สรุประเบียบเยียวยา พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหาย: เยียวยาเท่าไร อย่างไร และใครควรได้รับ

หลังจากเรียกร้องกันมาอย่างยาวนาน ในที่สุด ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ว่าด้วยการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้เสียหาย พ.ศ. 2568 ก็มีการบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในวันที่ 21 มีนาคม 2568 ระเบียบดังกล่าวได้ประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษา และใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มีนาค 2568 เป็นต้นไป นับเป็นก้าวสำคัญของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ที่จะเอื้ออำนวยความยุติธรรมเบื้องต้นให้แก่ผู้เสียหายในกรณีเหล่านี้

สาระสำคัญของระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ว่าด้วยการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้เสียหาย พ.ศ. 2568 อยู่ที่การกำหนดคำจำกัดความของผู้เสียหาย และจำนวนเงินช่วยเหลือที่ผู้เสียหายจะได้รับ

ผู้เสียหายตามระเบียบเยียวยา คือใคร?
ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ว่าด้วยการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้เสียหาย พ.ศ. 2568 ระบุว่า ผู้เสียหายตามระเบียบนี้ หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือจิตใจจากการทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการกระทำการให้บุคคลสูญหาย และให้หมายความรวมถึงสามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยาซึ่งมิได้จดทะเบียนสมรส ผู้อุปการะและผู้อยู่ในอุปการะของผู้ถูกกระทำให้สูญหาย

จำนวนเงินช่วยเหลือ เยียวยาเท่าไร?
1) ผู้เสียหายจากการถูกกระทำทรมาน จะได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 500,000 บาท
2) ผู้เสียหายจากการถูกกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 100,000 – 250,000 บาท
3) ผู้เสียหายจากการถูกกระทำให้สูญหาย ได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 500,000 บาท
4) สามี ภริยา (คู่สมรส) ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยาซึ่งมิได้จดทะเบียนสมรส ผู้อุปการะและผู้อยู่ในอุปการะของผู้ถูกกระทำให้สูญหาย ได้รับเงินจำนวน 100,000

ใครเป็นผู้พิจารณา?
การพิจารณาตามระเบียบดังกล่าว อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายจากการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยให้ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม) เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

การเยียวยาในรูปแบบอื่น
ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการอาจกำหนดให้ผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นที่มิใช่ตัวเงินด้วยก็ได้ โดยรูปแบบการเยียวยาอื่นๆ ประกอบด้วย
การทำให้กลับสู่สภาพเดิมเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น การประสานงานเพื่อให้คืนสิทธิและเสรีภาพ ทรัพย์สิน ชื่อเสียง การกลับสู่ถิ่นที่อยู่

1) การฟื้นฟูทางร่างกายและจิตใจ เช่น การประสานให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์

2) การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและสังคม เช่น การให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายในการดำเนินคดี การฝึกหรือเพิ่มทักษะในการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ

3) การป้องกันการกระทำผิดซ้ำ เช่น การประสานงานเพื่อมิให้ผู้เสียหายต้องถูกกระทำทรมานหรือถูกกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือถูกกระทำให้สูญหายซ้ำ

4) การประสานงานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิดหรือหน่วยงานของรัฐที่ผู้นั้นสังกัด ขอโทษผู้เสียหายโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ

5) การดำเนินการอื่นตามที่คณะอนุกรรมการหรือคณะกรรมการเห็นสมควร

การยื่นคำขอรับการช่วยเหลือ ทำอย่างไร?
ผู้เสียหายสามารถยื่นคำขอรับการช่วยเหลือตามแบบคำขอที่คณะกรรมการประกาศกำหนด พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานที่ระบุไว้ท้ายแบบคำขอ และสามารถส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือยื่นเป็นเอกสารโดยตรง โดยในกรุงเทพมหานคร สามารถยื่นเอกสารได้ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ส่วนในจังหวัดอื่น สามารถยื่นเอกสารได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัด หรือสถานที่อื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

นอกจากนี้ กรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่ส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่กำหนด ให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะดำเนินการต่อไป และให้เจ้าหน้าที่จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ

กรณีให้ถ้อยคำหรือแสดงเอกสารหรือพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อประโยชน์แก่ตนหรือผู้อื่น จะไม่อนุมัติให้ได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบนี้ คณะอนุกรรมการหรือคณะกรรมการอาจยกเลิกการอนุมัติการช่วยเหลือดังกล่าวได้ และให้เรียกคืนเงินช่วยเหลือจากบุคคลนั้น หากไม่ชำระเงินคืน ให้กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพดำเนินคดีกับบุคคลนั้นต่อไป

ใครเป็นผู้อนุมัติและจ่ายเงินช่วยเหลือ?
เมื่อคณะอนุกรรมการหรือคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้จ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายแล้ว ให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่คณะกรรมการมอบหมาย จ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้มีสิทธิได้รับเงิน และแจ้งให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินรับทราบ

เรียบเรียง: ณัฐธยาน์ ลิขิตเดชาโรจน์

Author

  • บรรณาธิการและนักเขียนผู้เชื่อในสิทธิเสรีภาพและพลังของการเล่าเรื่อง มีดนตรีเมทัลเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และกาแฟเป็นอาหารหลัก

    View all posts