พยานคดีอุ้มหายนายดวง วาน ไถ ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามในไทยเมื่อปี 66 เข้าให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อพนง.อัยการ ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ จังหวัดธัญบุรี
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 พยานในคดีบังคับให้สูญหายนายดวง วาน ไถ ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามในไทยเมื่อปี 2566 พร้อมด้วยทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เข้าให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อพนักงานอัยการ ศูนย์ป้องกันการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย จังหวัดธัญบุรี จ. ปทุมธานี โดยพนักงานอัยการได้แจ้งเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริงและเรียกพยานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่เกิดเหตุและเจ้าหน้าที่ทหารที่รับทราบเหตุการณ์การบังคับให้สูญหายดังกล่าว มาให้ข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาว่า การบังคับให้บุคคลสูญหายดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ หรือไม่

สืบเนื่องจากกรณีที่นายดวง วาน ไถ (Dương Văn Thái) ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามในไทย ได้ถูกบังคับลักพาตัวไปยังประเทศเวียดนาม โดยต่อมาเครือข่ายนักสิทธิมนุษยชนและเครือข่ายช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวเวียดนาม ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานอัยการศูนย์ป้องกันการทรมานฯ และหน่วยงานรัฐ อาทิ กระทรวงยุติธรรม, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด
นายไถเป็นนักเคลื่อนไหวชาวเวียดนาม ที่ได้ลี้ภัยมาที่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561 และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัย องค์การสหประชาชาติแล้ว แต่ถูกบังคับให้สูญหายไป เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2566 โดยมีพยานพบเห็น นายไถ ถูกชาย 4 คน ควบคุมตัวไปในระหว่างที่เขาขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่บริเวณถนนลำภู อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยมีข้อมูลและพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าเป็นการลักพาตัว (Abduction) ต่อมาครอบครัวของเขาได้รับแจ้งจากทางการเวียดนาม เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ว่านายไถถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศเวียดนาม และถูกตั้งข้อหาว่า “สร้างโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐ” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 117 ของประเทศเวียดนาม และต่อมาในเดือนตุลาคม 2567 ศาลฮานอยตัดสินจำคุกนายไถเป็นเวลา 12 ปี
จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า กรณีดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่รัฐไทยหรือทางการไทยเกี่ยวข้องกับการอุ้มหายและผลักดันนายไถกลับไปยังประเทศเวียดนาม โดยถือเป็นการละเมิดหลักการห้ามส่งกลับไปเผชิญอันตราย (Non-refoulement) อันเป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ และเป็นความผิดฐานบังคับให้บุคคลให้สูญหาย มาตรา 7 และผลักดันบุคคลที่เชื่อว่าอาจตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกทรมานฯ มาตรา 13 ของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และหากการสืบสวนพบว่า ทางการเวียดนามได้ลักพาตัวนายไถไปโดยพลการจะถือได้ว่า รัฐบาลเวียดนามได้ละเมิดอำนาจอธิปไตยของรัฐไทย โดยการให้เจ้าหน้าที่เวียดนามเข้ามาลักพาตัวบุคคลที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐไทย ซึ่งเป็นการไม่เคารพต่อความเป็นรัฐเอกราชและเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน การปล่อยให้รัฐต่างชาติสามารถใช้อำนาจรัฐบนดินแดนไทยได้โดยง่าย จะเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐอย่างร้ายแรง
นายดวง วาน ไถ เป็นนักเคลื่อนไหวชาวเวียดนาม นักข่าวอิสระ นักเขียนบล็อก และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ด้านสิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนในเวียดนาม เขาเกี่ยวข้องกับสมาคมผู้สื่อข่าวอิสระเวียดนาม (Independent Journalists Association of Viet Nam) และขบวนการภราดรภาพเพื่อประชาธิปไตย (Brotherhood for Democracy) ซึ่งทำงานด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของสื่อ โดยทั้งสององค์กรถูกปราบปรามอย่างรุนแรงในเวียดนาม อีกทั้งนายไถยังมีบทบาทในการเปิดโปงกรณีการทุจริตและเผยแพร่รายงานวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ จากการเคลื่อนไหวดังกล่าว นายไถเกรงว่าจะต้องเผชิญกับภัยประหัตประหาร การจับกุม คุมขัง และการทรมาน จึงหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ต่อมาปี 2563 เขาได้รับการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศไทยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และกำลังอยู่ในกระบวนการสัมภาษณ์เพื่อการตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม
กรณีของนายไถถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของการปราบปรามข้ามชาติ (Transnational Repression) ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้น มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมติดตามกรณีของนายไถ และสถานการณ์ผู้ลี้ภัยในประเทศไทยต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐไทยจะไม่นิ่งเฉยต่อการที่เจ้าหน้าที่รัฐอื่นใช้อำนาจรัฐนอกอาณาเขตของตนเข้ามาแทรกแซงและละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยไทย รวมทั้งหลักนิติรัฐ และอำนาจอธิปไตยของประเทศไทยจะยังคงมีเสถียรภาพต่อไป

![[PR]ตีความมีปัญหา – ยุติคดี – ละเมิดหลักการห้ามส่งกลับ ฝ่ายการเมือง นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ร่วมสะท้อนข้อจำกัด พ.ร.บ. ทรมาน-อุ้มหาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/07/22-7-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คืบหน้าคดีพลทหารเพรชรัตน์ เพื่อนร่วมห้องขัง มทบ. 12 ยืนยัน ผู้ตายถูกทำร้ายก่อนเสียชีวิต](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/07/20-7-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]17 ก.ค. 69 ศาลปราจีนบุรีนัดไต่สวนพยานฝ่ายครอบครัวผู้ตายคดีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง เสียชีวิตภายในเรือนจำ มทบ. 12](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/07/16-7-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)

