28 ส.ค. คกก. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ กระทรวงยุติธรรม รับพิจารณา กรณีอุ้ม-ฆ่าชาวบ้านกะเหรี่ยงใน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับหนังสือตอบกลับจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งรับพิจารณาและดำเนินการการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ กรณีชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงถูกอุ้มหายไปนาน 2 เดือน จนกระทั่งถูกพบว่าเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมอย่างทารุณโหดร้าย โดยมีข้อสังเกตและข้อมูลเบื้องต้นว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดนี้
หนังสือตอบกลับดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้ร้องเรียนต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย กระทรวงยุติธรรม และพนักงานอัยการ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ตามมาตรา 29 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ในฐานะผู้พบเห็นหรือทราบการทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการสอบสวนคดี เพื่อให้ครอบครัวผู้เสียหายได้ทราบข้อเท็จจริงและได้รับความเป็นธรรม
นอกจากนี้ ในวันที่ 17 กันยายน 2568 พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรมจะเข้าให้การเพิ่มเติมในฐานะผู้แจ้งเหตุทรมานหรือกระทำให้บุคคลสูญหาย รวมทั้งในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ต่อพนักงานอัยการจังหวัดฮอด ซึ่งเป็นเขตอำนาจศาลของพื้นที่อำเภออมก๋อย จ.เชียงใหม่
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 – 9 กรกฎาคม 2568 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับข้อร้องเรียนจากผู้นำเครือข่ายการจัดการสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ว่านายดีแข ยศยิ่งยืนยง ชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงถูกบังคับให้สูญหายไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 โดยระหว่างการติดตามค้นหาตัวนายดีแข ครอบครัวได้ทราบข้อเท็จจริงว่าในวันดังกล่าว มีผู้พบเห็นว่านายดีแขถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 6 คน จับกุมตัวไปพร้อมกับเพื่อนอีก 1 คน จากนั้นนายดีแขได้หายตัวไปโดยไม่ทราบชะตากรรมเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน จนกระทั่งมีผู้พบร่างของนายดีแขในป่าเขตพื้นที่ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยสภาพศพน่าสงสัยว่าจะมีการกระทำที่เป็นการทรมานและปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม
การจับกุมและควบคุมตัวไป โดยไม่แจ้งรายละเอียดการจับกุม ควบคุมตัว หรือรวมถึงสถานที่ควบคุมตัว กระทั่งพบเป็นศพของนายดีแขอาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐานบังคับบุคคลให้สูญหาย ตามมาตรา 7 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ได้ ดังนั้นการดำเนินการสืบสวนสอบสวนโดยใช้กลไกตาม กฎหมายดังกล่าวจะช่วยทำให้ญาติของผู้เสียหายได้ทราบถึงถึงรายละเอียดของการกระทำความผิด และผู้กระทำความผิด นำมาลงโทษ ได้หรือไม่ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนผู้สนใจร่วมกันติดตามกรณีดังกล่าวและติดตามการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้การบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ นี้ เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริง ค้นหาตัวผู้กระทำความผิด รวมถึงให้ญาติได้ทราบถึงชะตากรรมและได้รับความเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงเกิดขึ้นอีก

![[PR]CrCF ร้องศูนย์ป้องกันการทรมานฯ จ. ปราจีนบุรี กรณีทหารเสียชีวิตในค่าย และกรณีทหารถูกทำโทษให้ลงบ่อเกรอะ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/24-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]3 ปี พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน-อุ้มหาย แม้ความหวังยังคงอยู่ แต่ความยุติธรรม และการเยียวยาอย่างรอบด้านจะเกิดขึ้นจริงเมื่อใด?](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/23-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


![[PR]CrCF ส่งข้อเสนอต่อ CED-WGEID กรณีการบังคับให้สูญหายในบริบทการปราบปรามข้ามพรมแดน หนุนปฏิรูปกฎหมาย-รับรอง OPCAT](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/11-2-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)