กรมคุ้มครองสิทธิฯ เรียกรักษาการ ผอ. CrCF เข้าให้ข้อเท็จจริง กรณีอุ้มหายนายดวง วาน ไถ ผู้ลี้ภัยเวียดนามในไทย เมื่อปี 66
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข รักษาการผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ในฐานะผู้ร้อง พร้อมด้วยทนายความ เข้าให้ข้อเท็จจริงต่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เกี่ยวกับกรณีอุ้มหายผู้ลี้ภัยชาวเวียดนาม ที่จังหวัดปทุมธานี เมื่อปี 2566 กรมคุ้มครองสิทธิฯ ได้แจ้งให้ทราบว่า เป็นการนัดเพื่อพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการร้องเรียน และการแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยผู้ร้องได้นำพยานหลักฐาน ภาพถ่ายที่เกี่ยวข้อง นำส่งเป็นพยานหลักฐาน เพื่อให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ ใช้กลไกและอำนาจหน้าที่มีตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ในการหาตัวผู้กระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐไทยและเวียดนามมาลงโทษให้ถึงที่สุด และรวมถึงดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยหารือเพื่อกำหนดนโยบายเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นนี้อีก

สืบเนื่องจากกรณีที่นายดวง วาน ไถ ผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามในไทย ได้ถูกบังคับลักพาตัวไปยังประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2566 โดยต่อมาเครือข่ายนักสิทธิมนุษยชนและเครือข่ายช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานอัยการศูนย์ป้องกันการทรมานฯ และหน่วยงานรัฐ อาทิ กระทรวงยุติธรรม, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด
นายไถเป็นนักเคลื่อนไหวชาวเวียดนาม ที่ได้ลี้ภัยมาที่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561 และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัย องค์การสหประชาชาติแล้ว แต่ถูกบังคับให้สูญหายไป เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2566 โดยมีพยานพบเห็น นายไถ ถูกชาย 4 คน ควบคุมตัวไปในระหว่างที่เขาขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่บริเวณถนนลำภู อ. ธัญบุรี จ. ปทุมธานี โดยมีข้อมูลและพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าเป็นการลักพาตัว (Abduction) ต่อมาครอบครัวของเขาได้รับแจ้งจากทางการเวียดนาม เมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ว่านายไถถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศเวียดนาม และถูกตั้งข้อหาว่า “สร้างโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐ” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 117 ของประเทศเวียดนาม และต่อมาในเดือนตุลาคม 2567 ศาลฮานอยตัดสินจำคุกนายไถเป็นเวลา 12 ปี
หลังจากการแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานอัยการ , คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรม หน่วยงานเหล่านี้ได้ดำเนินการเรียกผู้ร้องและพยานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าให้ข้อเท็จริง และนำส่งพยานหลักฐานที่อยู่ในการดูแลของผู้ร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐไปแล้วทั้งหมด แต่กรณีการสืบสวนสอบสวนดังกล่าว กลับยังไม่มีการแจ้งความคืบหน้าใดๆ ให้ผู้ร้องทราบ
CrCF มีความห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่งว่า การแสวงหาข้อเท็จจริงที่ล่าช้าดังกล่าว อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อประชาชนภายในรัฐไทยและพลเมืองจากรัฐอื่นที่มาอาศัยในรัฐไทย เพราะจากการกระทำอุ้มหายที่อุกอาจ ในพื้นที่ที่มีประชาชนสัญจรไปมาจำนวนมาก ถือเป็นการท้าทายอำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐไทย และไม่ยำเกรงต่อกฎหมายไทย อย่างยิ่ง รัฐไทยจึงควรดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ รวดเร็ว และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก รวมทั้งรับรองว่าผู้ลี้ภัยหรือบุคคลที่อยู่ในรัฐไทยจะได้รับความคุ้มครองและปลอดภัย ไม่ว่าจะมีสถานะเป็นบุคคลของชาติใด เว้นเสียแต่ว่า ในความล่าช้าในการแสวงหาข้อเท็จจริงดังกล่าว กลับพบว่า อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐไทยเข้าไปให้ความร่วมมือ อาจจะโดยส่วนตัว หรือโดยการได้รับอนุญาตจากรัฐให้มีการอุ้มหายและผลักดันนายไถกลับไปยังประเทศเวียดนามเกิดขึ้น ซึ่งก็ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการละเมิดหลักการห้ามส่งกลับไปเผชิญอันตราย (Non-refoulement) อันเป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศและเป็นความผิดฐานบังคับให้บุคคลให้สูญหาย มาตรา 7 และผลักดันบุคคลที่เชื่อว่าอาจตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกทรมานฯ มาตรา 13 ของ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ได้อีกด้วย
กรณีของนายไถถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของการปราบปรามข้ามชาติ (Transnational Repression) ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้น CrCF จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมติดตามกรณีของนายไถ และสถานการณ์ผู้ลี้ภัยในประเทศไทยต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่ารัฐไทยจะไม่นิ่งเฉยต่อการที่เจ้าหน้าที่รัฐอื่นใช้อำนาจรัฐนอกอาณาเขตของตนเข้ามาแทรกแซงและละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยไทย รวมทั้งหลักนิติรัฐ และอำนาจอธิปไตยของประเทศไทยจะยังคงมีเสถียรภาพต่อไป

![[PR]ยื่นสอบอัยการสั่งไม่ฟ้อง ผกก.อรัญฯ ปมทำคดี “ลุงเปี๊ยก” เป็นแพะ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/03/13-3-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]กสม. แจ้งผลการร้องเรียน ให้กองทัพบกลบคำแถลงการณ์ที่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของพลทหารที่เสียชีวิต](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/03/11-3-69-3.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR] CrCF เตรียมยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด ให้ตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้อง ผกก. สภ. อรัญประเทศ กรณี “ลุงเปี๊ยก” แพะในคดีป้าบัวผัน](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/03/11-3-69-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]ทนายความ CrCF รับมอบอำนาจจาก “ลุงเปี๊ยก” ผู้เสียหายในคดีอุ้มหายและปฏิบัติที่โหดร้าย ให้ติดตามความคืบหน้าคดี](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/03/9-3-69-2.png?resize=218%2C150&ssl=1)
![[PR]คดีพลทหารเพรชรัตน์: ญาติตั้งทนาย CrCF ในคดีไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ หวัง มทบ. 12 ส่งมอบพยานหลักฐานให้ตำรวจ-อัยการ](https://i0.wp.com/crcfthailand.org/wp-content/uploads/2026/03/9-3-69-1-1.png?resize=218%2C150&ssl=1)