2 ปี คดียังไม่เข้าสู่ศาล CrCF ทำหนังสือติดตามความคืบหน้ากรณี จนท. ซ้อมทรมาน “ลุงเปี๊ยก” ให้รับสารภาพคดีทำร้ายร่างกาย “ป้าบัวผัน” จนเสียชีวิตเมื่อปี 2567

จากกรณีการพบศพของนางบัวผัน ตันสุ หรือ “ป้ากบ” ในสระน้ำข้างโรงเรียนศรีอรัญโญทัย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 โดยมีรายงานว่า นายปัญญา คงแสนคำ หรือ “ลุงเปี๊ยก” สามีของนางบัวผัน เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. อรัญประเทศ และให้การรับสารภาพว่า ตนเองผู้เป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายภรรยา อย่างไรก็ตาม ภายหลังกลับปรากฎข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ รวมไปถึงภาพวิดิโอจากกล้องวงจรปิด และนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุตัวจริง นั่นคือเยาวชนจำนวน 5 คน ซึ่งลงมือทำร้ายร่างกายนางบัวผันด้วยความคึกคะนอง จนกระทั่งเสียชีวิต 

ทว่าในช่วงเช้าของวันที่ 13 มกราคม 2567 หลังการรับสารภาพของลุงเปี๊ยก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายปัญญาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยไม่มีการบันทึกภาพและเสียงขณะที่มีการควบคุมตัว ไม่แจ้งการควบคุมตัว และไม่ได้จัดทำบันทึกข้อมูลผู้ถูกควบคุมตัว อีกทั้งขณะนั้นในระหว่างควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีผู้ใดทราบชะตากรรมของนายปัญญาเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง

จากการเปิดเผยข้อมูลจากสำนักข่าวออนไลน์ ปรากฏคลิปเสียงสนทนาระหว่างชาย 2 คน ที่อ้างว่าเป็นนายปัญญากับอีกบุคคลหนึ่ง โดยบทสนทนาพูดถึงกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้ถุงดำคลุมศีรษะ ซ้อม ล่ามโซ่ บังคับให้ถอดเสื้อภายในห้องที่มีอากาศเย็น และบังคับให้นายปัญญารับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่านางบัวผัน ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดฐานกระทำทรมานเพื่อให้รับสารภาพ  โดยผลจากการตรวจสอบพบว่ามีตำรวจ 8 นาย เกี่ยวข้องกับการกระทำในครั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จึงรับกรณีของนายปัญญาเป็นคดีพิเศษที่ 9/2567 เนื่องจากเข้าข่ายตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคณะทำงานและสอบสวนร่วมกับอัยการ และมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องตำรวจทั้ง 8 นาย ใน 4 ข้อหา คือ ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, ร่วมกันกระทำให้บุคคลสูญหาย ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายเสรีภาพของผู้ถูกข่มขืนใจนั้น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นาย แต่ปัจจุบันผ่านมา 2 ปี ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้กระทำความผิดคนใดถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 แต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF)  ได้ส่งหนังสือติดตามความคืบหน้าถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย กระทรวงยุติธรรม กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซ้อมทรมานนายปัญญาให้รับสารภาพว่าเป็นผู้ทำร้ายร่างกายนางบัวผัน 

กรณีการเสียชีวิตของนางบัวผันและการพยายามปกปิดพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในสื่อต่างๆ โดยเฉพาะในประเด็นการสืบสวนสอบสวนที่ไร้ประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนนำมาซึ่งการจับแพะมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และแม้ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทรมานฯ ในคดีนี้จะมีพนักงานอัยการเข้าร่วมสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่กลับยังไม่มีความคืบหน้าและยังไม่มีการนำตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริงขึ้นสู่ศาล ซึ่งถือเป็นความผิดปกติของการดำเนินคดีอย่างมาก CrCF จึงขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนและประชาชนร่วมกันติดตามและตั้งคำถามถึงความคืบหน้าของคดีนี้ รวมทั้งจับตาดูกระบวนการทำงานของสำนักงานอัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นให้มีการดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะนำไปสู่การคืนความยุติธรรมและศักดิ์ศรีให้แก่ผู้เสียหายในที่สุด

Author