CrCF – สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ร้องตรวจสอบการจับกุมและยุติการส่งกลับ พระสัญชาติเมียนมาชื่อดัง เหตุเสี่ยงสูงถูกผลักดันกลับไปเผชิญภัยประหัตประหารในเมียนมา
คืนวันที่ 13 มกราคม 2569 CrCF ได้รับรายงานว่า พระสัญชาติเมียนมาชื่อดังและเป็นที่เคารพศรัทธาของกลุ่มผู้ลี้ภัย ถูกเจ้าหน้าที่รัฐไทยจับกุม,บังคับให้สละสมณเพศ (สึก) โดยมิชอบด้วยกฎหมายและวินัยสงฆ์ และอาจถูกผลักดันกลับไปเผชิญภัยประหัตประหารในเมียนมา หลังจากที่เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อลี้ภัยจากประเทศเมียนมา

ในระหว่างที่ถูกควบคุมตัวพระสัญชาติเมียนมาผู้นี้ได้ถ่ายคลิปวิดีโอและโพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่ว่า “หากไม่ยอมสึกหรือลบคลิป จะส่งตัวกลับประเทศเมียนมาผ่านทางช่องทางระนอง” อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวได้ถูกลบออกไปในเวลาต่อมา
จากข้อมูลที่ว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารเมียนมาเจาะจงขอตัวท่าน รวมทั้งการที่พระท่านนี้มีความขัดแย้งโดยตรงกับรัฐบาลทหารเมียนมา โดยที่ผ่านมาท่านได้แสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Facebook วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหารเมียนมาและมีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มดังกล่าวกว่า 5 แสนคน การส่งกลับย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าพระท่านนี้อาจจะได้รับอันตรายถึงชีวิต
จากข้อเท็จจริงข้างต้น น่าเชื่อว่าการจับกุมและควบคุมตัวผู้แสวงหาที่ลี้ภัยดังกล่าว อาจมีการผลักดันกลับประเทศเมียนมาโดยทันทีในวันที่ 14 มกราคม 2569 นี้ ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อมาตรา 13 พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อันเป็นกฎหมายภายในประเทศโดยตรง รวมถึงอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) ที่เป็นรัฐภาคี ตลอดจนหลักการห้ามผลักดันกลับ (Non-refoulement) อันเป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่ผูกพันรัฐทุกรัฐให้มีหน้าที่ที่จะต้องเคารพและปฏิบัติตาม
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน จึงได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อพนักงานอัยการ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ CrCF ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยพนักงานอัยการมีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ มาตรา 29 เพื่อขอดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง ตรวจสอบการจับกุม และยุติการผลักดันกลับ รวมทั้งสืบสวนสอบสวนกรณีดังกล่าวโดยพลัน และนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ พร้อมเยียวยาผู้เสียหายให้ได้รับความเป็นธรรมที่แท้จริงต่อไป
นอกจากนี้ CrCF ยังประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะคณะกรรมการแห่งชาติภายใต้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อประสานไปยังตำรวจและยับยั้งการส่งกลับพระคนดังกล่าวฯ ซึ่งหากมีการส่งกลับ ประเทศไทยจะถือว่าเป็นการให้ความร่วมมือในการปราบปรามข้ามชาติ (Transnational Repression) ซึ่งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในประเทศแถบอาเซียน แม้จะมีข้อห่วงกังวลจากประชาคมโลกตลอดมา
CrCF ขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ในการป้องกันการปราบปรามข้ามชาติทั้งในกรณีนี้และในกรณีอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้อธิปไตยของประเทศไทยไม่ถูกบั่นทอนการจากปฏิบัติการในลักษณะดังกล่าว และเพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับด้านสิทธิมนุษยชนในเวทีโลก

![[PR]คดีฤทธิรงค์ ชื่นจิตร: บรรทัดฐานใหม่ในคดีทรมานจากคำพิพากษาศาลฎีกา หลังการต่อสู้ของผู้เสียหายนาน 17 ปี](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/09/7-9-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


![[PR]ชี้ชะตา! ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษา ครอบครัวชื่นจิตร ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก สตช.](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/08/28-8-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ครอบครัวพลทหารพฤษภาเข้าให้ข้อมูลต่อแพทยสภา กรณีพลทหารพฤษภาเสียชีวิตหลังเข้ารับการเกณฑ์ทหาร](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/08/27-8-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)