ครบรอบ 1 ปี ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการต่อต้านการทรมาน: ไทยปฏิบัติตามพันธกรณีถึงไหนแล้ว?
เพื่อเป็นโอกาสในการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐ และฝ่ายนิติบัญญัติ มาร่วมกันทบทวนความคืบหน้าและประเด็นปัญหาที่เผชิญเพื่อนำไปสู่การผลักดันให้เกิดการแก้ไขและปรับปรุง มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กลุ่มด้วยใจ คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จึงได้ร่วมกันจัดงาน “ครบรอบ 1 ปี การติดตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและก้าวต่อไปของรัฐสภาไทยในการคุ้มครองเหยื่อทรมานและอุ้มหาย” เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมสัมมนา B1–2 อาคารรัฐสภา
เนื่องจากเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้จะเป็นช่วงเวลาครบรอบหนึ่งปีหลังจากคณะกรรมการต่อต้านการทรมาน (CAT) ได้ออกข้อสังเกตเชิงสรุป (Concluding Observations) ต่อสถานการณ์การทรมาน และการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ในประเทศไทย พร้อมข้อเสนอแนะสำหรับรัฐไทยในการพัฒนากลไกภายในประเทศเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีในอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี หรืออนุสัญญา CAT ได้อย่างเป็นจริง ซึ่งหมายรวมไปถึงการที่กฎหมายภายใน อย่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ถูกบังคับใช้ได้จริงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
วงเสวนาแรกในหัวข้อ “ความคืบหน้าการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะเร่งด่วน” ประกอบด้วย สัณหวรรณ ศรีสด คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล, ปรีดา นาคผิว ตัวแทนมูลนิธิผสานวัฒนธรรม, จิรารัตน์ มูลศิริ ตัวแทนมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา, พ.ต.อ. สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ตัวแทนสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, ฉัตราภรณ์ ดิษฐศรีพร ผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และบวร บุญลพ ผู้แทนศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย สำนักงานอัยการสูงสุด
ต่อเนื่องด้วยวงเสวนาที่สอง หัวข้อ “บทบาทฝ่ายนิติบัญญัติและทิศทางการแก้ไขกฎหมาย” ประกอบด้วย รอมฎอน ปันจอร์ ผู้แทนพรรคพรรคประชาชน, ทพญ. ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ผู้แทนพรรคพรรคเพื่อไทย, รัดเกล้า สุวรรณคีรี ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ และอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ
บทเรียนจากตากใบกับความพยายามแก้ไขอายุความเพื่อยุติการลอยนวลพ้นผิด
เนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว หนึ่งเดือนก่อนการทบทวนรายงานสถานการณ์ทรมานฯ กับคณะกรรมการ CAT เกิดกรณีที่คดีอาญาตากใบหมดอายุความ เนื่องจากไม่สามารถนำตัวจำเลยในคดีซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงมายังศาลได้ทันกำหนดอายุความ 20 ปี คณะกรรมการ CAT จึงสนใจกรณีเรื่องอายุความเป็นอย่างมาก และได้ให้ข้อเสนอแนะไว้ว่า ไม่ควรมีเหตุการณ์เช่นกรณีคดีอาญาตากใบเกิดขึ้นได้อีก อีกทั้งไม่ควรมีใครที่ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพียงเพราะเรื่องขาดอายุความ
ปรีดา นาคผิว หนึ่งในทีมทนายความคดีอาญาตากใบสะท้อนว่า กรณีดังกล่าวฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องช่วยกันผลักดันเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอายุความ เนื่องจากคุณค่าของชีวิตร่างกายเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าเรื่องใด ดังนั้นจึงไม่ควรมีอายุความมาตีกรอบในการเรียกร้องความเป็นธรรม
อดิลัน อาลีอิสเฮาะ ซึ่งเป็นอีกผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลังคดีอาญาตากใบได้เสริมเหตุผลของความสำคัญที่จะต้องแก้ไขเรื่องอายุความ โดยชี้ให้เห็นว่า กรณีคดีอาญาตากใบทำให้เห็นสภาพปัญหาที่ว่า ในคดีที่มีความสำคัญและผู้กระทำเป็นรัฐ หากมีอายุความก็อาจทำให้คนกระทำผิดลอยนวล เนื่องจากผู้กระทำผิดอาจยังมีอำนาจอยู่อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาที่อายุความยังดำเนินไป นั่นจึงทำให้การเรียกร้องความยุติธรรมของผู้เสียหายโดยเฉพาะกรณีประชาชนทั่วไปนั้นยากยิ่งและถูกจำกัดด้วยกรอบเวลา
