Thai “watchlist” of democracy activists violates right to privacy, freedom of movement, freedom of expression

Statement

Thai “watchlist” of democracy activists violates right to privacy, freedom of movement, freedom of expression

(Thai version is below)

(Bangkok, August 13, 2021) – A ‘top secret’ document circulated online earlier this month believed to be produced by the Thai government – lists 183 people including opposition politicians, outspoken democracy activists, lawyers and journalists categorised by their perceived threat level to the state.

The list, which has not been verified but was purportedly compiled by the Immigration Bureau, includes 130 males aged between 17 and 64, six of whom are outside the kingdom.

The remaining 53 are women aged 15 to 61. Seven are under the age of 18, two of them are just 15-years-old.

The list is signed off with “Updated on June 1, 2021 at 17:00 by Pol. Col. (name undisclosed) of the Immigration Bureau 2.”

Many of the names on the list are accused of breaching Article 112 of the Thai Criminal Code, the lèse-majesté law which carries up to 15 years in jail per charge.

Others are critics of the government of General Prayut Chan-ocha, including opposition politicians or those working for opposition political parties, lawyers, political activists, youth activists in Bangkok and provinces. 

This has resulted in intimidation and harassment. Some on the watchlist have complained of being followed and of facing verbal or online harassment. Students are being followed and watched at their dormitories, faculties or homes, visited during classes, and followed to restaurants.

The police have asked for their class schedules from university staff, while invites to have  ‘coffee’ or a ‘drink’ with authorities are common.

This is not the first time the government has created and circulated a watchlist or blacklist of individuals seen as adversaries or threats.

But this watchlist is believed to contain the largest number of people under the government’s monitoring.

Similar incidents have happened since the 2014 coup.

A secret deep state operation has previously created and disseminated other ‘watchlists,’ such as the “Toppling Monarchy Network” in 2010, or the “Royal Defamation Movement” after the 2014 coup d’état.

Such lists violate human rights and liberty guaranteed by many international laws, including Articles 17 and 19 of the International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR), a number of Human Rights Conventions, Article 16 of the Convention on the Rights of the Child, the Constitution of the Kingdom of Thailand.

They also breach personal data protection laws against limiting, spying, and encroaching on the rights to privacy, expression, movement, and social and political participation of individuals without independent judicial review. This is a serious violation of the people’s right to security.

In addition, the watchlist has instigated fear, distrust and hatred among the people, causing fractures and political conflict that can lead to violence.

It stigmatizes and criminalizes the people on the list as a threat to the society and the nation while giving permission to those who claim to be “loyal,” “patriotic,” or “good” citizens to act arbitrarily in a manner that threatens the rights and freedom of those on the list. For example, nine people on the “Royal Defamation Movement” list have become political refugees and some, including Mr. Wanchalearm Satsaksit, have been forced to disappear.

With the above-mentioned facts and reasons, we, the undersigned organizations, have the requests to the relevant agencies as follows:

1.      The House of Representatives must examine the Watchlist by assigning relevant committees, and the National Human Rights Commission, shall investigate and obtain facts from the government. The Royal Thai Police must investigate the legitimacy and purpose of the document, any actions taken based on the document and the impact on human rights and individual rights of the persons listed, especially those who do not have arrest warrants or the court order to ban them from leaving the country.

2.     The agencies in (1) must review this watchlist and other blacklists that government agencies have made, distributed, and acted upon unlawfully against human rights.

3.     The Royal Thai Police and agencies that create or possess this watchlist must immediately destroy it or withdraw the names from the watchlist, especially those who are not banned by the court from leaving the kingdom; and

4.     The relevant officials must perform their duties with professional responsibility, integrity, and respect for the rights and freedom of the people, and strictly adhere to the law.

Signatories:

Cross Cultural Foundation

Union for Civil Liberty

Legal Center for Human Rights

Duayjai Group

Jasad

Patani Human Rights Organization Network

Northern Development Foundation

Manushya Foundation

Bang Kloi Coalition


แถลงการณ์

ขอให้สภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐยุติการจัดทำรายชื่อบุคคลที่ต้องเฝ้าระวัง (Watchlist) เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว เสรีภาพในการเดินทาง เสรีภาพในการแสดงออก และคุกคามสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 8-9 สิงหาคม  2564 ปรากฎตามหน้าสื่อออนไลน์ว่า มีเอกสาร “ลับที่สุด” เป็นบัญชีรายชื่อของบุคคลที่อ้างว่าจัดทำโดยกองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)  ทั้งหมด 183 คน โดยระบุว่าเป็นผู้ที่อยู่ใน  Watchlist  เป็นชายจำนวน 130 คน ช่วงอายุตั้งแต่ 17-64 ปี ในจำนวนนี้มีการระบุสีแดงหมายถึงอยู่นอกราชอาณาจักร 6 คน และหนึ่งในนี้เป็นผู้พิการทางสายตา เป็นหญิงจำนวน 53 คน เป็นผู้ที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 15-61 ปี เป็นผู้อยู่นอกราชอาณาจักรอยากน้อยหนึ่งคนและจากจำนวนนี้ทั้งหมดมีเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปีถึง 7 คน (ใน 7 คนนี้มีเด็กอายุ 15 ปีจำนวนสองคน) และบัญชีโซเชียลมีเดีย 19 บัญชี โดยเอกสารบัญชี “ลับที่สุด” ระบุรายชื่อ บุคคลที่ต้องเฝ้าระวัง (“Watchlist”) ฉบับนี้ โดยมีชื่อกำกับท้ายหน้ากระดาษ “อัปเดต 1 มิ.ย. 64 เวลา 17.00 น. โดย พ.ต.อ. หญิง (ปกปิดชื่อ) สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2”   

ผู้มีรายชื่อส่วนใหญ่พบว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญามาตรา 112 หรือผู้ที่แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ เคลื่อนไหวคัดค้าน รัฐบาล พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ในช่วงที่ผ่านมา หรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งหรือทำงานในพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ผู้ทำหน้าที่ทนายความ  นักกิจกรรมทางการเมือง  เยาวชนนักกิจกรรม ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เป็นต้นโดยไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล หรือบุคคลที่อยู่ในกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาลพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา  ที่แม้จะตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา หรือที่ศาลมีได้คำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ปรากฎรายชื่ออยู่ใน Watchlist แต่อย่างใด  

การจัดทำและเผยแพร่รายชื่อ Watchlist หรือการขึ้นบัญชีดำ บุคคลที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือเป็นภัยต่อรัฐบาลในลักษณะนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ Watchlist ในครั้งนี้ อาจเป็นครั้งที่ครอบคลุมรายชื่อบุคคลที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่จับตา เฝ้าระวัง และติดตามจำนวนมากที่สุดครั้งหนึ่ง

เมื่อ 6-7 ปี ก่อนหน้านี้ ทั้งก่อนและหลังการก่อการรัฐประหารล้มการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยนายพลบางคนในกองทัพที่สถาปนาตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ โดยเรียกตนเองว่า “คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.)” ในปี 2557 ได้เคยมีกลุ่มการเมืองที่แฝงตัวอยู่ในหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง ในลักษณะ “รัฐซ้อนรัฐ” และสื่อมวลชนบางกลุ่ม ได้สร้างและเผยแพร่ “ผังล้มเจ้า” ในช่วงปี 2553 หรือเอกสารความมั่นคงที่ชื่อ “ขบวนการหมิ่นสถาบัน” หรือเอกสารบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล บัญชี 4 ที่มีรายละเอียดเรื่องการแบ่งประเภทบุคคลเป้าหมายที่มีวิธีการดำเนินการตั้งแต่การ “พบปะ” ไปจนถึง “จับตายหากมีการขัดขืน” หลังรัฐประหารปี 2557

ด้าน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากบัญชีล่าสุดนี้นำกลับมาเผยแพร่ผ่านทาง Facebook พร้อมแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ตนรู้สึกดีใจได้มีชื่อเรียงลำดับตัวอักษรอันดับที่ 94 ของเอกสารลับที่สุดบุคคลที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของเผด็จการ อันที่จริงปรากฏชื่อกันมาตั้งแต่ปี 2550 แล้ว เป็นบันทึกทางการที่ยืนยันได้ดีถึงการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพไม่เคยตกหล่นแม้แต่ปีเดียว

“ไม่ใช่เท่านี้ รัฐเผด็จการยังจัดทำบัญชีดำในชั้นความลับ Blacklist จำแนกระดับของบุคคลที่ต่อต้านเผด็จการในระดับที่สั่นสะเทือนอำนาจรัฐ เอกสารนี้เกิดขึ้นก่อนปฏิบัติการอุ้มฆ่าผู้ลี้ภัยการเมือง (มีคนส่งมาให้ดู) ซึ่งไม่มีหลักฐานอะไรชี้ชัดว่ามาจากหน่วยงานไหน หรือเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ ดูกันเองก็แล้วกัน ว่ายังมีใครอีกบ้างที่อาจอยู่ในขั้นคำสั่ง “จับตาย” ใช้รหัส ” D ” หรือ ” Delete “” สมยศ กล่าว

การสร้างและเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะ “ผังล้มเจ้า” และ “ขบวนการหมิ่นสถาบัน” หรือในกรณีนี้คือ Watchlist  ลับที่สุด ในกรณีนี้ ไม่ว่าจะกระทำของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือกลุ่มการเมืองใดก็ตาม โดยมิใช่โดยคำสั่งหรือการอนุญาตของศาล ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งได้รับการรับรองไว้ตามกฎหมายระหว่างประเทศ  ทั้งกติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) เช่นในข้อบทที่ 17 และ 19  และอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนฉบับต่างๆ รวมทั้งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อบทที่ 16 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมทั้งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะการสอดแนมสิทธิในความเป็นส่วนตัวโดยปราศจากการตรวจสอบโดยศาลที่เป็นอิสระ สอดแทรกสิทธิในความเป็นส่วนตัว ข่มขู่คุกคามบุคคลเพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมและการเมือง การเคลื่อนไหวและการเดินทางไปต่างประเทศและละเมิดสิทธิในความมั่นคงของแห่งตนของประชาชนอย่างร้ายแรง

นอกจากนี้ การสร้างและเผยแพร่ Watchlist ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดความหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจและความเกลียดชังกันระหว่างประชาชน ทำให้เกิดการแบ่งขั้วฝ่ายและความขัดแย้งทางการเมือง ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและรุนแรงในหมู่ประชาชน โดยเป็นการตีตราว่าบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นอาชญากรรม (criminalization) เป็นภัยต่อสังคมและประเทศชาติ ซี่งผู้ที่ “จงรักภักดี” “รักชาติ” หรือ “พลเมืองดี” สามารถดำเนินการได้โดยพละการ ในลักษณะที่คุกคามต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีดำดังกล่าวได้ ดังตัวอย่างของผัง “ขบวนการหมิ่นสถาบัน” ที่ทุกวันนี้ผู้มีรายชื่ออย่างน้อย 9 รายกลายเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง และบางคนถูกบังคับสูญหาย เช่น กรณีนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น

ปัจจุบัน มีรายงานจากบุคคลใน  Watchlist นี้ว่า พวกเขาได้ประสบกับการคุกคามหลายรูปแบบ เช่น การติดตามบุคคลตามบ้านพักติดตามที่บ้านตามทะเบียนบ้าน คุกคามด้วยวาจา หรือทาง Online มีรายชื่อส่งต่อหน่วยงานรัฐอื่นๆ มีหน่วยตำรวจไปแนะนำตัวต้อนรับตำแหน่งใหม่ เฝ้าที่หอพักนักศึกษาหรือที่บ้านพัก โทรตามสอบถามการเคลื่อนไหว ชวนกินกาแฟ ชวนกินเหล้า โทรถามตลอดเวลามีขบวนเสด็จฯ ในจังหวัดต่างๆ เช็คการเดินทางทางเครื่องบิน ขับรถตาม ส่งหมายเรียกเก่าไปที่บ้าน ไปบอกอาจารย์ประจำคณะว่า ทำไมให้คนแบบนี้เป็นผู้ช่วยของอาจารย์ รวมทั้งกดดันครอบครัวที่เป็นตำรวจ ไปห้องเรียนตามหาตัว ดักรอเจอที่คณะฯ ในมหาวิทยาลัย ขอข้อมูลกับผู้ใหญ่บ้าน ให้ผู้ใหญ่บ้านส่งข้อมูลถ้ากลับบ้านต่างจังหวัด ใช้ความสนิทเป็นมิตรแต่รายงานนาย มาติดตามตามตารางเรียน ขอตารางเรียนจากเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ติดตามไปร้านข้าว ร้านอาหาร เป็นต้น รวมทั้งมีรายงานด้วยว่ามีการห้ามเดินทางออกนอกนอกประเทศทั้งที่ไม่ได้เป็นบุคคลที่มีคดีอาญาหรือมีคำสั่งห้ามจากศาล

ด้วยข้อเท็จจริงและเหตุผลดังกล่าวข้างต้น องค์กรที่มีชื่อข้างท้ายนี้ จึงขอเรียกร้องดังต่อไปนี้

  1. ขอสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ Watchlist ที่ปรากฎเป็นข่าวเผยแพร่ดังกล่าว โดยการตั้งกระทู้ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร รวมทั้งที่มีชื่อของตนอยู่ในเอกสาร Watchlist นั้นด้วย และ/หรือโดยการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการชุดที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อให้ได้ความจริงจากรัฐบาล หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงความชอบด้วยกฎหมายของการจัดทำ เผยแพร่และการปฏิบัติเกี่ยวกับWatchlist ดังกล่าว ทั้งวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ในการจัดทำ ผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและสิทธิส่วนบุคคลของผู้ที่ถูกขึ้นบัญชี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่ได้มีหมายจับ หรือศาลมีคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ  
  2. ขอให้หน่วยงานตามข้อ 1 ทั้งในสภาผู้แทนราษฏร และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนตรวจสอบ watchlist บัญชีดำอื่นๆ ที่หน่วยงานของรัฐได้กระทำ แจกจ่าย และยึดถือปฏิบัติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน
  3. ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่สร้างหรือมี Watchlist ทำลายหรือถอนชื่อบุคคลต่างๆ ออกจาก Watchlist โดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลที่ศาลมิได้มีคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร และ
  4. ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างมืออาชีพ และมีความสำนึกในการเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน และยึดถือกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่าได้ตกเป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ทางการเมืองอีกต่อไป

ด้วยความเคารพต่อหลักการสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

กลุ่มด้วยใจ (Duayjai Group)

เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD)

เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP)

ภาคีSaveบางกลอย

มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ

มูลนิธิมานุษยะ

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (UCL)

%d bloggers like this: