เก็บตกงาน “แล้วเธอจะปลอดภัยที่ปลายทาง: ยุติการอุ้มหาย รับมือภัยปราบปรามข้ามชาติ” เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ในเวทีเสวนาที่ 1 “การปราบปรามข้ามชาติและการบังคับสูญหาย ปรากฏการณ์ระดับโลกและระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม
“(ปรากฏการณ์การบังคับให้สูญหายและการกดปราบข้ามชาติ) ก็มีลักษณะเกิดขึ้นแบบรายบุคคล บางครั้งอาจหมายถึงการติดตาม จับกุม ควบคุมตัว หรือแม้แต่นำตัวไป ในหลายกรณีการจับกุมที่เป็นลักษณะรายบุคคล มักถูกดำเนินการโดยกฎหมาย”
“นอกจากการใช้กฎหมาย ยังมีลักษณะของการเชิญ เชิญดื่มน้ำชา ในบางบริบทเป็นสิ่งที่เราพึงจะไปได้ แต่บางบริบทที่เป็นพื้นที่บังคับใช้กฎหมายพิเศษ หรือแม้แต่หลังรัฐประหาร หรือในห้วงเวลาที่ยังไม่มีความมั่นคงทางการเมือง การเชิญไปดื่มน้ำชา ปฏิเสธไม่ได้ เราต้องไป แต่พอไปแล้วก็เกิดจับกุมควบคุมตัว และบางกรณีก็หายตัวไป”

“ด้วยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ในบางส่วน และการบังคับใช้พรบ.ทรมาน-อุ้มหายฯ ทำให้สามารถตรวจสอบได้ทันทีว่ามีการจับกุมบุคคลในวันนั้น เดือนนั้น เมื่อคืนนี้ สถานที่ไหน ข้อมูลชุดนี้จะทำให้ภาคประชาสังคม หรือผู้ที่เสี่ยงต่อการติดตามจะต้องพยายามที่จะมีเพื่อน มีผู้คนที่สามารถจะบอกได้ว่า หายไปในเวลาไหน ที่ไหน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบได้ เป็นความพยายามของภาคประชาสังคมที่จะจัดทำข้อมูลให้กลุ่มเสี่ยงต่างๆ ได้รับรู้”
“ในการค้นหาความจริง ฝากถึงเพื่อนๆญาติๆ (ผู้เสียหาย) ในห้อง อยากให้ทุกคนจดบันทึก มันเป็นความทรงจำทั้งที่ดีและเจ็บปวดแต่มันจะนำความจริงให้ปรากฏ”

บูรฮายาตี สาเมาะ ตัวแทนครอบครัวผู้ถูกบังคับสูญหายจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้
“องค์ประกอบหลักที่สันนิษฐานได้ว่าคนนี้ถูกอุ้มหายโดยรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดสิทธิ รัฐเป็นคนรู้เห็นเป็นใจ และรัฐปฏิเสธการรู้เห็นหรือรับผิดชอบ เคสในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้มีสามองค์ประกอบนี้ชัดเจนมาก”

“เคสในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ มี 2-3 เหตุ ที่เคสเหล่านี้ถูกอุ้มหาย…คนเหล่านี้จะถูกเพ่งเล็ง ถูกตั้งข้อหาโดยเจ้าหน้าที่รัฐ บางคนมีชื่ออยู่ในสำเนาหรือในทะเบียนของรัฐว่าเป็นผู้มีความคิดเห็นต่าง คนเหล่านี้จะถูกเชิญบ่อยครั้งจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เชิญเข้าร่วมโครงการโดยการบังคับ โดยไม่สามารถปฏิเสธ และถูกเชิญหลายๆ ครั้งให้มาดื่มน้ำชา มาที่ค่าย หรือถูกเยี่ยมที่บ้าน บางคนหนึ่งเดือนมา 7-8 ครั้ง ทุกอาทิตย์ ทำให้คนเหล่านี้รู้สึกที่บ้านไม่ปลอดภัย เป็นเหตุให้ต้องออกจากบ้านไป”
“เรามองว่ารัฐไทยไม่ได้มีความพยายามค้นหาความจริง แต่มีความพยายามที่จะลบข้อมูล”


![[PR]คืบหน้ากรณี “ลุงเปี๊ยก” ถูก จนท. ตำรวจปฏิบัติโหดร้าย-อุ้มหาย ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดตรวจพยานหลักฐาน 15 ต.ค. 69](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/08/18-8-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ครอบครัวพลทหาร “เพรชรัตน์-วรปรัชญ์” เข้าพบ กมธ. ทหาร ตัวแทนกองทัพรับเพรชรัตน์ถูกทำร้ายจริง](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/08/10-8-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]อัยการสูงสุดสั่งยุติสอบสวนคดีบังคับสูญหาย “สยาม ธีรวุฒิ” CrCF ชี้รัฐไทยล้มเหลวในการค้นหาความจริงและปกป้องประชาชน](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/07/31-7-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ตีความมีปัญหา – ยุติคดี – ละเมิดหลักการห้ามส่งกลับ ฝ่ายการเมือง นักวิชาการ ภาคประชาสังคม ร่วมสะท้อนข้อจำกัด พ.ร.บ. ทรมาน-อุ้มหาย](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/07/22-7-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คืบหน้าคดีพลทหารเพรชรัตน์ เพื่อนร่วมห้องขัง มทบ. 12 ยืนยัน ผู้ตายถูกทำร้ายก่อนเสียชีวิต](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/07/20-7-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)