จดหมายเปิดผนึก

เรื่อง ขอให้ช่วยคลี่คลายปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการใช้ความรุนแรงอย่างไร้มนุษยธรรมต่อประชาชนคนไทยกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมือง กรณีชุมชนบางกลอยในประเทศไทย

เรียน องค์กรองค์กรระหว่างประเทศ สถานทูต

พวกเราในนามขององค์กร สถาบัน สมาคม และเครือข่ายองค์กรชุมชนผู้ขับเคลื่อนและสนับสนุนงานด้านสิทธิมนุษยชน ชุมชนกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย ขอแจ้งให้ทราบว่า กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ที่ชุมชนบางกลอย/ใจแผ่นดิน ในเขตป่าแก่งกระจาน จ. เพชรบุรี ของประเทศไทย กำลังได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสจากการกระทำของรัฐ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ใช้ความรุนแรง และละเมิดสิทธิในการอยู่อาศัยตั้งถิ่นฐาน การทำไร่หมุนเวียนตามวิถีวัฒนธรรมที่ได้รับการลงทะเบียนว่าเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทย (ด้านสาขาความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติ และจักรวาลวิทยา พ.ศ. 2556 “คึฉึ่ยของกะเหรี่ยง”) และการใช้ทรัพยากรป่าไม้เพื่อการยังชีพอย่างไร้มนุษย์ธรรม

ชุมชนฯ ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บางกลอยมาแต่ครั้งบรรพชนตั้งแต่ครั้งรัฐไทยยังใช้ชื่อสยาม และก่อนรัฐไทยจะประกาศใช้กฎหมายใดๆ เหนือพื้นที่นี้ การที่รัฐไทยประกาศพื้นที่บางกลอยใจแผ่นดินเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติในปี ค.ศ. 1965 และนำไปแสวงหาผลประโยชน์จากการทำไม้ และต่อมาใช้นโยบายอนุรักษ์ประกาศพื้นที่ทั้งหมดเป็นเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานซึ่งครอบคลุมพื้นที่อยู่อาศัย ไร่หมุนเวียน และป่าของชุมชนบางกลอยทั้งหมดโดยไม่ได้พิจารณากันออกตามหลักนิติธรรมของกฎหมาย ซึ่งมีสิทธิตามจารีตประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นมาก่อน จึงทำให้การอยู่อาศัยทำกินและใช้ประโยชน์ป่าของชุมชนกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

รัฐบาลไทยกระทำรุนแรงกับชุมชนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 โดยหน่วยงานอุทยานแห่งชาติฯ ได้บังคับอพยพชุมชนออกจากถิ่นฐานเดิมลงมาอยู่ข้างล่าง โดยสัญญาจะจัดที่ดินและสาธารณูปโภคให้และหากไม่พอใจก็กลับมาอยู่ที่เดิมได้ ชาวบ้านจำนวน 57 ครอบครัว จำนวน 391 คน ที่หมู่บ้านโป่งลึกเดิม และเป็นที่ดินทำไร่เดิมของชาวบ้านโป่งลึก การอพยพในครั้งนั้น มีชาวบ้านบางส่วนตกหล่นไม่ได้รับการจัดสรรที่ดิน และบางส่วนแม้จะได้ที่ดิน แต่ก็ไม่สามารถเพาะปลูกข้าวได้ ส่วนหนึ่งจึงกลับไปยังบางกลอยบน-ใจแผ่นดินอีกครั้ง

สำหรับชาวบ้านที่ตัดสินใจอยู่ที่หมู่บ้านแห่งใหม่ (บ้านโป่งลึก-บางกลอย) ก็ไม่ได้รับการดูแลตามสัญญาที่รัฐได้ให้ไว้ ทั้งในการทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัย ราษฎรแต่ละหลังคาเรือนต้องอาศัยกันอย่างแออัดอยู่หลายครอบครัว มีที่ดินที่เพียงพอและมีคุณภาพแก่การยังชีพได้ รวมถึงการมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งนี้จากข้อเท็จจริงที่ปรากฎที่ดินของชาวบ้านบางส่วนมีสภาพเป็นหินทั้งแปลง หรือบางส่วนมีสภาพเป็นหิน ไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้ และไม่มีการเตรียมการด้านสาธารณูปโภคให้พร้อมก่อนการอพยพราษฎรลงมา

