คดีปริศนา “ดีแข ยศยิ่งยืนยง”: คนหาย เจ้าหน้าที่ไม่หา แต่เจรจาพร้อมเงิน 500,000 บาท
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ใน จ. เชียงใหม่ ว่ามีบุคคลถูกบังคับให้สูญหาย และต่อมาพบว่าเสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังคือนายดีแข ยศยิ่งยืนยง เป็นชาวบ้านชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ใน อ.อมก๋อย จ. เชียงใหม่ โดยจากสภาพศพ น่าสงสัยว่าจะมีการกระทำที่เป็นการทรมาน และอุ้ม-ฆ่า ต่อมา ทนายความของมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้ลงพื้นที่เพื่อสอบข้อเท็จจริงจากภรรยาและลูกสาวของนายดีแข
ลูกสาวคนเล็กของนายดีแข ซึ่งเป็นคนเดียวในครอบครัวที่สื่อสารภาษาไทยได้ ให้การกับทนายความของมูลนิธิว่า เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 19.00 น. นายดีแขได้โทรศัพท์มาหาเธอ โดยกล่าวว่า “ขอค้างคืนที่นี่” ทว่าเมื่อลูกสาวถามกลับไปว่าจะค้างคืนที่ใด โทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไป และไม่สามารถติดต่อนายดีแขได้อีกเลย จากนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น มีบุคคลไม่ทราบชื่อ อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ติดต่อมาทางลูกสาวของดีแข โดยแจ้งว่าดีแขถูกจับกุมตัว และให้ลูกสาวไปจัดการเรื่องเอกสาร แต่เมื่อสอบถามว่าจะให้ไปที่ใด บุคคลผู้อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่กลับไม่ได้ให้ข้อมูล ดังนั้น ลูกสาวของดีแขจึงแจ้งให้ครอบครัวทราบ พร้อมประสานกับญาติให้ช่วยกันตามหาผู้เป็นบิดา
ต่อมาในวันที่ 21 มีนาคม 2568 ลูกสาวและภรรยาของดีแข ได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอมก๋อย เนื่องจากไม่สามารถติดต่อดีแขได้ และยังได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่ามีการจับกุมตัวดีแข ทว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. อมก๋อย กลับไม่รับแจ้งความ มีเพียงการโพสต์ข้อมูลเพื่อตามหาตัวนายดีแขบน Facebook
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของดีแขได้ทราบข่าวจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ทำนองว่า นายดีแขจะเดินทางไปยังหมู่บ้านบงตัน อ. ดอยเต่า จ. เชียงใหม่ แต่เมื่อขับรถไปถึงหมู่บ้านหนองกระทิง ต. อมก๋อย อ. อมก๋อย จ. เชียงใหม่ ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 6 คน จับกุมตัวนายดีแข พร้อมชาวบ้านอีกคนหนึ่งไปพร้อมกัน แต่ทราบในภายหลังว่า ชาวบ้านที่ถูกจับไปพร้อมกันนั้นได้รับการปล่อยตัวตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ส่วนนายดีแขยังไม่กลับมา และไม่มีผู้ใดทราบชะตากรรม
ต่อมาในวันที่ 27 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 8 คน ติดต่อกับลูกสาวของดีแข พร้อมประสานกับกำนัน, อบต. และผู้ใหญ่บ้าน ขอเข้ามาพบปะพูดคุยกับครอบครัวของดีแข โดยชี้แจงว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายดีแข แต่ขอมอบเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัว หลังจากนั้น ในวันที่ 2 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมาพบครอบครัวของดีแขอีกครั้ง และนำเงินสดมามอบให้เป็นจำนวน 250,000 บาท และในวันที่ 4 เมษายน 2568 ลูกสาวของดีแขได้รับเงินโอนเข้าบัญชี จำนวน 250,000 บาท รวมเงินที่ได้รับทั้งหมด 500,000 บาท
ระหว่างที่นายดีแขหายตัวไปนั้น ครอบครัวของเขาพยายามแจ้งความที่ สภ. อมก๋อย ทั้งหมด 4 ครั้ง เพื่อให้มีการติดตามหาตัวนายดีแข แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความ จนกระทั่งในวันที่ 17 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่รับแจ้งความ นอกจากนี้ ในวันต่อมา ญาติของนายดีแขได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัด, สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ และสถานีตำรวจภาค 5 เพื่อขอให้มีการติดตามหาตัวนายดีแข แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับแจ้งใดๆ ครอบครัวจึงตัดสินใจส่งหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 สถานีตำรวจภูธรบ่อหลวง ได้แจ้งครอบครัวของนายดีแขว่า มีการพบร่างของนายดีแขแขวนคอเสียชีวิต ญาติจึงตัดสินใจขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งร่างไปตรวจพิสูจน์ เนื่องจากสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิตว่าอาจจะเป็นการฆาตกรรม
หลังจากทราบเรื่องร้องเรียนดังกล่าว มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้ยื่นเรื่องร้องเรียนตามมาตรา 29 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ขอให้อัยการ ศูนย์ป้องกันการทรมานฯ อ.ฮอด จ. เชียงใหม่ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและแสวงหาข้อเท็จจริง รวมทั้งขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และกระทรวงยุติธรรม พิจารณาและตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยล่าสุด พนักงานอัยการได้เรียกผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ทนายความ และพยานที่เกี่ยวข้อง เข้าให้ข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 16 – 17 กันยายน 2568
กรณีการบังคับสูญหายและการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนายดีแข ยศยิ่งยืนยง สร้างความหวาดกลัวและความโศกเศร้าให้แก่ชุมชนเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่มองว่า หากนายดีแขกระทำความผิดจริง และถูกจับกุมตัว ก็ควรได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือหากมีบุคคลอื่นเอาตัวไป และฆาตกรรมนายดีแข เจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่กับนายดีแขเป็นกลุ่มสุดท้าย ก็ควรแสดงเจตนาในการสืบสวนสอบสวน แสวงหาพยานหลักฐานและนำผู้กระทำความผิดที่แท้จริงมาลงโทษให้ได้ การใช้ความรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการปล่อยปะละเลยไม่แสวงหาข้อเท็จจริงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ย่อมทำให้นายดีแขไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง






