอบการช่วยเหลือทางกฎหมายให้กับครอบครัวของพลทหารที่เสียชีวิต บนพื้นฐานของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 จึงมีข้อสังเกตดังนี้

แม้จุดยืนของเพจ “กองทัพบก ทันกระแส” จะไม่ใช่พื้นที่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารของกองทัพบกอย่างเป็นทางการ แต่ลักษณะการสื่อสารที่เน้นความสนุกสนาน ตลกขำขัน เพื่อเชิญชวนคนมาสมัคร ในขณะเดียวกันกลับสะท้อนถึงปัญหาใหญ่ของกองทัพที่ยังคงเกิดขึ้นทุกปี แต่กลับไม่ถูกพูดถึงมากเท่าที่ควร อย่างกรณีการเสียชีวิตของพลทหารในค่ายที่เกิดขึ้นแทบทุกปี โดยสาเหตุหลักได้แก่ การเจ็บป่วยทางกายที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และการถูกซ้อมทรมานโดยครูฝึกและพลทหารรุ่นพี่ ขณะที่องค์กรที่เกี่ยวข้องกลับแทบไม่พูดถึงแนวทางและความพยายามแก้ไขปัญหาในระยะยาว ซึ่งเฉพาะปี 2568 มีกรณีพลทหารเสียชีวิตเท่าที่ปรากฏเป็นข่าว จำนวน 3 ราย โดย 2 ราย เสียชีวิตขณะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทหาร และอีก 1 ราย เสียชีวิตจากอาการป่วยโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที และในระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา CrCF รับผิดชอบการช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวนี้ถึง 10 คดี

จำนวนพลทหารที่เสียชีวิตในค่ายและจำนวนคดีความที่ CrCF ให้การช่วยเหลือ แม้จะเป็นเพียงตัวเลขเท่าที่ปรากฏในสื่อ แต่ก็ถือเป็นจำนวนที่ไม่น้อย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการลงโทษด้วยวิธีการที่รุนแรง และการซ้อมทรมาน โดยครูฝึกและทหารรุ่นพี่ ซึ่งเป็นที่กล่าวถึงอยู่เสมอเมื่อถึงฤดูกาลเกณฑ์ทหาร สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพลทหารที่ยังอยู่ในระดับต่ำ นำไปสู่ความวิตกกังวลของครอบครัวพลทหาร และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสังคมที่มีต่อค่ายและกองทัพด้วย

นอกจากนี้ ไม่ว่าการสมัครเป็นทหารจะทำให้ทหารเป็นอิสระจากอำนาจครอบครัวหรือผู้ใดก็ตาม แต่สิ่งที่แน่นอนคือจะเป็นการย้ายเข้ามาอยู่ภายใต้อำนาจของครูฝึกและผู้บังคับบัญชา กรณีการซ้อมทรมานและการลงโทษด้วยวิธีการรุนแรงหลายกรณีสะท้อนถึงวัฒนธรรมอำนาจนิยม ที่มีการใช้อำนาจในรูปแบบความรุนแรงกดทับกันเป็นลำดับชั้น แม้จะมีระเบียบปฏิบัติที่ออกโดยกองทัพและกระทรวงกลาโหม ที่กำหนดแนวทางการลงโทษพลทหารอย่างเหมาะสม รวมทั้งมาตรการลงโทษกรณีที่มีการซ้อมทรมาน แต่จากสถิติการเสียชีวิตของพลทหารที่ไม่ลดลงในแต่ละปี ก็นำไปสู่คำถามที่ว่า ระเบียบเหล่านี้ได้ถูกนำมาบังคับใช้จริงหรือไม่

ในช่วง 3 ปี ที่มีการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ มีครูฝึกและทหารรุ่นพี่ถูกลงโทษในความผิดฐานทรมาน 1 คดี และความผิดฐานปฏิบัติที่โหดร้าย 1 คดี แม้จะดูมีความก้าวหน้า แต่ก็เป็นเพียงก้าวเล็กๆ เท่านั้น ขณะที่ในคดีเหล่านี้ ยังไม่มีผู้บังคับบัญชาคนใดถูกดำเนินคดีจากการปล่อยปละละเลยให้เกิดการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายเหล่านี้

การเชิญชวนให้ชายไทยสมัครเข้ารับการเกณฑ์ทหารไม่ควรเป็นแค่การ “หนีเมียไปพักกายพักใจ” เพราะสำหรับพลเมืองชายวัยประมาณ 20 – 21 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ต้องทำงาน เรียนรู้ชีวิต สร้างฐานะเพื่อครอบครัว การเข้ารับการเกณฑ์ทหารจึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิต หากบุคคลเหล่านี้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยการซ้อมทรมานในค่าย สิ่งที่สูญเสียจะไม่ใช่ชีวิตของพลทหาร 1 คน แต่หมายถึงลูกชาย สามี หรือพ่อของใครสักคน รวมทั้งหนึ่งกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ  

ด้วยเหตุนี้ CrCF หวังว่าในการฝึกทหารเกณฑ์ที่จะถึงในปีนี้ กองทัพบกจะมีการพัฒนาและปรับปรุงการฝึกให้เป็นไปตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนที่มุ่งคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารเกณฑ์ทุกคนให้ได้อย่างแท้จริง เพื่อให้มั่นใจว่าการฝึกจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีครอบครัวใดจะต้องสูญเสียสมาชิกในครอบครัวภายหลังจากเข้ารับการฝึกอีก และขอเชิญชวนสื่อมวลชนและสังคมร่วมกันติดตามและจับตาดูการเกณฑ์ทหารที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนนี้  หากผู้ใดพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายในค่ายทหาร สามารถแจ้งเหตุได้ที่สำนักงานอัยการ ซึ่งเป็นศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ได้ทุกจังหวัด (สามารถรายงานด้วยตัวเอง หรือส่งในช่องทางออนไลน์ หรืออีเมลได้) เพื่อให้การเกณฑ์ทหารเป็นการ “รับใช้ชาติ” อย่างแท้จริง ไม่ใช่การส่งลูกหลานไปเสี่ยงภัยโดยไร้หลักประกัน

#เกณฑ์ทหาร69

Author