กระทั่งในปี ค.ศ. 2010 – 2011 หน่วยงานอุทยานฯ ได้สนธิกำลังกับตำรวจและทหารไปจับกุมราษฎรบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน เผาบ้านและยุ้งข้าวทั้งหมด และบังคับให้อพยพพวกเขาลงมา ราษฏรบางรายถูกจับดำเนินคดีจนติดคุก การกวาดล้างชาวบ้านลงมาในครั้งนี้ ไม่มีการจัดที่ดินให้พวกเขาแต่อย่างใด

นอกจากนั้น การช่วยเหลือราษฎรให้มีงานทำที่มีตรงตามความต้องการของราษฎร ทำในวงจำกัดเพียงไม่กี่รายและมีรายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ ทั้งนี้ การช่วยเหลือด้านอาชีพการเกษตรของรัฐผ่านมูลนิธิปิดทองหลังพระ เริ่มขึ้นในปี ค.ศ.2012 จนกระทั่งปัจจุบัน แต่ราษฎรส่วนใหญ่มีรายได้ไม่พอกับการเลี้ยงชีพ และมีหนี้สินกับร้านค้าในหมู่บ้านเพื่อซื้อข้าวและอาหาร พวกเขาต้องอดทนกับสภาพแร้นแค้นเป็นเวลา 10-20 ปี จนถึงที่สุดจึงตัดสินใจกลับไปทำไร่หมุนเวียนอยู่ถิ่นเดิมที่บางกลอยบนเมื่อเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา

ชาวบ้านพยายามต่อสู้เพื่อกลับถิ่นเดิมอยู่เสมอมา นักการเมืองท้องถิ่นผู้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนชาวบ้านถูกฆ่าตาย ผู้นำชุมชนถูกทำให้สาบสูญ ชาวบ้านพยายามดิ้นรนให้อยู่รอดด้วยการส่งคนหนุ่มสาวไปทำงานหารายได้ในเมืองส่งเงินกลับมาซื้อข้าวกินก็พอประทังชีพมาได้ แต่ช่วงปี 2562 เป็นต้นมา ประเทศไทยเกิดปัญหาเศรษฐกิจย่ำแย่และวิกฤติโควิดทำให้คนไม่มีงานทำต้องกลับมาชุมชนและหาที่ทำกินเลี้ยงชีพแต่ไม่มีที่ดินและอาชีพรองรับ ไม่มีอาหารกิน จนเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนต้องรณรงค์รับบริจาคข้าวและอาหารตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือแต่ก็ช่วยได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ในช่วงกลางเดือน ม.ค. 2564 ราษฎรเหล่านี้จึงพากันกลับขึ้นไปอยู่ถิ่นเดิมในป่าอีกครั้ง เพื่อเตรียมทำไร่ปลูกข้าวไว้กิน

