สำนักงานอัยการสูงสุดรับหนังสือขอให้ตรวจสอบการสั่งคดีของอัยการภาค 2 กรณีสั่งไม่ฟ้องผู้กำกับ สภ.อรัญประเทศ คดีลุงเปี๊ยกตกเป็นแพะฆ่าป้าบัวผัน

12 มีนาคม 2569 ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ในฐานะทนายความของนายปัญญา คงแสนคำ (ลุงเปี๊ยก) ได้ยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด ณ สำนักงานอัยการสูงสุด ชั้น 2 อาคาร A ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อขอให้อัยการสูงสุดตรวจสอบการสั่งคดีของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 ในสังกัดสำนักงานอัยการภาค 2  ในเรื่องการสั่งไม่ฟ้องผู้กำกับการ สภ. อรัญประเทศ ในคดีพิเศษที่ 9/2567 ในกรณีนายปัญญา คงแสนคำ หรือลุงเปี๊ยก ตกเป็นแพะ ถูกหาว่าฆ่าป้าบัวผัน เหตุเกิด 12 มกราคม 2569 ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าวมีมติสั่งฟ้องผู้กำกับฯ กับพวกรวม 8 คนไปแล้ว สำนักงานอัยการสูงสุดรับหนังสือเพื่อนำเสนอต่ออัยการสูงสุดต่อไป เป็นเลขรับที่ 11262/2569

 หนังสือที่ร้องต่ออัยการสูงสุดนั้นกล่าวถึงข่าวจากเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 11 กรกฎาคม 2567 (https://www.thairath.co.th/news/crime/2799995)  ที่พาดหัวข่าวว่า ฟ้อง 8 ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ ม.157- พ.ร.บ.อุ้มหาย คดีจับแพะ “ลุงเปี๊ยก” ซึ่งได้ระบุถึงคดีดังกล่าว ว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนแล้วมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาซึ่งเป็นตำรวจ 8 นาย โดยมีทั้งข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 รายละเอียดตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวอยู่จนถึงปัจจุบัน  และคดีนี้ได้มีพนักงานอัยการหลายคนซึ่งได้รับแต่งตั้งจากอัยการสูงสุดให้ไปร่วมสอบสวนด้วย นำโดยนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการฝ่ายสอบสวนคดีพิเศษ ในขณะนั้น เป็นหัวหน้าทีมสอบสวน

 ต่อมาปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์หลายช่องทางซึ่ง พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ1https://youtu.be/Hfl7LeKEwEk, https://www.tiktok.com/@suebjarkkhao/video/7613777364060818708?is_from_webapp=1&sender_device=pc&web_id=7488574856117519879  และ  https://www.facebook.com/share/v/1KkCJX37sb/  ได้ความว่า อัยการภาค 2 ได้มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ ผู้ต้องหาว่าได้กระทำการร่วมกับตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชา รวมเป็น 8 คน จับกุมลุงเปี๊ยกไปหลายชั่วโมงโดยไม่แจ้งการจับต่อฝ่ายปกครองและอัยการในท้องที่ มีพฤติกรรมปกปิดชะตากรรมและไม่ให้ติดต่อญาติ รวมทั้งมีการสอบปากคำลุงเปี๊ยกด้วยการให้ถอดเสื้อนั่งตากแอร์ เอาถุงดำคลุมศีรษะ สอบปากคำทั้งคืน ให้ลุงเปี๊ยกเกิดความหวาดกลัวเพื่อจะได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ฆ่าป้าบัวผัน แต่ได้มีสื่อมวลชนบางสำนักได้สืบหาข้อมูลจนทราบว่าลุงเปี๊ยกเป็นแพะ แต่ผู้ที่ฆ่าป้าบัวผันคือกลุ่มวัยรุ่น และมีกระแสข่าวว่าในกลุ่มวัยรุ่นนั้นมีลูกของตำรวจรวมอยู่ด้วย จนนำมาซึ่งการดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นในภายหลัง  ส่วนกรณีตำรวจจับกุมและสอบปากคำลุงเปี๊ยกอาจเข้าข่ายเป็นการบังคับให้ลุงเปี๊ยกสูญหายและกระทำทรมาน ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเป็นคดีพิเศษ

 ทนายความของลุงเปี๊ยกจึงขอให้อัยการสูงสุดได้โปรดตรวจสอบการสั่งคดีของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 ในสังกัดสำนักงานอัยการภาค 2 (จังหวัดระยอง) ว่าสั่งคดีโดยชอบหรือไม่ หากการสั่งคดีดังกล่าวเป็นไปตามข่าวดังกล่าวข้างต้นที่ว่า พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2  สั่งไม่ฟ้องผู้กำกับ รวมทั้งหากมีสั่งฟ้องเฉพาะตำรวจ 7 คน ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เพียงบางข้อหา อาจแสดงว่าพนักงานอัยการฯ ภาค 2 สั่งคดีขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวนคดีที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติเห็นควรสั่งฟ้องผู้กำกับฯ กับพวก รวม 8 คน ไว้แล้ว ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมต่อนายปัญญา คงแสนคำ หรือลุงเปี๊ยก ผู้เสียหาย และเพื่อประโยขน์ต่อกระบวนการยุติธรรมของรัฐ จึงขออัยการสูงสุดได้โปรดตรวจสอบการสั่งคดีของพนักงานอัยการฯภาค 2 ดังกล่าว และดำเนินการให้มีการสั่งคดีให้เป็นไปตามมติของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ได้มีความเห็นควรสั่งฟ้อง ผู้กำกับสภ.อรัญประเทศ  กับพวก รวม 8 คน โดยชอบด้วยพยานหลักฐานในทุกข้อหาตามปรากฏในสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 9/2567 แล้ว  โดยเร่งด่วนด้วย

Author