30 ก.ย. – 1 และ 10 ต.ค. 68 เวลา 09.00 น. มูลนิธิผสานวัฒนธรรมส่งตัวแทนเข้าสังเกตการณ์ ณ ศาลอาญา ในการนัดสืบพยานกรณีลิม กิมยา  อดีต สส. ฝ่ายค้านกัมพูชา ถูกลอบสังหารในประเทศไทย 

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 ลิม กิมยา อดีตนักเคลื่อนไหวและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านพรรคกู้ชาติกัมพูชา (Cambodia National Party – CNRP) ของประเทศกัมพูชา ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณตรงข้ามวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ถนนบวรนิเวศน์ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ต่อมาทางการไทยสามารถจับกุมตัวอดีตทหารเรือที่ลอบสังหารได้ โดยผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่าได้รับว่าจ้างให้มาสังหารลิม กิมยา การลอบสังหารของลิม กิมยา นี้ สะท้อนให้เห็นถึงการกดปราบข้ามชาติ (Transnational Repression)  ซึ่งหมายถึงการที่รัฐพยายามปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ในกรณีของลิม กิมยา ซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลกัมพูชา ก็มีความเป็นไปได้ที่จะตกเป็นผู้เสียหายจากการปราบปรามข้ามชาติเช่นกัน 

8 ต.ค. 68 เวลา 10.00 น. อัยการสำนักงานอัยการสูงสุด เรียกพยานผู้ใกล้ชิดเหตุการณ์วันเกิดเหตุ กรณีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 3 คน เข้าให้ข้อเท็จจริง กรณีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกบังคับสูญหายที่ประเทศกัมพูชา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมชาวไทยที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศกัมพูชา ถูกชายกลุ่มหนึ่งบังคับให้ขึ้นรถตู้สีดำ บริเวณหน้าคอนโดมิเนียม ในกรุงพนมเปญ และหลังจากนั้นไม่มีใครทราบชะตากรรมของวันเฉลิมอีกเลย จนกระทั่งบัดนี้ เป็นเวลา 5 ปีแล้ว ที่ญาติของวันเฉลิมและผู้ใกล้ชิดวันเฉลิมซึ่งอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ พยายามติดตามหาตัวเขา ผ่านกระบวนการศาล การร้องเรียนต่างๆ รวมถึงกลไกระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด 

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานนี้ โลกออนไลน์ได้เผยแพร่คลิปเสียงของเคลียง ฮวด คนสนิทของสมเด็จฮุนเซน ที่ชี้ให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องระหว่างเคลียง ฮวด กับการปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองไทย-กัมพูชา ทำให้เกิดความหวังว่าเคลียง ฮวด อาจจะมีเบาะแสที่นำไปสู่การทราบชะตากรรมของวันเฉลิม รวมไปถึงพยานผู้ใกล้ชิดวันเฉลิมอาจมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปได้

8 – 10 ต.ค. 68 เวลา 10.00 น. ศาลจังหวัดนราธิวาสนัดสืบพยานคดีอัญชนา  หีมมิหน๊ะ กรณีถูกกองทัพเรือแจ้งความข้อหาตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 ผู้รับมอบอำนาจจากกองทัพเรือ ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ว่าเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 อัญชนา หีมมิหน๊ะ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และประธานกลุ่มด้วยใจ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตั้งคำถามเรื่องการค้างจ่ายค่าน้ำประปาของหน่วยงานรัฐ โดยเดิมอัญชนาระบุพื้นที่มัสยิดเป็นอำเภอบาเจาะ ต่อมาเมื่อทราบว่าได้ระบุพื้นที่ผิด จึงได้แก้ไขข้อความให้ถูกต้อง เป็นมัสยิดในตำบลบือเระ อำเภอสายบุรี รวมทั้งกรมทหารพรานที่ 44 หน่วยงานในอำเภอสายบุรี ที่เกี่ยวข้องในประเด็นค่าน้ำประปา ได้โพสต์ชี้แจงต่อสาธารณะถึงสาเหตุที่มีการค้างชำระค่าน้ำประปาให้กับมัสยิด ในตำบลบือเระ ทว่ากองทัพเรือได้ส่งผู้รับมอบอำนาจมาแจ้งความร้องทุกข์ต่ออัญชนาจากโพสต์เรื่องการทวงถามค่าน้ำประปาดังกล่าว โดยอ้างว่าโพสต์ของอัญชนาทำให้หน่วยทหารของกองทัพเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่ “อำเภอบาเจาะ” ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้อัญชนาถูกตั้งข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และต่อมาอัยการจังหวัดนราธิวาสได้มีความเห็นสั่งฟ้องอัญชนาในฐานความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

20 ต.ค. 68 เวลา 13.30  น. ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 5 นัดฟังคำสั่งคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจศาล ครั้งที่ 3  กรณีพลทหารกิตติธร เวียงบรรพต เสียชีวิตหลังเข้ารับการเกณฑ์ทหาร 

สืบเนื่องจากเหตุการณ์พลทหารกิตติธร เวียงบรรพต ทหารเกณฑ์ผลัดที่ 1/66 ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย เข้ารับการเกณฑ์ทหารตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 และเสียชีวิตหลังจากการฝึก ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2566 ต่อมาอัยการได้สั่งฟ้องครูฝึก 2 คน ต่อศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 5 ในข้อหากระทำย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และจำเลยทั้งสอง พยายามยืนยันว่ากรณีนี้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลทหาร จึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยเรื่องเขตอำนาจศาลพลเรือนและศาลทหาร แม้การสืบพยานคดีจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่จำเลยทั้งสอง ยังพยายามให้คดีนี้กลับไปอยู่ในการพิจารณาคดีของศาลทหาร จึงต้องมีการส่งให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจศาลให้ชี้ขาดว่าคดีควรอยู่ในความรับผิดชอบของศาลทหารหรือศาลพลเรือน

24 ต.ค.  68 เวลา 09.30 น. สำนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี นัดฟังคำสั่งอัยการจังหวัดเพชรบุรี กรณีหน่อจอ มีมิ หลานของปู่คออี้ ถูกนายชัยวัฒน์ฯ กล่าวหาว่าแจ้งความเท็จ กรณีนายชัยวัฒน์ ฯ เผาบ้านปู่คออี้ เมื่อปี 2554

สืบเนื่องจากนางสาวหน่อจอ มีมิ หลานสาวของปู่คออี้ ถูกตั้งข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ จากการที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ. แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรีว่า นางสาวหน่อจอ มีมิไปเป็นพยานในคดีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดโดยการใช้กำลังพร้อมอาวุธเข้ารื้อถอนทำลายเผาบ้านเรือนและทรัพย์สินอื่น ๆ ในพื้นที่บ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน โดยนางสาวหน่อจอ มีมิ ได้ทราบข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้วได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

สามารถติดตามคดีอื่นๆ ได้ที่ห้องสมุดคดีบนเว็บไซต์ของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม : ห้องสมุดคดี

Author