ไลลา เป๊าะอีแตดาโอ๊ะ

องค์กรภาคประชาสังคม ประณามการลอบสังหารนักกิจกรรมสตรี ขอพื้นที่นักกิจกรรมที่ยึดแนวทางสันติวิธีร่วมแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

แถลงการณ์ร่วม องค์กรภาคประชาสังคม ประณามการลอบสังหารนักกิจกรรมสตรี ขอพื้นที่นักกิจกรรมที่ยึดแนวทางสันติวิธีร่วมแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ชีวิตทุกชีวิตต้องไม่ถูกประหัตประหารจากทุกฝ่าย ร่วมกันยุติวงจรแห่งความรุนแรง

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2552 นาง ไลลา เป๊าะอีแตดาโอ๊ะ นักกิจกรรมด้านสิทธิสตรี ถูกลอบยิงพร้อมกับน้องสาวได้รับบาดเจ็บ และต่อมานาง ไลลา เป๊าะอีแตดาโอ๊ะ ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552 เหตุลอบยิงเกิดขึ้นในเวลากลางวันในพื้นที่ ต. กรงปินัง อ. กรงปินัง จ. ยะลา ขณะทั้งสองคนขับรถจักรยานยนต์ไปเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าตามปกติ

สำหรับนางไลลา มีบุตรหญิงชายจำนวน 3 คน อายุระหว่าง 8 -15 ปี โดยสามีของนางไลลาถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่กรงปีนัง เมื่อปี พ.ศ. 2549 ครอบครัวเป๊าะอีแตดาโอ๊ะ สูญเสียสมาชิกในครอบครัวจากเหตุการณ์ลอบสังหารในครั้งนี้เป็นบุคคลที่ 4 โดยคนแรกเป็นลูกชายคนโต ขณะที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2547 มีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน และต่อมาลูกชายคนที่สอง ขณะที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2549 มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหมู่บ้าน

ต่อมาสามีของนางไลลา ก็ถูกยิงเสียชีวิตขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐ เมื่อเดือนตุลาคมปี พ.ศ. 2549 นอกจากนางไลลาแล้ว ครอบครัวเป๊าะอีแตดาโอ๊ะ มีบุตรสาวอีกสามคน ที่ทำงานด้านการให้ความช่วยเหลือกับสตรี และเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกคนได้ทุ่มเทในการทำงานอย่างหนักเพื่อยุติความรุนแรงตามแนวทางสันติวิธี และเปิดพื้นที่อิสระให้แก่ประชาชนโดยเฉพาะสตรี เด็ก และครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยมีผลงานเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานราชการ และภาคประชาสังคมทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ เช่น การจัดตั้งกลุ่มผู้หญิงกับสันติภาพ และ กลุ่มลูกเหรียงที่ได้รับรางวัล “พลเมืองคนกล้า” จาก มูลนิธิศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งบุตรสาวอีกคนของครอบครัว ได้รับคัดเลือกเป็นสตรีดีเด่นของ อ. กรงปินัง จ. ยะลา เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมประจำปี พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ดี นางไลลา และน้องสาวอีกสามคน และสมาชิกในครอบครัวแม้แต่เด็ก และคนชราก็มักถูกติดตาม และข่มขู่คุกคามจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แต่ทุกคนก็มิได้ย่อท้อในการทำความดีเพื่อสังคม องค์กรภาคประชาสังคมตามแนบท้ายนี้ขอประนามการกระทำที่โหดร้ายการประทุษร้ายต่อทุกชีวิต และรู้สึกเศร้าสลดต่อเหตุการณ์เกิดขึ้นโดยเฉพาะยิ่งเป็นการใช้ความรุนแรงประหัตประหารชีวิตสตรีนักกิจกรรมที่ยึดหลักแนวทางสันติวิธี สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมกับคนที่ทำงานเพื่อสังคม และกับเด็กกำพร้าที่ต้องได้รับผลกระทบ

สิ่งนี้สะท้อนภาพรวมในสถานการณ์ความขัดแย้งที่ว่าหลักมุนษยธรรมในพื้นที่นี้ได้สูญหายไป เราทุกคนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อบุคคลในครอบครัว รวมถึงญาติมิตรของผู้เสียชีวิต และขอเรียกร้องต่อรัฐบาล รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายดังนี้

1. ให้มีการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน ให้มีการคุ้มครองพยานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียหายอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ครอบครัวเป๊าะอีแตดาโอ๊ะได้ถูกข่มขู่คุกคามมาแล้วอย่างต่อเนื่องโดยได้เคยแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ไว้ด้วยแล้วนั้น

2. รัฐต้องหามาตรการในการคุ้มครองนักกิจกรรม คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ที่ยึดแนวทางสันติวิธี เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อจากการใช้อาวุธประหัตประหารกันและการข่มขู่คุกคามจากกองกำลังทุกฝ่าย

3. ขอให้ทุกฝ่ายเคารพการทำหน้าที่ของนักกิจกรรมที่มีแนวทางสันติวิธี ให้มีพื้นที่อิสระของประชาชนเพื่อผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงทางอาวุธและความรุนแรงเชิงโครงสร้างในทุกรูปแบบ ชีวิตทุกชีวิตต้องไม่ถูกประหัตประหารจากทุกฝ่ายและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันยุติวงจรแห่งความรุนแรง

องค์กรร่วมลงนาม

1. คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ
2. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
3. กลุ่มบุหงาศานติ
4. กลุ่ม Food not Bomb
5. บ้านอาสาเพื่อเด็กและเยาวชน
6. สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย
7. โครงการสื่อสันติภาพเพื่อลดความรุนแรง
8. กลุ่มผู้หญิงกับสันติภาพ
9. ศูนย์ทนายความมุสลิม
10. มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชน และการพัฒนา (มสพ.)
11. มูลนิธิวัฒนธรรมเพื่อสันติภาพ

ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

– โครงการเข้าถึงความยุติธรรม และการคุ้มครองทางกฎหมาย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม Tel. 086-7093000
– คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ Tel. 084-7280350

TAG

บทความที่เกี่ยวข้อง