สำหรับทางภาครัฐ ฉัตราภรณ์ ชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตั้งแต่เริ่มต้นการร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ก็มีข้อถกเถียง อย่างกรณีอุ้มหายมีอายุความไม่ได้ด้วยธรรมชาติของอาชญากรรม แต่การทรมานยังมีการถกเถียง โดยมองว่าเป็นประเด็นใหม่ และในอนุสัญญา CAT ก็ไม่ได้ระบุเรื่องอายุความ ในขณะที่ บวร บุญลพ ในฐานะตัวแทนจากอัยการสูงสุดมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะไปโยงกับกลไกกฎหมายอาญาหลัก ที่ปัจจุบันยังมีโทษสูงถึงการประหารชีวิต ซึ่งก็ยังคงมีประเด็นว่าจะมีการยกเลิกโทษดังกล่าวหรือไม่ อีกทั้งหลายประเทศก็ไม่ได้มีประเด็นว่าอายุความจะต้องมีหรือไม่มี จึงอยากสะท้อนให้ฝ่ายนิติบัญญัติทำการศึกษาและเปรียบเทียบกับประมวลกฎหมายอาญา ทฤษฎีการลงโทษ และหลักการได้สัดส่วนต่างๆ ให้ครอบคลุมรอบด้าน รวมถึงรวบรวมกรณีศึกษาจากหลายประเทศที่เป็นภาคีภายใต้อนุสัญญา CAT
ในทางมาตรฐานระหว่างประเทศ สัณหวรรณ ศรีสด เน้นย้ำว่า แม้เรื่องอายุความจะไม่ได้ถูกระบุไว้ในอนุสัญญา CAT แต่ก็มีการระบุเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนในเอกสารความคิดเห็นทั่วไป (General Comment) ของคณะกรรมการ CAT โดยหากเทียบกับกฎหมายไทย เอกสารดังกล่าวก็เป็นเสมือนฎีกา อีกทั้งหนึ่งในหลักของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ คือการปรับให้เป็นไปตามอนุสัญญา CAT ดังนั้น ในมุมของคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน จึงอยากให้มีการแก้ไขเรื่องอายุความโดยเร็ว
นอกจากนี้ ในประเด็นอายุความ ตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายการเมืองก็มีการนำเสนอความคิดเห็นและความพยายามในการผลักดันแก้ไขกฎหมาย
รัดเกล้า สุวรรณคีรี ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ทำงานผลักดันเรื่องการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อสตรีและเยาวชนมา พบว่าเรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาสำคัญคือ เมื่อเกิดเหตุขึ้น ผู้เสียหายที่เป็นเยาวชนจะต้องเผชิญกับปมบาดแผล และใช้เวลาอย่างมากในการรักษา และก้าวผ่านเหตุที่เกิดขึ้น แต่เมื่อถึงวัยที่มีจิตใจที่เข้มแข็งมากพอและอยากต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม วันนั้นก็อาจไม่ทันการณ์ เนื่องจากมีกรอบอายุความมาจำกัด เนื่องจากความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศก็เป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญา CAT จึงคิดว่าการแก้ไขอายุความก็ควรครอบคลุมถึงประเด็นนี้ด้วย
ในขณะเดียวกันรอมฎอน ปันจอร์ จากพรรคประชาชน ได้นำเสนอว่า พรรคประชาชนมีการดำเนินการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเรื่องนี้แล้วเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดย ส.ส. ของพรรคประชาชน 20 คน ได้เข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีหลักคิดที่ว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดหรือกระทำความรุุนแรงต่อประชาชนและทำการหลบหนีจากความผิดเพื่อรอให้อายุความหมดไปนั้น ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ตัดคำว่าหลบหนีออกไป โดยอายุความจะสะดุดหยุดลงเมื่อพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐหลบหนี กล่าวคือ อายุความจะยังไม่ถูกนับต่อเมื่อการหลบหนีเกิดขึ้น จนกว่าจะตามตัวกลับมาได้ ในกรณีนี้อายุความก็จะไม่หมดไปและปิดช่องไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้ช่องทางดังกล่าวเพื่อหลบหนีจากการรับผิด
นอกจากพรรคประชาชนแล้ว คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาผลกระทบจากกรณีคดีการสลายการชุมนุมเหตุการณ์ตากใบที่ขาดอายุความ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้และการฟื้นฟูความชอบธรรมของรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ก็ยังมีการศึกษาเรื่องอายุความรวมถึงข้อเสนอแนะถึงประเด็นดังกล่าวที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ ตนหวังว่าการผลักดันเรื่องการแก้ไขอายุความจะเป็นความพยายามที่หลายพรรคการเมืองเห็นความสำคัญและช่วยกันผลักดันเช่นเดียวกับตอนที่ผลักดันร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ
ปัญหาอยู่ที่งบประมาณหรือความพร้อมของหน่วยงานรัฐในการปฏิบัติ?
อีกหนึ่งข้อเสนอแนะเร่งด่วนที่คณะกรรมการ CAT ได้ระบุคือประเด็นเรื่องงบประมาณและบุคลากร เนื่องจากในระหว่างการประชุมเมื่อปีที่แล้ว พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ พึ่งมีการบังคับใช้ได้เพียงหนึ่งปี จึงพึ่งมีการจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบกรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย (คณะกรรมการชาติฯ) รวมทั้งระบบการบันทึกภาพและเสียง และการจัดตั้งระบบและข้อร้องเรียน คณะกรรมการ CAT จึงมองว่าเรื่องเร่งด่วนคืองบประมาณและบุคลากร
ฉัตราภรณ์ ดิษฐศรีพร ตัวแทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมองว่า งบประมาณนั้นไม่มีปัญหา เนื่องจากงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีเพียงพอแล้ว หลังจากมีประเด็นในช่วงเริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ.ฯ ก่อนการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเพียงไม่กี่วัน คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ออกพระราชกำหนดฉุกเฉินเลื่อนการบังคับใช้มาตรา 22 – 25 โดยเหตุที่เลื่อนเนื่องจากหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติอย่าง สตช. อ้างถึงความไม่พร้อมด้านอุปกรณ์ รวมถึงความไม่พร้อมในแง่บุคลากรที่ยังขาดความรู้และความเข้าใจในการปฏิบัติงาน
อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายใหม่จะมีการบังคับใช้มาแล้วเกือบสามปี ในทางปฏิบัติมาตรการป้องกันที่กฎหมายกำหนดไว้อาจยังมีปัญหา โดยเฉพาะในบริบทจังหวัดชายแดนใต้ อดิลันสะท้อนสภาพปัญหาในพื้นที่ว่า แม้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ จะกำหนดไว้ชัดเจนว่าไม่สามารถอ้างเหตุฉุกเฉินร้ายแรงหรือสถานการณ์ใด ไม่ว่าจะเป็นสงครามหรือสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ มายกเว้นการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ได้ ดังนั้นในพื้นที่ภาคใต้ที่มีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษก็ยังคงต้องมีการบันทึกภาพและเสียง แต่มีการควบคุมตัวตามที่กฎหมายกำหนด แต่ในทางปฏิบัติทางคดี ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถรู้ได้ว่ามีการบันทึกภาพและเสียงจริงหรือไม่ และยังไม่มีกรณีใดที่ทนายสามารถเข้าถึงวิดีโอบันทึกภาพและเสียงขณะจับกุมได้ จึงเป็นกรณีที่ต้องติดตามต่อไป
รอมฎอน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ตนได้ไปดูสถานที่กักตัวภายใต้กฎหมายพิเศษในฐานะ กมธ. ความมั่นคงฯ โดยเจ้าหน้าที่ก็ยอมรับว่าความพร้อมที่จะมีกล้องติดขณะปฏิบัติการอาจยังเป็นปัญหา ยกตัวอย่างเช่น ในทีมเจ้าหน้าที่่ชุดเล็ก 12 นาย จะมีแค่ 1 นาย ที่จะมีกล้อง เป็นต้น การพูดคุยเพื่อเตรียมงบประมาณและการจัดการบริหารทรัพยากรจึงยังเป็นโจทย์ใหญ่ในอนาคต โดยรอมฎอนเชื่อว่าการบันทึกภาพและเสียงจะเป็นเกราะป้องกันการปฏิบัติหน้าที่ไม่ให้เจ้าหน้าที่ละเมิด หรือแสดงความบริสุทธิ์ใจของเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ บทบาทของคณะกรรมการชาติฯ เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มีการกล่าวถึงและถูกตั้งคำถามอย่างมากถึงประสิทธิภาพของคณะกรรมการฯ
อดิลันผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่างกฎหมาย พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ อธิบายว่าเดิมทีร่างกฎหมายในชั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์ประกอบของคณะกรรมการป้องกันฯ จะมีผู้แทนของผู้เสียหายหรือผู้แทนของผู้สูญหายด้วย แต่กฎหมายฉบับที่ใช้อยู่ปัจจุบันเป็นร่างหลักของ ครม. ซึ่งไม่มีองค์ประกอบผู้เสียหายหรือญาติของผู้สูญหายอยู่ โดยมีการปรับแก้และกลับไปใช้ร่างหลักของรัฐบาลฉบับดังกล่าวในชั้นวุฒิสภา จึงเป็นที่มาของฉบับปัจจุบัน ทั้งนี้ อดิลันเน้นย้ำว่าฝ่ายการเมืองควรจะนำร่างของฝ่าย ส.ส. ที่เขียนไว้เมื่อสามปีที่แล้วมาทบทวนว่าถึงเวลาที่ควรจะกลับไปใช้ร่างที่ผ่านการพิจารณาของ ส.ส. และไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 5 ปี เพื่อแก้ไขกฎหมาย เพราะสามารถปรับปรุงได้ทันทีหากฝ่ายนิติบัญญัติเห็นปัญหาที่เป็นอุปสรรค
