ใบแจ้งข่าว ศาลจังหวัดปัตตานีนัดฟังคำพิพากษา 13 ธันวาคม 2560 คดีชาวบ้านผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คนฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก และ สำนักนายกรัฐมนตรี กรณีทหารพรานยิงรถชาวบ้านที่กำลังจะไปละหมาดศพ เมื่อปี 2555 หรือกรณีปุโละปุโย จ.ปัตตานี
วันนี้ (7 พฤศจิกายน 2560) ศาลจังหวัดปัตตานีออกนั่งพิจารณาสืบพยานจำเลย ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.519/2558 ซึ่งเป็นคดีที่ชาวบ้าน 5 คน ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก และสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อศาลปกครองสงขลาและต่อมามีการโอนคดีมายังศาลจังหวัดปัตตานี เริ่มดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดปัตตานีเมื่อปี 2558 โจทก์ทั้งห้าได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 27.6 ล้านบาท จากกรณีโจทก์ทั้งห้าได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2555 ทหารพรานใช้อาวุธปืนสงครามยิงเข้าใส่รถยนต์ของชาวบ้านซึ่งมีผู้อยู่ในรถจำนวน9 คน ขณะกำลังเดินทางออกจากหมู่บ้านกาหยี หมู่ที่ 1 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้เพียง 500 เมตร เพื่อไปละหมาดศพ(การละหมาดขอพรให้ผู้เสียชีวิต) ที่บ้านทุ่งโพธิ์ หมู่ที่ 4ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย
โดยในวันนี้พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ทนายความของกองทัพบก จำเลยที่ 1 และสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 2 ได้นำนายทหารยศพันโท ซึ่งเป็นฝ่ายกฎหมายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า (กอรมน. ภาค4 สน.) เป็นพยานขึ้นเบิกความ โดยกล่าวถึงรายงานของเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการในวันเกิดเหตุที่ได้เสนอต่อผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นข้ออ้างว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบแล้ว
รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการระดับจังหวัดที่มีผลสรุปว่าเจ้าหน้าที่ทหารยิงรถชาวบ้านผู้บริสุทธิ์โดยสำคัญผิด และพยานได้เบิกความถึงการที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอบต.) ได้จ่ายเงินเยียวยาแก่ครอบครัวผู้ตายทั้ง 4 คน และผู้บาดเจ็บทั้ง 5 คน(โจทก์ในคดีนี้) ในเบื้องต้นไปแล้ว ภายหลังจากพยานปากนี้เบิกความเสร็จแล้ว พนักงานอัยการทนายความของจำเลยทั้งสองยังคงติดใจสืบพยานอีก 1 ปาก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดปฏิบัติการในวันเกิดเหตุ ซึ่งยังติดต่อพยานไม่ได้ และขอเลื่อนนัดไปสืบพยานอีกสักนัด แต่ฝ่ายโจทก์แถลงคัดค้าน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า
คดีนี้มีเหตุให้เลื่อนนัดสืบพยานจำเลยมาหลายครั้งแล้ว ประกอบกับพยานปากดังกล่าวไม่สามารถติดต่อได้ และไม่ทราบว่าปัจจุบันอยู่ที่ใด จึงเป็นการไม่แน่นอนที่จะได้ตัวพยานปากดังกล่าวมาศาล จึงเห็นควรให้ตัดพยานจำเลยทั้งสอง พนักงานอัยการทนายความของจำเลยทั้งสองจึงแถลงหมดพยานแต่เพียงเท่านี้ ศาลจึงได้มีสั่งให้คดีเสร็จการพิจารณา และนัดวันฟังคำพิพากษาใน วันที่ 13 ธันวาคม 2560 เวลา 13.30น.
ติดตามเรื่องราวของคดีได้ที่ Facebook page: Cross Cultural Foundation(CrCF)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- นายสากีมัน เบญจเดชา ทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดปัตตานี โทร 086-0374318
- นายปรีดา นาคผิว ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โทร 098-6222474
![[PR]ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ กรุงเทพ รับทำการสอบสวน กรณีครูสั่งให้นักเรียนลุกนั่งจนกล้ามเนื้อสลาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/02/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์ วอทช์-น้องสาวสยาม ธีรวุฒิ เข้าให้การต่ออัยการ กรณีสยาม ธีรวุฒิ ถูกบังคับให้สูญหายที่ประเทศเวียดนาม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/01/21-1-69-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)


![[PR]อัยการสูงสุดสั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม กรณียุติการสืบสวนเหตุชัชชาญ บุปผาวัลย์ ถูกอุ้มหาย – ฆาตกรรม](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2025/12/24-12-68-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)