ผสานวัฒนธรรมร้อง คกก. ป้องกันการทรมานฯ สอบสวน กรณีครูสั่งนักเรียนลุกนั่ง 200 ครั้ง เข้าข่ายกระทำทรมานและปฎิบัติที่โหดร้ายฯ
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ, พนักงานอัยการ, กรมการปกครอง ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและลงโทษผู้กระทำความผิดให้เหมาะสม กรณีนักเรียนโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัยถูกครูสั่งลงโทษให้ลุกนั่ง 200 ครั้ง ซึ่งอาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐานทรมานและปฎิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก “Drama-addict ” โพสต์กรณีที่ผู้ป่วยซึ่งเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนแห่งหนึ่งใน กทม. พร้อมภาพประกอบเป็นภาพถุงปัสสาวะสีโค้ก พร้อมประวัติอาการและการรักษา โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า นักเรียนคนดังกล่าวถูกครูสั่งให้ลุกนั่ง 200 ครั้ง ติดต่อกัน เนื่องจากส่งการบ้านไม่ตรงเวลา ส่งผลให้นักเรียนมีอาการปวดขานาน 3 – 4 วัน ติดต่อกัน และต่อมามีอาการปวดขาอย่างรุนแรง และมีปัสสาวะสีเข้มเหมือนโค้ก จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที
ต่อมา ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่า ครูที่ลงโทษเด็กนักเรียน เป็นครูที่โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 (สพม.กทม.1 ) ของ สพฐ. จึงได้สั่งการให้ ผอ.สพม.กทม. 1 สอบสวนและลงโทษตามระเบียบกฎหมาย อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการไม่มีนโยบายลงโทษนักเรียนอยู่แล้ว กรณีนี้จึงถือว่าครูกระทำเกินกว่าเหตุ
จากกรณีดังกล่าว มูลนิธิฯ เห็นว่า ครูหรือข้าราชการครูหรือบุคลากรทางการศึกษา ถือเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีการใช้อำนาจรัฐหรือได้รับมอบอำนาจจากรัฐ ตามนิยามมาตรา 3 วรรค 3 ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. 2565 โดยได้ใช้อำนาจในการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงต่อนักเรียนโดยการสั่งให้ลุกนั่ง 200 ครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานต่อร่างกายและจิตใจอย่างร้ายแรง ในลักษณะเป็นการลงโทษที่เข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 5 และมาตรา 6 ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ
นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังเห็นว่าการที่บุคลากรบางส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ยังไม่ได้มีความเข้าใจเรื่องสิทธิในเนื้อตัวร่างกายและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งอาจจะยังไม่มีการสื่อสารทำความเข้าใจเรื่องการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานฯ ที่บุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งการป้องกันและส่งเสริมแนวความคิดเรื่องการป้องกันการทรมานฯ มูลนิธิจึงมีความห่วงกังวลว่าการสั่งลงโทษนักเรียนเช่นนี้อาจเกิดขึ้นอีก หากไม่มีการสืบสวนสอบสวน และหากพบว่ามีการกระทำผิด การลงโทษผู้กระทำความผิดและผู้บังคับบัญชาตามมาตรา 42 ตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานฯ อย่างเหมาะสม รวมไปถึงดำเนินคดีต่อผู้บังคับบัญชาจะเป็นแบบอย่างให้กับสังคม ในการดำเนินมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกต่อเด็กและเยาวชน
ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิฯ จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ, พนักงานอัยการ, กรมการปกครอง ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเหมาะสม รวมทั้งให้ความเป็นธรรมต่อผู้เสียหาย ยุติวัฒนธรรมโยกย้ายผู้กระทำความผิดไปสังกัดหน่วยงานอื่น และดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว มูลนิธิฯ ขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจ ติดตามข่าวสารการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานฯ ว่าจะสามารถใช้กลไกตามกฎหมายฉบับใหม่นี้ได้อย่างครบถ้วนหรือไม่ต่อไป

![[PR]ครอบครัวพลทหารพฤษภา เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อ กมธ. การทหารกรณีพลทหารพฤษภาเสียชีวิตหลังเข้ารับการเกณฑ์ทหาร](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/06/5-6-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คืบหน้าไต่สวนการตายคดีพลทหารเพรชรัตน์ สืบพยานผู้ต้องขังร่วมห้อง-อดีต ผบ.-แพทย์นิติเวช](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/05/25-5-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]22 พ.ค. 69 ศาลปราจีนบุรี นัดไต่สวนคดีพลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง หลังเสียชีวิตภายในเรือนจำ มทบ. 12](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/05/20-5-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]กรณีอุ้ม-ฆ่า ดีแข ยศยิ่งยืนยง: ครอบครัวร้องกองปราบปรามการทุจริตฯ หลังพบพิรุธ ตำรวจมอบเงิน 500,000 บาท ให้แก่ญาติ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/05/12-5-69-2-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]CrCF ร้องหลายหน่วยงานตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานฯ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านถูกกำนันทำร้ายร่างกาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/04/28-4-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)