นอกจากนี้ ปรีดายังสะท้อนปัญหาจากประสบการณ์ทำงานร่วมกับครอบครัวผู้สูญหายในจังหวัดยะลา ที่มีการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการชาติฯ แต่กลับไม่ได้รับแจ้งถึงความคืบหน้าของเรื่องร้องเรียนแต่อย่างใด แม้จะทำหนังสือติดตามไปแล้วก็ตาม ปรีดาเน้นย้ำว่าเพื่ออำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้เสียหาย คณะกรรมการฯ ควรมีการแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ โดยการให้ข้อมูลข่าวสารเป็นหลักการพื้นฐานของรัฐที่ควรจะแจ้งหรือบอกกล่าวแก่ผู้เสียหายและครอบครัว นอกจากนี้ปรีดายังมองว่าการทำงานของคณะกรรมการฯ ซึ่งมีเวลาทำงานมามากกว่าสองปีแล้ว กลับไม่เคยเห็นภาพหรือรายงานที่เป็นสาธารณะที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการฯ โดยตนคิดว่าเมื่อผ่านมากว่าสองปีแล้ว คณะกรรมการฯ ควรทำอะไรได้มากกว่านี้
การผลักดันกลับ: ปัญหาเร่งด่วนที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น
พ.ต.อ. สุรศักดิ์ ตัวแทนสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการของสตม. ในประเด็นที่ต่อเนื่องจากข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ CAT ประเด็นแรกคือการเสียชีวิตในห้องกัก ซึ่งมีสถิติค่อนข้างสูง เหตุผลหนึ่งคือห้องกักเป็นเสมือนปลายทางก่อนที่ผู้ถูกกักจะถูกส่งกลับไปยังภูมิลำเนาของตน ผู้ถูกกักหลายรายมีอายุมากและมีอาการเจ็บป่วยมาอยู่แล้ว จึงอาจเห็นว่ามีตัวเลขที่สูง อย่างไรก็ตาม ตม. ได้มีการดำเนินการสองมาตรการหลักคือ เมื่อเกิดการเสียชีวิตระหว่างควบคุมตัวก็จะดำเนินการตามกฎหมายอาญา นอกจากนี้จะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นมาอีกประการหนึ่ง คือการแจ้งไปยังคณะกรรมการชาติฯ เมื่อการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น หากคณะกรรมการฯ มีข้อสอบถามก็จะติดต่อเจ้าหน้าที่ให้ไปชี้แจง เป็นกลไกการดำเนินการเมื่อเกิดการเสียชีวิตในห้องกัก
ประเด็นที่สองที่คณะกรรมการ CAT กังวล คือการกักตัวเด็ก พ.ต.อ. สุรศักดิ์ ชี้แจงว่าปัจจุบัน ตม. มีมาตรการการกักตัวทางเลือกในกรณีที่มีเหตุให้ไม่สามารถส่งกลับได้ คือมาตรการทางเลือกแทนการกักตัว (Alternative to Detention: ATD) ซึ่งแต่เดิมได้กำหนดเงื่อนไขในการให้ประกันตัว 4 เงื่อนไข คือ เพื่อติดต่อสถานทูตทำหนังสือเดินทาง เจ็บป่วยพบแพทย์ ได้รับการคุ้มครองจาก UNHCR และเหตุจำเป็นอื่นๆ โดยปัจจุบันได้เพิ่มเงื่อนไขอีกสองประการคือ มีสถานะเป็นบุคคลที่ได้รับความคุ้มครอง (Protected Person) ในระบบ NSM และได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ไม่กักเด็ก โดยเด็กสามารถประกันตัวโดยไม่ต้องวางเงินประกัน
อย่างไรก็ตาม จิรารัตน์ ทนายความมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา ยังพบปัญหาในทางปฏิบัติจากการทำงานให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในแม่สอด และได้เข้าไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยในห้องกัก ปัญหาหนึ่งที่พบจากการทำงานคือผู้ที่ถูกกักมักติดต่อคนภายนอกได้ยากมาก เนื่องจากในห้องกักนั้นไม่สามารถใช้โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ได้ ทำให้ต้องบอกต่อกันมา และญาติที่อยู่ข้างนอกก็ไม่ทราบเลยว่าผู้ที่อยู่ในห้องกักเป็นอย่างไร หรือถูกส่งกลับไปแล้วเมื่อไหร่ มีบางกรณีที่ถูกส่งตัวกลับไปแล้วก็สูญหายไปเลย อย่างไรก็ตาม ข้อดีหนึ่งที่สังเกตได้หลังจากมี พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ คือยังไม่พบว่ามีการทำร้ายร่างกายในห้องกักที่แม่สอด และคิดว่าเรื่องอาหารการกินก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีเรื่องความแออัด การไม่ถูกสุขลักษณะ และเรื่องที่ผู้กักไม่สามารถปกป้องสิทธิของตนเองในเบื้องต้น ที่ยังเป็นปัญหาอยู่