เจ้าหน้าที่อุทยานฯไม่ยินยอม สนธิกำลังสกัดกั้นและผลักดันชาวบ้านให้ลงมา มีการส่งเฮลิคอปเตอร์ไปบีบให้ชาวบ้านส่งตัวแทนมาเจรจาข้างล่างกันครั้งหนึ่ง แต่คุยกันไม่ได้เพราะฝ่ายอุทยานฯต้องการให้ชาวบ้านลงมาอยู่ข้างล่างในที่จัดสรรซึ่งชาวบ้านรับไม่ได้เพราะอยู่ในสภาพแร้นแค้นมากว่า 25 ปีแล้ว ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ชาวบ้านบางกลอยและเครือข่ายภาคี#Saveบางกลอย ได้มาชุมนุมเรียกร้องรัฐบาล จนได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างตัวแทนรัฐบาลระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงกับตัวแทนราษฎรและเครือข่ายฯ โดยให้ยุติการใช้ความรุนแรงและศึกษาข้อมูลเพื่อพิจารณาแก้ปัญหาขัดแย้ง แต่รัฐไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเสียเอง เพียงสองสัปดาห์ที่ทำข้อตกลงกลับให้เจ้าหน้าที่คุกคามชาวบ้านจนหวาดกลัว ยังกีดกันไม่ให้เครือข่ายภาคประชาชนและองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนไปช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแนะนำชาวบ้าน สื่อมวลชนอิสระถูกห้ามเข้าพื้นที่  และวันศุกร์ที่ 5 มี.ค. 2564 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ และทีมงานจากจังหวัดเพชรบุรีก็เข้าจับกุมราษฎรซึ่งรวมทั้งเด็กและผู้สูงอายุจำนวน 22 คน จาก 30 คน ที่มีหมายจับ ส่งฟ้องดำเนินคดีโดยไม่ให้พบทนายของพวกเขาและญาติพี่น้องที่พยายามขอเข้าพบชาวบ้านที่ถูกจับกุม ผู้ที่ถูกคุมขังมีผู้หญิงที่มีลูกอ่อนยังกินนมแม่ต้องถูกพรากออกไปจากอกแม่ ต่อมาอาทิตย์ที่ 7 มี.ค. 2564 ชาวบ้านถูกปล่อยตัวชั่วคราวอย่างปริศนา แต่ที่เลวร้าย คือ การบังคับให้ชาวบ้านเซ็นยอมรับเงื่อนไขว่าจะไม่กลับไปทำไร่ที่ข้างบนอีก หากฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นเงิน 50,000 บาท ถ้าไม่ยอมเซ็นก็จะไม่ได้ออกมา

พวกเรา ในนามขององค์กร สถาบัน สมาคม และเครือข่ายองค์กรชุมชนผู้ขับเคลื่อนและสนับสนุนงานด้านสิทธิมนุษยชน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย เห็นว่าการกระทำของรัฐบาลไทยดังกล่าวข้างต้นเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างเหยียดหยามต่อกลุ่มชาติพันธุ์  ไม่เคารพหลักการสิทธิมนุษยชน ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม และยังใช้ความรุนแรงอย่างไร้มนุษยธรรมข่มขู่คุกคามและจับกุมดำเนินคดีราษฎรกลุ่มชาติพันธุ์ที่ยากจนและด้อยโอกาส ปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงทนายและปกป้องสิทธิของตนเองในการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม  อันเป็นการกระทำที่ผิดไปจากข้อตกลงในอนุสัญญาต่างๆ ที่ประเทศไทยลงนามให้สัตยาบรรณไว้ จึงสมควรได้รับการตักเตือนและถูกประณามจากนานาชาติ

จึงเรียนมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากท่านในฐานะองค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้โปรดรับรู้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการใช้ความรุนแรงกระทำต่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมอย่างไร้มนุษยธรรม และประสานเจรจากับรัฐบาลไทยให้หยุดการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบกับของราษฎรกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าว สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างของชุมชนเพื่อส่งเสริมสิทธิวัฒนธรรม และสิทธิการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มั่นคงและยั่งยืนให้สำเร็จลงไปด้วยดี