ในประเด็นปัญหาเรื่องหลักการห้ามส่งกลับ (Non-Refoulment) พ.ต.อ. สุรศักดิ์ อธิบายว่าที่ผ่านมาทางหน่วยงานได้ความรู้จากคณะกรรมการชาติฯ ในประเด็นนี้โดยเฉพาะ และมีการประสานงานร่วมกับภาคประชาสังคมและองค์การระหว่างประเทศที่จะคอยแจ้งข้อมูลกับทาง ตม. ว่ากรณีใดหากถูกส่งกลับอาจพบภัยประหัตประหาร อย่างไรก็ตาม ตนยังมองว่าปัญหาคือภายหลังจากนั้น เพราะเมื่อไม่ส่งแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ รวมถึงอยากให้มีการตีกรอบนิยามให้ชัดเจนสำหรับผู้ปฏิบัติงานว่าภัยประหัตประหารครอบคลุมเท่าใด
การส่งกลับชาวอุยกูร์ 40 คน ในปีนี้เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีการกล่าวถึงในงานเสวนา โดยรอมฎอนตั้งคำถามถึงกรณีดังกล่าวว่าประเทศไทยจะรายงานต่อคณะกรรมการ CAT อย่างไร และมองว่ากรณีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนที่ทำให้เห็นว่า มาตรา 13 พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ยังมีปัญหา โดย ทพญ. ศรีญาดา ในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทยได้ตอบประเด็นดังกล่าวว่ารัฐบาลในขณะนั้นได้ตามไปดูชาวอุยกูร์ที่ประเทศจีนว่าอยู่อย่างไร และรัฐบาลมีเหตุผลในช่วงนั้นๆ นอกจากนี้ ทพญ. ศรีญาดา ยังเน้นย้ำว่า ที่ผ่านมารัฐบาลเพื่อไทยได้มีการผลักดันเรื่องการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ อย่างเต็มที่ เช่น ในรัฐบาลของเศรษฐา ทวีสิน คณะรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมขณะนั้นไปขับเคลื่อนให้มีองค์กรอิสระที่จะสามารถเข้าไปตรวจดูสถานที่ควบคุมตัว ซึ่งมองว่ายังเป็นช่องว่างของ พ.ร.บ.ฯ นี้ ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ปัจจุบันประเทศไทยมี พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ มาเกือบสามปีแล้ว เจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนของกฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจของประเทศไทยที่จะปรับปรุงและพัฒนาเพื่อปกป้องคุ้มครองบุคคลทุกคนให้ปลอดภัยจากการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย และการบังคับสูญหาย แต่การจะทำให้ความตั้งใจนั้นเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม การบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริง จากวงเสวนาทั้งสองวงจะพบได้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ในหลายแง่มุม และต้องการความสนใจจากสังคมโดยรวมในการติดตามปัญหาและความคืบหน้าในการแก้ไข เพื่อร่วมผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้สามารถบังคับใช้ได้อย่างแท้จริง



































ภาพ: ณัฐธยาน์ ลิขิตเดชาโรจน์

![[PR]ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ กรุงเทพ รับทำการสอบสวน กรณีครูสั่งให้นักเรียนลุกนั่งจนกล้ามเนื้อสลาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์ วอทช์-น้องสาวสยาม ธีรวุฒิ เข้าให้การต่ออัยการ กรณีสยาม ธีรวุฒิ ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศเวียดนาม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/01/21-1-69-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