ขอขอบคุณในความกรุณาของท่านไว้ ณ โอกาสนี้

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
มีนาคม 2564

  1. สหพันธ์เกษตรภาคเหนือ (สกน.)
  2. สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้
  3. สมาคมส่งเสริมภาคประชาสังคม
  4. สมาคมส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม Social Equality Promotion Foundation
  5. สมาคมฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำสาละวิน
  6. สมาคมพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา
  7. สมาคมพัฒนาชนบทสมบูรณ์แบบ
  8. สมาคมปกาเกอะญอเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (สปพย.) Pgakenyaw Association for Sustainable Development (PASD
  9. สมาคมเพื่อนภู       
  10. สมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบ(ประเทศไทย)  HomeNet Thailand Association
  11. สมาคมเกษตรกรรมทางเลือกฉะเชิงเทรา
  12. สถาบันธรรมชาติพัฒนา
  13. สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา Local Development Institute (LDI)
  14. สถาบันจัดการความรู้ชนเผ่าพื้นเมือง (Indigenous Knowledge Management Institute-IKMI)
  15. ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  16. ศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา Karen Studies and Development Center
  17. ศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง
  18. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนโจ้โก้ JOKO community learnings center
  19. มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน
  20. มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม
  21. มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (Community Resource Centre Foundation)
  22. มูลนิธิภูมิปัญญาชนเผ่าพื้นเมืองพื้นที่สูง (Indigenous Know ledge and Peoples Foundation-IKAP)
  23. มูลนิธิภาคใต้สีเขียว
  24. มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ Northern Development Foundation (NDF)
  25. มูลนิธิพัฒนาชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์
  26. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม Cross Cultural Foundation (CrCF)
  27. มูลนิธิป่า-ทะเลเพื่อชีวิต
  28. มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม
  29. มูลนิธิชุมชนไท
  30. มูลนิธิช่วยเหลือเด็กชายแดน จังหวัดตาก
  31. มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) Human Rights and Development Foundation (HRDF)
  32. มูลนิธิเพื่อนหญิง   
  33. มูลนิธิเพื่อนชนเผ่า (มพผ.) Friends of Tribal People Foundation (FTPF)
  34. มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ Foundation for Labour and Employment Promotion (HomeNet Thailand)
  35. มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก Foundation for Child Development
  36. คณะกรรมประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน NGOs Coordinating​ Committee​ on​ Development
  37. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ​ Northern​ NGOs Coordinating​ Committee​ on​ Development
  38. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ South​ NGOs Coordinating​ Committee​ on​ Development
  39. คณะกรรมการป่าโคกหนองม่วง
  40. คณะกรรมการจัดการน้ำชุมชนลุ่มน้ำพอง
  41. ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (We Move)
  42. ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P – MOVE)
  43. กลุ่มอนุรักษ์ดงมะไฟ จ.หนองบัวลำภู
  44. กลุ่มสันป่าตอง แม่วาง เสวนา
  45. กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี
  46. กลุ่มชาติพันธุ์ ลำปาง
  47. กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน (Land Watch Thai)
  48. กลุ่มเพื่อนประชาชนบนพื้นที่สูง
  49. กลุ่มเกษตรอินทรีย์สนามขัยเขต
  50. กลุ่มเกษตรบึงปากเขื่อน  อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
  51. เครือข่ายองค์กรชุมชนจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำจังหวัดแม่ฮ่องสอน
  52. เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ (Mae Moh Occupational Health Patients’ Rights Network)
  53. เครือข่ายสลัม 4 ภาค
  54. เครือข่ายสตรีชนเผ่าแห่งประเทศไทย
  55. เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair)
  56. เครือข่ายพลังผู้สูงวัย (Power of Older Persons Network)
  57. เครือข่ายประชาชนรักษ์โลก
  58. เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล
  59. เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน
  60. เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ (ANM)
  61. เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคอีสาน
  62. เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง
  63. เครือข่ายชาวบ้านอนุรักษ์ลำน้ำพอง
  64. เครือข่ายชาวบ้านอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำแก่งละว้า
  65. เครือข่ายชาวเลอันดามัน
  66. เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (Network of Indigenous Peoples in Thailand-NIPT)
  67. เครือข่ายการศึกษาชนเผ่าพื้นเมือง (Indigenous Education Network-IEN)
  68. เครือข่ายกะเหรี่ยงประเทศไทย ภาคเหนือ
  69. เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม Karen Network for Culture and Environment (KNCE)
  70. เครือข่ายไทบ้านผู้ไร้สิทธิ์
  71. เครือข่ายเพื่อนตะวันออก วาระเปลี่ยนตะวันออก
  72. เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้
  73. เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.)
  74. เครือข่าย เบ๊อะบละตู (Berblatoo)
  75. เครือข่าย 304 กินได้